สกินแคร์ผิวผสม
Articles originalcontent
Original Content

เปิดกรุสกินแคร์ คนผิวผสม ผิวมัน T Zone เค้าทาอะไรกันก่อนนอน

ชาวผิวผสม ผิวมัน T Zone ใครยังงงว่าต้องทาสกินแคร์อะไรถึงจะเหมาะกับเราต้องดูนี่ ซิสเอาสกินแคร์รูทีนสำหรับคนผิวผสมมาให้แล้วจ้า มาดู สกินแคร์ผิวผสม ไปพร้อมๆ กันเลย


» » - - » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • วิธีเช็กประเภทผิวผสม

    • Skincare Routine สกินแคร์ผิวผสม

    • คลีนสิ่งสกปรกด้วยโฟมล้างหน้า

    • โทนเนอร์สำหรับผิวมัน

    • แบ่งโซนทามอยส์เจอไรเซอร์

    • ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยมากส์โคลน

    เคยสงสัยไหมว่าทำไมเดี๋ยวตรงนี้ก็ผิวหน้ามันเยิ้มที เดี๋ยวตรงนั้นผิวก็แห้งลอกเป็นขุยที คือสรุปว่านี่เราเป็นคนผิวแห้งหรือผิวมันล่ะ? แล้วทีนี้จะต้องดูแลผิวยังไง ใช้ สกินแคร์ผิวผสม แบบไหนกันนะ? งงไปหมดแล้วค่ะซิส

    ใครเจอปัญหาแบบที่พูดถึงไปด้านบนนั่นแสดงว่าเรามีสภาพผิวแบบนี้เรียกกันว่า “ผิวผสม” นั่นเองจ้า ซึ่งเป็นสภาพผิวที่ในบริเวณT Zone ช่วงหน้าผาก จมูกและคางจะเป็นบริเวณที่มีความมัน ส่วนบริเวณอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนั้นเช่น ช่วงแก้ม จะมีความแห้งกว่า  ด้วยปัญหาของชาวผิวผสมที่มีสภาพผิวบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้าไม่เท่ากันแบบนี้เลยทำให้การดูแลผิวจำเป็นต้องมีขั้นตอนการดูแลยุ่งยากมากกว่าผิวแบบอื่นๆ แต่อย่าพึ่งเศร้าไปน้าเพราะวันนี้ SistaCafe พร้อมมาแชร์ขั้นตอนสกินแคร์รูทีนให้กับชาวผิวผสม จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า


    วิธีเช็กประเภทผิวผสม

    ก่อนอื่นเลยเราต้องเช็กให้ชัวร์ว่าเราเป็นคนผิวผสมจริงหรือเปล่า ถึงจะได้ไปถึงขั้นถัดไปในการเลือกใช้สินแคร์นะคะ เพราะถ้าเราไม่รู้จัก Skin type ของตัวเองแล้วดันไปหยิบสกินแคร์ที่เหมาะกับคนผิวประเภทอื่นมาใช้อาจจะกลายเป็นว่าประโคมสกินแคร์เข้าไปยังไงก็ไม่เป็นผลได้น้า ลองมาเช็กไปพร้อมๆ กันง่ายๆ ตาม 3 ขั้นตอนนี้ได้เลย

    ล้างหน้าตามปกติ และไม่ต้องลงสกินแคร์ก่อนนอน
     เข้านอนโดยอยู่ในห้องอุณภูมิปกติ ไม่ต้องเปิดแอร์ เพราะแอร์สามารถทำให้ผิวเราแห้งจึงไม่สามารถเช็กสภาพผิวจริงๆ ของเราได้
     ตื่นเช้ามาแล้วลองสัมผัสหรือใช้ทิชชู่/กระดาษซับมันแปะผิวหน้า ถ้าผิวมันช่วง T Zone แต่ส่วนอื่นบนใบหน้าผิวแห้งปกติ แสดงว่าเราเป็นคนผิวผสมนั่นเองจ้า

    Skincare Routine สกินแคร์ผิวผสม

    คลีนสิ่งสกปรกด้วยโฟมล้างหน้า

    ผู้หญิงล้างหน้า

    ไม่ว่าจะผิวแบบไหนก็อย่าลืมล้างหน้า! เพราะผิวจะดีต้องเริ่มที่การรักษาความสะอาดค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วในระหว่างขั้นตอนการล้างหน้านั้นน้ำมันที่เคลือบผิวเราก็จะถูกชะล้างออกไป แต่ปริมาณจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เราใช้ ถ้าเกิดว่าผลิตภัณฑ์ตัวที่เราใช้มีสารชะล้างอย่าง SLS SLES (ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการผลิตฟองได้เยอะจึงช่วยทำความสะอาดได้หมดจดแต่มาคู่กับการทำให้ผิวเราแห้งตึง) สารนี้เค้าจะเอาน้ำมันบนผิวเราออกไป และทำให้น้ำใต้ผิวระเหยออกอย่างรวดเร็วด้วยจนกลายเป็นว่าหน้าแห้ง ทีนี้พอหน้าเราแห้งระบบร่างกายก็จะไปกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเคลือบผิวเพื่อลดการสูญเสียน้ำ เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่ว่าทำไมล้างหน้าเสร็จ เผลอแปบเดียวผิวก็มันแล้ว

    เพราะฉะนั้นสำหรับคนผิวผสมเลยให้เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีฟองน้อยซึ่งจะรบกวนผิวเราน้อยกว่า ส่วนใหญ่ก็จะถูกระบุบนฉลากไว้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์อ่อนโยนหรือสำหรับผิวแพ้ง่ายนั่นเองค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เค้าก็จะผสมมอยส์เจอไรเซอร์เข้าไป ทำให้ชะล้างน้ำมันออกไปได้น้อยกว่า แต่หลังล้างแล้วจะรู้สึกว่าผิวยังลื่นๆ ที่ถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะหมายความว่าผิวยังคงความชุ่มชื้นไว้ได้ จึงเหมาะกับคนผิวผสมเพราะเค้าจะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนหรือจะเป็นในรูปแบบเจลล้างหน้าก็ได้เหมือนกัน

    โทนเนอร์สำหรับผิวมัน

    โทนเนอร์ผิวมัน

    หลังจากเราล้างหน้าแล้วอาจจะรู้สึกว่าความสกปรกและความมันส่วนเกินช่วง T Zone อาจจะยังหลงเหลืออยู่บ้าง เพื่อความสะอาดของผิวขั้นสุด เราก็สามารถที่จะใช้โทนเนอร์มาเช็ดทำความสะอาดผิวกันต่อได้ค่ะ ยิ่งทุกวันนี้เค้าก็มีโทนเนอร์สำหรับผิวมันแล้ว ซึ่งจะเป็นโทนเนอร์ที่ออกแบบมาสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ และจะไปช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกิน ยับยั้งและป้องกันการเกิดสิวต่างๆ รวมถึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถความสะอาดได้หมดจดยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นประโยชน์ของโทนเนอร์ก็ยังช่วยปรับสมดุลและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการลงสกินแคร์ในขั้นตอนถัดไป ช่วยให้สารอื่นๆ ซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีมากกว่าเดิมด้วยน้า 

    มาดูตัวอย่างส่วนผสมในโทนเนอร์สำหรับคนผิวมันที่ซิสแนะนำกันดีกว่าค่ะ
    Salicylic Acid ส่วนผสมยอดฮิตที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวพร้อมทำความสะอาดรูขุมขนอย่างอ่อนโยนแถมยังช่วยให้รอยสิวแลดูจางลงอีกด้วย

    Witch Hazel จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พร้อมกับจัดการความมันส่วนเกินอันเป็นสาเหตุของปัญหาสิว และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวทำให้ผิวหรือรูขุมขนกระชับขึ้น

    Niacinamide ช่วยดูแลรักษาสิวและช่วยกระชับรูขุมขน

    BHA/AHA/PHA ช่วยจัดการความมันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น

    แบ่งโซนทามอยส์เจอไรเซอร์

    มอยส์เจอไรเซอร์ผิวผสม

    สำหรับมอยส์เจอไรเซอร์คนผิวผสมจะมีความจุกจิกมากกว่าผิวประเภทอื่นนิดนึงตรงที่ผิวเราจะเป็นการผสมระหว่างผิวมันกับผิวแห้ง คือตรงหน้าผาก จมูก และคางหรือที่เรียกว่าผิวบริเวณ T-Zone จะมีความมันในขณะที่แก้มทั้งสองข้างและผิวบริเวณอื่นๆ บนหน้าจะมีความแห้งตึง ซิสแนะนำว่าให้แบ่งโซนทาตามสภาพผิวไปเลย

    บริเวณ T Zone ด้วยความที่บริเวณนี้จะมีความมัน เพราะฉะนั้นสกินแคร์ที่เราจะเลือกมาทาส่วนนี้ก็จะต้องเน้นความบางเบาเป็นหลัก ซิสแนะนำให้เลือกใช้ครีมที่เป็น Water based คือเป็นเนื้อเจลหรือเนื้อโลชั่นจะดีกับผิวส่วนนี้มากกว่า รวมถึงหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจจะก่อให้เกิดการอุดตัน เช่น Lanolin, Propylene glycol, Thick oil (oil ที่เนื้อหนักๆ)

    บริเวณ U Zone ส่วนตรงนี้ผิวเราจะค่อนข้างแห้งและเป็นขุยได้ง่าย เพราะฉะนั้นก็จะให้เน้นบำรุงแบบจุกๆ เน้นๆ ไปเลยด้วยการใช้ครีมที่มีเนื้อหนักๆ สังเกตๆง่ายๆ คือครีมพวกนี้เนื้อเค้าจะเป็นสีขาวจากพวกส่วนผสมที่เป็น Solid ซึ่งอาจจะเป็นพวก Wax ที่ช่วยเคลือบผิวไม่ให้สูญเสียน้ำไป ทาแล้วรู้สึกผิวจะเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น

    ทริคเพิ่มเติม ให้เราเน้นเสริมเกราะปราการผิวด้วย Ceramide, Choresterol, Fatty acids, Hyaluronic acid,Squalane, Aloe Vera, Niacinamide ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้ทั้งส่วนที่แห้งและส่วนที่มันของใบหน้าชุ่มชื้น ผิวนุ่มฟู

    ซิสสรุปง่ายๆ ให้อีกที ตรงไหนแห้งก็เติมความชุ่มชื้น ตรงไหนมันก็เน้นบางเบาไปนะ เพราะถ้าเกิดว่าเราใช้มอยส์เนื้อหนักๆไปทาส่วนT Zone ที่มันๆ อยู่แล้วทีนี้ล่ะงานเข้า ผิวก็จะยิ่งได้รับน้ำมันเยอะเกินไปเสี่ยงเกิดการอุดตันของรูขุมขนและเกิดสิวไปอีก ในขณะเดียวกันถ้าเราใช้มอยส์เนื้อเบาๆ มาทาบริเวณ U Zone ด้วยความบางเบาของเนื้อผลิตภัณฑ์ ก็อาจจะเติมและเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ไม่เต็มที่ ผิวของเราอาจจะดูไม่อิ่มฟูและฉ่ำน้ำอย่างที่ควรจะเป็น


    ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยมากส์โคลน

    มากส์โคลน

    3 ขั้นตอนที่ผ่านมาถือเป็น must have รูทีนที่ชาวผิวผสมควรทำตามในทุกวันกันไปแล้ว ส่วนในข้อสุดท้ายนี้ถือเป็นทริคเสริมเพิ่มเติมที่ถ้าหากว่าเรามีเวลาก็สามารถลองไปทำตามกันได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็คือการมากส์ผิวด้วยมาสก์โคลน อย่างที่เรารู้กันคือ โคลนเป็นวัตถุดิบจากเป็นธรรมชาติ ซึ่งเค้าจะเป็นแหล่งที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหน้า เหตุผลที่ซิสแนะนำให้ใช้ก็เพราะเค้ามีคุณสมบัติในการดูดซับความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรกตกค้าง แล้วก็ความมันที่เข้าไปอุดตันในรูขุมขนของผิวเรา ที่ถือเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มีโอกาสเป็นสิวได้ง่าย

    การมากส์หน้าด้วยมากส์โคลน แนะนำให้ทำเฉพาะช่วง T Zone นะคะ สามารถมาสก์ได้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ตัวมากส์จะเข้าไปช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกิน ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวแล้วก็ช่วยลดขนาดรูขุมขนให้เล็กลงอีกได้ด้วยค่ะ
     
    - - - - - - - - - - - - - - -
    อ่านจบแล้วบางคนมีเครียดเพราะคน "ผิวผสม" จะค่อนข้างยุ่งยากในการเลือกใช้สกินแคร์ ด้วยความที่ผิวตรงนั้นแห้งทีผิวตรงนี้มันทีอะเนอะ เอาเป็นว่า SistaCafe จะสรุปแบบง่ายที่สุดในสามโลกให้อีกครั้ง ตรงไหนมันให้ดูแลแบบผิวมัน ส่วนตรงไหนที่แห้งก็ให้ดูแลแบบผิวแห้ง แบบบนี้คือเริ่ด เป็นสกินแคร์รูทีนสำหรับชาวผิวผสมในอุดมคติ แต่ถ้าเกิดว่าเรามีงบไม่มากพอก็อย่าพึ่งเศร้าไป ให้เราไปลองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกำจัดความมันแต่ไม่ทำให้ผิวถึงกับแห้งเอี๊ยดแบบนี้ก็เวิร์คอีกทางเหมือนกันจ้า

    Designer : kidasindahouse♥
    Writer : BabyPeachy
    - - - - - - - - - - - - - - -
    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดOriginal Content)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe