โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ
Articles health
สุขภาพ

โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ สำรวจตัวเองมีลักษณะแบบไหน พร้อมวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เมื่อสังคมบีบบังคับให้เราต้องเป็นไปแบบนี้ๆ จนกลายมาเป็นความกดดันตัวเองในหลายๆ อย่าง ส่งผลให้เรากังวลในเรื่องของความที่สมบูรณ์แบบมากเกินไปจนคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอ และอาจนำไปสู่การเป็น โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ


» » - - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ คืออะไร ?

    • Perfectionist VS Atelophobia ต่างกันยังไง ?

    • รูปแบบไหนถึงจะเป็น Atelophobia

    • เช็กพฤติกรรมเข้าข่าย Atelophobia

    • อาการที่จะเกิดขึ้นของ Atelophobia

    • วิธีรักษา Atelophobia หรือ โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ

    • บทความแนะนำ ที่ซิสต้องไม่พลาด

    " อะไรคือความสมบูรณ์แบบ " ถ้าให้พูดถึงในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างกลายมาเป็นความสมบูรณ์แบบที่ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สามารถเห็นได้ เพราะด้วยกระแสของโซเชียลมีเดียที่เริ่มทำให้ผู้คนได้มีการออกมาเปิดเผยตัวตนในมุมของตัวเองมากขึ้น แชร์ถึงเคล็ดลับหรือความสำเร็จในสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงบนแพลตฟอร์มที่สามารถนำไปสู่สายตาของคนได้มากหลากหลาย และด้วยสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลแน่นอนทุกคนย่อมต้องแสดงสิ่งที่เพอร์เฟกต์ที่สุด ส่วนอีกมุมมองหนึ่งหรือเบื้องหลังของความสำเร็จด้านต่างๆ นั้นก็เก็บไว้ในใจ พอเมื่อทุกคนเห็นแต่สิ่งที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบก็นำสิ่งเหล่านั้นมาบั่นทอนตัวเองหรือกดดันตัวเองมากจนเกินไป จนกลายมาเป็นที่มาของ โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ หรือ Atelophobia ฉะนั้น SistaCafe ชวนมาเช็กถึงลักษณะอาการและพร้อมวิธีหาทางแก้ไขเมื่อเข้าข่ายโรคนี้กัน


    •´¨`*:•. *.:。*゚‘゚・.。. ¯`°.•°•.★*

    โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ คืออะไร ?

    ความเครียด

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/73/9a/c7/739ac7546d4bf0b538097a151d0a5e5c.jpg


    Atelophobia มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก Atelo แปลว่าไม่สมบูรณ์แบบ และ Phobia แปลว่าความกลัว เมื่อนำมารวมกัน 'Atelophobia' จึงแปลได้ว่าอาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบหรือกลัวตัวเองไม่ดีพอ นับได้ว่าเป็นโรคกลัวชนิดเฉพาะเจาะจง และยังเป็นรูปแบบหนึ่งของโรควิตกกังวล (Anxiety disorder) อีกด้วย ซึ่งจะมีความแตกต่างจากโรคกลัวความล้มเหลว Atychiphobia นั่นเอง

    โดยมีสาเหตุของการเกิดโรคนี้จากการกลัวหรือการฝังใจตั้งแต่เด็ก รวมถึงการเลี้ยงดูที่ส่งเสริมให้เด็กไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ดีพอ เช่น ครอบครัวที่ญาติพี่น้องมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง ครอบครัวที่ตั้งความหวังกับลูกมากเกินไป ยังรวมไปถึงสภาพสังคมที่บิดเบี้ยวโดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน เป็นต้น

    Perfectionist VS Atelophobia ต่างกันยังไง ?

    นั่งทำงาน

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/89/51/0c/89510c4d950f11b5914c813006ae80b6.jpg


    Perfectionist คือ พฤติกรรมของคนที่รักความสมบูรณ์แบบ และมีความสุขกับผลงานหรือการกระทำของตัวเองที่มีผลออกมาได้อย่างดีไร้ที่ติ โดยพฤติกรรมเช่นนี้นั้นมาจากการบ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเด็ก ที่ได้รับความคาดหวังและความกดดันจากบุคคลใกล้ตัว

    เมื่อความเพอร์เฟกต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่หากอย่างที่ทุกคนรู้ว่าในโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่หาความสมบูรณ์แบบ 100% ไม่ได้ จึงทำให้ด้วยสิ่งนี้กลายมาเป็นความกดดันที่สะสมในจิตใจเป็นเวลานาน จนทำให้จิตใจของเราเริ่มรู้สึกถึงความกลัว กลัวถึงว่าตัวเองจะไม่ดีพอ กลัวตัวเองจะทำในสิ่งนั้นไม่เพอร์เฟกต์อีกต่อไป กลัวถึงเรื่องความผิดพลาดจนทำให้โดนด้อยค่า และอาการเหล่านี้จึงเรียกอีกอย่างว่า Atelophobia

    รูปแบบไหนถึงจะเป็น Atelophobia

    help

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/7b/b2/a9/7bb2a9697b6205e5ff4f824cd3ad5e05.jpg


    คนที่เป็นโรคนี้อาจจะมีลักษณะแบบใดแบบหนึ่ง หรืออาจจะทุกแบบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและความแตกต่างเฉพาะรายบุคคล ยกตัวอย่างเช่น

    - ให้ความสำคัญกับการทำสิ่งต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบ เช่น แก้งานแล้วแก้งานอีก ใส่ใจรายละเอียดจนเกินเหตุ
    - อดทนเห็นอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบไม่ได้ เช่น ข้าวของวางเรียงไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องจัดใหม่โดยอาจจะเป็นการเรียงสีหรือเรียงขนาด เป็นต้น
    - กลัวความล้มเหลว กลัวว่าจะทำไปแล้วผลออกมาไม่เป็นที่ตนเองหวัง ทำให้ไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
    - มีมาตรฐานสูงและมีเป้าหมายที่ไม่ยึดกับความเป็นจริง เช่น อยากทำธุรกิจแต่ไม่ลงมือทำสักที เพราะกลัวถึงสิ่งที่ไม่ต้องการกลับมาแทน
    - เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในทุกๆ ด้าน กลัวจะแพ้คนอื่น กลัวว่าจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกันคนอื่นทำ

    เช็กพฤติกรรมเข้าข่าย Atelophobia

    ลูกน้องโดนเจ้านายต่อว่า

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/3d/04/02/3d040200a656d58118228e37d229e097.jpg


    ✔ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะเกิดข้อผิดพลาด ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจว่าจะทำได้อย่างสมบูรณ์แบบก็จะไม่ทำเลย
    ✔ มีอาการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ 6 เดือนหรือมากกว่านั้น
    ✔ มีความวิตกกังวลที่รุนแรง มีความคิดหมกหมุ่นว่าตัวเองจะทำผิดพลาดและกลัวว่าจะทำให้คนอื่นรู้สึกผิดหวัง
    ✔ ความกลัวนี้ส่งผลกระทบในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและคนรอบตัว เป็นต้น
    ✔ ตั้งมาตรฐานของการกระทำไว้สูงจนไม่มองถึงความเป็นจริงในปัจจุบัน
    ✔ มองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป
    ✔ มีอารมณ์ทางลบ อาจจะเป็นความเศร้าและความโกรธ
    ✔ มีอาการเหนื่อยล้าจนถึงขั้นหมดไฟ หมดแพสชั่นในชีวิต
    ✔ ยอมรับคำติเตือนไม่ได้
    ✔ โฟกัสสิ่งที่อยู่สถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้เพราะมีอาการสั่นกลัวไปหมด

    อาการที่จะเกิดขึ้นของ Atelophobia

    1689857542

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/cf/2b/ad/cf2bad5c11bdd63016b5cff865627c41.jpg


    คนที่เป็นโรค Atelophobia หรือกลัวความไม่สมบูรณ์แบบกลัวตัวเองไม่ดีพอ มักจะมีความวิตกกังวลว่าตัวเองจะทำในสิ่งที่ไม่ดีพอ ตื่นกลัวถึงความผิดพลาด มาตรฐานที่ตั้งไว้สูงเกินไป และมีความเครียด จนเข้าข่ายอาการซึมเศร้าได้ โดยอาการที่สามารถสังเกตด้วยตัวเองนั้นมีดังนี้

    - วิตกกังวลอย่างรุนแรง
    - หายในสั้น ถี่ หายใจหอบ
    - หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
    - เหงื่อแตก
    - คลื่นไส้ จนถึงอาเจียน
    - ปากแห้งและคอแห้ง
    - ขาดสมาธิ
    - ตัวสั่น อ่อนแรง อยู่ไม่สุข
    - สูญเสียการควบคุมอารมณ์และการกระทำ
    - เก็บตัว แยกตัวออกจากสังคม
    - ปวดศีรษะ

    เมื่อพบว่ามีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานานควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะ Atelophobia นั้นสามารถเข้าข่ายอาการซึมเศร้า อาจจะนำพาการใช้สารเสพติดมากเกินไป และความตื่นตระหนกเมื่อมีความรู้สึกอ่อนแอจนส่งผลเป็นอัมพาตในที่สุด

    วิธีรักษา Atelophobia หรือ โรคกลัวตัวเองไม่ดีพอ

    กลุ่มเพื่อนวัยรุ่น

    ขอบคุณรูปภาพจาก : https://i.pinimg.com/564x/af/73/56/af7356d946c34cac061d6b53e1a3379c.jpg


    ① Cognitive Brhavioral Therapy
    เปลี่ยนความคิดเพื่อให้พฤติกรรมเปลี่ยน เน้นแก้ความคิดที่เป็นปัญหาหลัก ถ้าสำหรับโรคนี้คือจะต้องไปดูว่าเพราะอะไรถึงมองความผิดพลาดในแง่ลบ มากกว่าที่จะมองให้เป็นการเรียนรู้
    ------------------------------------------
    ② Exposure Therapy
    พอรู้ความคิดไปในทิศทางไหนที่ทำให้ตื่นกลัว ผู้บำบัดจะทำให้เกิดความคุ้นชินกับความคิดนั้น โดยนำสิ่งที่เรากลัวนำมาเผชิญและเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความชินไปทีละเล็กละน้อย
    ------------------------------------------
    ③ Lifestyle Modifications
    ปรับรูปแบบการใช้ชีวิต กินอาหารที่ชอบ ออกกำลังกายควบคู่ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้จะนำพาไปสู่การการเปลี่ยนแปลงความคิดด้านลบได้ นอกจากนี้การทำสมาธิก็สามารถช่วยในเรื่องของความวิตกกังวลและแพนิคได้อีกด้วย
    ------------------------------------------
    ④ Medication
    การรักษาด้วยยา ตามจริงยังไม่มียาตัวไหนที่เจาะจงในเรื่องของความกลัว แต่ยาจะเข้าไปช่วยลดอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลที่เกิดจากการกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe