Articles originalcontent
Original Content

🤔 กินยาคุมครั้งแรกต้องทำยังไง ? 📆

ซิสรวบรวมวิธีกินยาคุมแบบ 21 เม็ด, 28 เม็ด, ยาคุมฉุกเฉิน พร้อมอาการข้างเคียงและตอบคำถามว่าลืมกินยาคุมต้องทำยังไงมาให้แล้ว มาทำความเข้าใจไปด้วยกันเล้ยย


» » - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • ≡ กลไกออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด ≡

    • ≡ ยาเม็ดคุมกำเนิดกินยังไง? ≡

    • ≡ ยาคุมฉุกเฉินกินยังไง? ≡

    • ≡ ผลข้างเคียงจากการกินยาคุม ≡

    • ≡ ลืมกินยาคุมต้องทำยังไง? ≡


    ในขณะที่โลกพัฒนาไปไกลจนเข้าสู่ปี 2023 แล้วแต่ปัญหาคุณแม่วัยใสไม่เคยหายไปจากประเทศไทย และยังดูเหมือนว่าจะยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เช่นเคย แล้วอะไรคือสาเหตุเหล่านั้น

    เป็นเพราะเด็กใจแตกหรือเป็นเพราะการคบเพื่อนพาเสียคน?

    หรือแท้จริงแล้วต้นตอของเรื่องนี้นั้นมาจากทัศนคติที่หยั่งรากลึกภายใต้ต้นไม้ที่ชื่อว่า ' ค่านิยมของสังคมไทย ' แผ่กิ่งก้านออกไปปกคลุมเหนือหัวเหล่าเยาวชน จนเกิดความเชื่อว่าการมี Sex เป็นเรื่องผิดมหันต์ ขัดต่อจารีตประเพณีอันดีงาม

    จะดีกว่าหรือเปล่าถ้าเราเปลี่ยนคำสอนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากการสั่งสอนให้รักนวลสงวนตัวให้เป็นรักตัวเองด้วยการป้องกันและดูแลตัวเอง เพราะเรื่อง Sex เป็นเรื่องที่ควรเปิดเผย พูดถึงได้ การทำความเข้าใจและหาหนทางป้องกันรับมือต่างหากที่ควรยึดถือเป็นสิ่งสำคัญ

    - - - - - - - - - - - - - - -
    หากลองมานั่งนับจะมีกี่ครอบครัวกันที่ลูกนึกปรึกษาเรื่องเพศสัมพันธ์? ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะสังคมที่มองด้านเพศติดลบ ฝังหัวว่าเป็นสิ่งที่ควรกลบให้พ้นสายตา แถมไม่สามารถพึ่งพาการสอนจากสถานศึกษาได้อีก เพราะดันไปเน้นสอนหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน แทนที่จะสอนการป้องกันจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราว่าเป็นเรื่องที่ควรรู้และไม่ควรมองข้าม วันนี้ซิสเลยพาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งวิธีการคุมกำเนิดด้วย “การกินยาเม็ดคุมกำเนิด” ว่าคืออะไร ต้องกินยังไง มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันทีละสเต็ปกันเลย

    ≡ กลไกออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด ≡

    ป้องกันไม่ให้ไข่สุกและระงับการตกไข่
     สกัดกั้นอสุจิไม่ให้เข้ามดลูก โดยทำให้ปากมดลูกปิด และทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียวขึ้น
     ขัดขวางการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว โดยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เจริญหรือฝ่อตัว และทำให้ไข่ที่ผสมแล้วเดินทางเร็วกว่าปกติ

    - - - - - - - - - - - - - - -


    ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับยาคุมชนิดต่างๆ สิ่งที่เราควรจะรู้ก่อนจะกินยาเม็ดคุมกำเนิดเลยก็คือวิธีการกินที่ถูกต้องซึ่งโดยปกติแล้วการกินยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นให้กินในวันแรกของการมีประจำเดือนหรือภายใน 5 วันแรกของการเป็นประจำเดือน และการกินยาเม็ดคุมกำเนิดจะต้องกินเวลาเดิมทุกวัน เพราะถ้าลืมกินยาจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงได้ ดังนั้นต้องเคร่งครัดกันด้วยนะ

    ≡ ยาเม็ดคุมกำเนิดกินยังไง? ≡

    โดยปกติแล้วยาเม็ดคุมกำเนิดที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ จะมีจำนวนเม็ดในแผงยาแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแผงละ 21 หรือ 28 เม็ดค่ะ มาดูความแตกต่างและวิธีกินของแต่ละแบบไปพร้อมๆ กันเลย

     ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผงละ 21 เม็ด ยาคุมชนิดนี้ทุกเม็ดจะมีตัวยาทั้งหมด ( ไม่มีเม็ดแป้ง ) ให้กินยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด จนหมดแผงแล้วต้องหยุด 7 วันก่อนที่จะเริ่มกินแผงใหม่นะ ซึ่งในช่วงระหว่างที่เราหยุดยาก็จะเริ่มมีประจำเดือน

    ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผงละ 28 เม็ด ( 21+7 ) ยาคุมชนิดนี้จะเหมาะกับคนที่มักหลงลืม กลัวพลาดนับวันนั่นเองค่ะ เพราะเค้าจะมีตัวยาฮอร์โมนจำนวน 21 เม็ดและไม่มีตัวยาหรือที่เรียกว่า " เม็ดแป้ง " อีก 7 เม็ดไว้ให้เรากินก่อนจะเริ่มแผงถัดไป ยาคุมชนิดนี้ให้กินยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด จนหมดแผงแล้วขึ้นแผงใหม่ต่อเนื่องกันไปได้เลยโดยไม่ต้องพัก ช่วงที่กินเม็ดแป้งไปประมาณ 1-3 เม็ดจะเริ่มมีประจำเดือนมา

    โดยยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผงละ 21 เม็ด หรือแผงละ 28 เม็ด บางยี่ห้อ หรือบางสูตรนอกจากคุมกำเนิดได้แล้วมีข้อบ่งใช้ เช่น ใช้รักษาอาการซึ่งเกิดจากการมีฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติในสตรี เช่น สิว, การมีขนเจริญมากกว่าปกติ เป็นต้น

    ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด ( 24+4 ) ชนิดนี้ถึงแม้นับรวมแล้วจะ 28 เม็ดเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างเล็กน้อยตรงที่มีตัวยาฮอร์โมนจำนวน 24 เม็ดและมีเม็ดแป้งอีก 4 เม็ดค่ะ โดยการเพิ่มจำนวนวันที่ได้รับยาจาก 21 เม็ด เป็น 24 เม็ดจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาของการได้รับฮอร์โมนอีก 3 วัน ข้อดีคือ ทำให้ระดับของฮอร์โมนในร่างกายมีระดับต่อเนื่อง 28 วันจนกระทั่งเริ่มกินแผงใหม่ โดยส่วนใหญ่ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 24+4 จะมีข้อบ่งใช้ก็คือใช้รักษาอาการปวดประจำเดือน และอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีรอบเดือน ใช้รักษาสิวที่มีอาการปานกลางและยังอาจได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น คือ ไม่ทำให้เกิดการบวม อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มที่เกิดเนื่องจากการคั่งของน้ำในร่างกาย วิธีกินก็คล้ายกับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผงละ 28 เม็ดเลย คือให้กินยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด กินจนหมดแผงแล้วขึ้นแผงใหม่ต่อเนื่องกันไปได้เลยโดยไม่ต้องพัก


    วิธีการกินแบบ 24+4 เพิ่มเติม
    ถ้าเดิมกินแบบ 21 เม็ดอยู่ก็ให้กินยาเม็ดคุมกำเนิดแผงเก่าให้หมดก่อน พอหมดแล้วสามารถขึ้นแผงใหม่แบบ 24+4 กินต่อเนื่องได้เลย
     ถ้าเดิมกินแบบ 28 เม็ด ( แบบ 21+7 ) เมื่อกินหมดถึงเม็ดที่เป็นตัวยาก็ให้เปลี่ยนเป็นแบบ 24+4 ได้เลยโดยไม่ต้องกินเม็ดแป้งที่เหลือ


    - - - - - - - - - - - - - - -

    ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ 21 และ 28 เม็ดที่เราพูดถึงไปนั้นเค้าจะจัดเป็นยาคุมกำเนิดประเภทแบบแผงที่ต้องกินเป็นรายเดือนเพื่อคุมกำเนิด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมียาคุมอีกประเภท นั่นก็คือยาคุมฉุกเฉินที่เดาว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยิน แต่ยังไม่รู้ว่าใช้ตอนไหน ใช้ในสถานการณ์อะไร ไม่รู้ไม่เป็นไรเดี๋ยวซิสจะเล่าให้ฟัง ไปต่อกันเล้ย~

    - - - - - - - - - - - - - - -

    ≡ ยาคุมฉุกเฉินกินยังไง? ≡

    หลายคนอาจจะยังสับสนว่ายาคุมฉุกเฉินนั้นต่างจากยาคุมแบบอื่นยังไง? อย่างแรกเลยคือยาคุมฉุกเฉินจะมีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดสูงกว่ายาคุมแบบธรรมดา ก็คือมีฮอร์โมน progesterone เดี่ยวขนาดสูง และจากที่เราเห็นคำว่า " ฉุกเฉิน " ซึ่งนั่นก็หมายความตามชื่อตรงตัวเลยว่าควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ตัวอย่างกรณีฉุกเฉินเช่น ใช้ในกรณีถูกข่มขืน หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกัน ซึ่งหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ

    ➊ แบบ 1 เม็ด มีขนาดฮอร์โมนเท่า 2 เม็ดแต่กินครั้งเดียวจบ โดยกินทันทีหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์
    แบบ 2 เม็ด ขนาดฮอร์โมนจะถูกแบ่งครึ่งไว้ใน 2 เม็ด เม็ดแรกให้กินทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์หรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง ส่วนเม็ดที่ 2 ให้กินหลังจากนั้น 12 ชั่วโมง

    มีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนยังคงเข้าใจผิดคือ เราไม่สามารถกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ ได้อย่างยาคุมแบบธรรมดานะคะ เพราะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงกับรังไข่ในระยะยาวได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้กินยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 กล่อง หรือ 4 เม็ดต่อเดือน

    ≡ ผลข้างเคียงจากการกินยาคุม ≡

    ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยาคุมกำเนิดแบบธรรมดา คือ อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง ฝ้า เลือดออกกะปริบกะปรอย

    ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ๆ จากยาคุมฉุกเฉิน คือ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เจ็บคัดเต้านม ปวดท้อง มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ประจำเดือนมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ ซึ่งการกินยาคุมฉุกเฉินในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากใช้ยานี้ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ยานี้เกิน 2 กล่องหรือ 4 เม็ดต่อเดือน

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : บทความนี้เป็นบทความประชาสัมพันธ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์
    หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดOriginal Content)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe