คุณแม่ยุคใหม่ 7 พฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยน เพื่อให้เข้าใจลูกมากขึ้น

PAGE 2/2
» »
สิ่งที่เด็ก ๆ หรือลูก ๆ หลายบ้านเห็นตรงกันมาก ๆ ว่าคุณแม่ได้โปรดเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ด่วน ๆ นั่นคือการเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกบ้านคนอื่นเลยค่ะ เราเข้าใจคุณแม่นะคะว่าอาจจะคาดหวังให้ลูกเป็นแบบนั้น ทำอย่างนี้ คิดแบบนี้เลยต้องเอ่ยยกตัวอย่างใครสักคนขึ้นมาว่าทำไมลูกไม่เป็นแบบเขาบ้าง ไม่เป็นแบบที่แม่คาดหวังจะให้เป็นบ้าง แต่คุณแม่รู้ไหมคะว่าการโดนคาดหวังมันรู้สึกแย่มากนะคะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำให้คุณแม่นะคะสิ่งที่คุณแม่ขอ แต่เขาอาจจะพยายามแล้วหรือเขาอาจจะไม่ชอบมันเลยก็ได้เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ การแก้ไขปัญหานี้คือรับฟังลูกค่ะว่าเขารู้สึกยังไง แล้วก็อย่าไปคาดหวัง อย่าไปคิดว่าลูกคนอื่นดีกว่าลูกเรายังไง คิดแค่ว่าทำยังไงให้ลูกมีความสุข อยู่กับเราแล้วสบายใจที่สุดจะดีกว่า เพราะเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดใช่ไหมละคะ ถ้าไม่อยากเห็นเขาเสียใจหรือต้องมาทะเลาะกันก็ปล่อยวางดีกว่านะคะ :-)
 

คุณแม่ยุคใหม่ควรรู้ เรื่องในบ้านอย่าเล่าให้ใครฟัง

เข้าใจคุณแม่สายเมาท์มอยมากนะคะ มีอะไรก็ชอบเล่าไปซะหมด แต่เรื่องบางเรื่องที่ลูกตั้งใจมาเล่าให้ฟังเขาก็ไม่อยากจะให้แม่ไปเล่าให้ใครฟังมั่ว ๆ นะคะ ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรจะเล่าทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหรือเรื่องของลูกให้คนอื่นฟัง คนอื่นไม่ใช่แค่คนนอกบ้านนะคะ คนในบ้านก็นับเหมือนกัน เพราะถ้าเขาสะดวกใจจะบอกคนในบ้านเขาจะไม่มาคุยกับคุณแม่เป็นการส่วนตัวหรอกนะคะ รู้แบบนี้แล้วคุณแม่ก็เล่าหรือเมาท์แค่บางเรื่องก็พอนะคะ เรื่องไหนที่ไม่สมควรเล่าหรือลูกมาปรึกษาแบบลับ ๆ ก็ไม่ต้องเอามาพูดจะดีกว่าน้า
 

คุณแม่ยุคใหม่อย่าละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูก

ว่าก็ว่านะคะสิ่งนี้คนเป็นแม่หลาย ๆ คนไม่เข้าใจเท่าไหร่ ยกตัวอย่างที่เป็นปัญหาบ่อย ๆ เลยคือการเปิดประตูห้องนอนเข้ามาแบบไม่ขออนุญาต โดยปกติเวลาเราจะเข้าห้องใครเราก็ควรขออนุญาตไม่พรวดพราดเข้ามาถ้าไม่มีอะไรสำคัญ แล้วอีกอย่างคือถ้าลูกไม่อยู่ ถ้าไม่ได้มาทำความสะอาดอยากขอคุณแม่เลยนะคะว่าอย่ารื้อค้นอะไรของลูก ในเมื่อลูกไม่เคยมาค้นของแม่ แม่ก็อย่าค้นของลูกจะดีกว่านะคะ ของบางอย่างมันก็สงวนไว้รู้แค่ตัวเราเองก็พอ อ้อ! อีกสิ่งที่อยากขอร้องคุณแม่ทุกคนที่มีความคิดจะติดกล้องวงจรปิดในห้องลูกว่าอย่าเป็นอันขาดนะคะ เด็กจะรู้สึกระแวงและกลัวการกระทำทุกอย่างไปหมด ดังนั้นห่วงเขาก็เอาแค่พอดีนะคะ
 

คุณแม่ยุคใหม่อย่าล้อเลียน หรือเมคฟันในสิ่งที่ลูกเป็นทุกข์

การล้อเลียนหรือหยิบเรื่องทุกข์ ปมด้อยของลูกมาพูดให้มันตลกทั้ง ๆ ที่คนโดนไม่ตลกด้วย สิ่งนี้ไม่ควรทำมาก ๆ เลยนะคะ ขนาดคนสนิทกันยังรู้สึกแย่ ถ้าเป็นคุณแม่ทำลูก ๆ จะรู้สึกแย่ขนาดไหนจริงไหมคะ? แซวเล่นก็แซวได้ค่ะแต่ต้องรู้ว่าอะไรควรแซวอะไรไม่ควรแซว อย่างเรื่องอ้วน/ผอม เป็นสิว ผิวคล้ำ ตาตี่ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับร่างกายนี่ไม่ควรเอามาขำขันเลยนะคะ เพราะลูก ๆ อาจจะรู้สึกเสียเซลฟ์ หรือรู้สึกแย่ก็ได้ว่าสิ่งที่เขาเป็นมันแย่มากเลยเหรอ แล้วอีกอย่างคือเด็ก ๆ ความรู้สึกไม่เท่ากันนะคะ เด็กบางคนอาจจะไม่แคร์แต่บางคนเสียใจร้องไห้ถึงกับอยากทำร้ายตัวเองก็มี อย่าลืมว่าคำพูดเป็นดาบสองคม นะคะ
 
♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥
 
ครบทั้ง 7 ข้อแล้วนะคะ บอกเลยว่ารวบรวมจากการเห็น การเจอด้วยตัวเองและอ่านความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตบ่อย ๆ ก็เลยขอรวบรวมมาบอก คุณแม่ยุคใหม่ หรือว่าที่คุณแม่ที่จะเลี้ยงลูกในอนาคตว่าถ้าทำพฤติกรรมแบบที่เราแนะนำยังไงลูกก็สบายใจนะคะ และเมื่อเขาสบายใจ มีอะไรเขาก็จะมาเล่าและมาบอกให้ฟัง จะไม่มีปัญหาเรื่องลูกแอบไปทำอะไรลับหลังเลยด้วย คุณแม่รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมลองสำรวจตัวเอง และปรับเปลี่ยนเพื่อให้ลูก ๆ มีความสุขเวลาอยู่กับคุณแม่ ไม่ต้องมานั่งเกร็งหรือไม่อยากคุยด้วย เป็นแบบนั้นบรรยากาศไม่โอเคเลยเนอะ ยังไงก็ขอให้คุณแม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำเร็จนะคะ ส่วนถ้าใครเป็นคุณลูกที่แวะมาอ่านอยากจะแชร์ไปบอกคุณแม่ก็แชร์ได้นะคะ ยินดีมาก ๆ เลย ส่วนตอนนี้เราขอตัวลาไปก่อน สุขสันต์วันแม่นะคะทุกคน ♥
 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กิจกรรม SistaCafe