Articles originalcontent
Original Content

ว่าด้วยเรื่อง.... " ทฤษฎี 21 วัน " เริ่มต้นมาจากไหน? ทำแล้วได้ผลจริงรึเปล่า? กับความรักล่ะใช้ได้ไหม?

ได้ยินกันมาเนิ่นนานสำหรับ " ทฤษฎี 21 วัน " เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยลองทำตามกันแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีที่มาจากไหน ทำแล้วได้ผลจริงไหม มีวิจัยรึเปล่า หรือสามารถใช้กับความรักได้จริง ๆ เหรอ มาไขคำตอบจากบทความนี้ได้เล้ย


» » - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • " ทฤษฎี 21 วัน " มาจากที่ไหน แล้วมันคืออะไร?

    • แล้วแบบนี้ " ทฤษฎี 21 วัน " มันใช้ได้ผลไหม?

    • ถ้าอยากเริ่มสร้างนิสัยใหม่ สามารถใช้ " ทฤษฎี 21 วัน " ได้รึเปล่า?

    • มีวิธีอะไรง่าย ๆ บ้างในการเปลี่ยนนิสัยด้วย " ทฤษฎี 21 วัน " ?

    • แล้วมีทริคในการทำ " ทฤษฎี 21 วัน " ให้สำเร็จไหม?

    • นอกจากสร้างนิสัย " ทฤษฎี 21 วัน " สามารถใช้กับ " ความรัก " ได้ไหมนะ?

    ฮัลโหลค่าชาวซิสสสสส วันนี้เรามาเมาท์มอยหอยสังข์กันดีกว่า ว่ากันด้วยเรื่อง " ทฤษฎี 21 วัน " อ๋าาาา~ เคยได้ยินกันมาบ้างใช่ไหมล่ะคะ? เพราะว่าทฤษฎีนี้ดังม้ากกกก คนก็เอามาใช้กันเยอะมาก ซึ่งการเอามาใช้ส่วนใหญ่มักจะใช้ในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งหรือสร้างนิสัยบางอย่าง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการทำงาน การเรียน การเงิน การใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งกับความรักนะคะ แต่!! ทุกคนรู้ไหมคะว่า ทฤษฎี 21 วันเนี่ยมันเริ่มต้นมาจากไหน? แล้วมันใช้ได้ผลจริงไหม? กับความรักล่ะ มันใช้ได้จริง ๆ เหรอ? วันนี้เรามีคำตอบมาบอกทุกคนเลยค่ะ แต่ขอเตือนไว้นิดนึงนะคะว่าอาจจะทำให้ทุกคนช็อกได้ ถ้าเตรียมใจพร้อมช็อกแล้วก็มาอ่านกันให้ไวให้ว่องเลยจ้าาาา ♥
     

     

    " ทฤษฎี 21 วัน " มาจากที่ไหน แล้วมันคืออะไร?

    ที่มาของทฤษฎี 21 วันก็คือหนังสือ ' Psycho-Cybernetics ' ของ Dr. Maxwell Maltz โดยในหนังสือก็จะมีการพูดเกี่ยวกับทฤษฎี 21 วันไว้ประมาณว่า " การทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาจนครบ 21 วัน อาจจะส่งผลให้สิ่งนั้นกลายเป็นนิสัยได้ " ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นทฤษฎีนะคะ น่าจะเป็นแค่ข้อสังเกตมากกว่าเพราะดร.แม็กซ์เวลล์เองก็ยังไม่ได้ศึกษามันอย่างจริงจัง แต่เมื่อหนังสือนี้ได้เผยแพร่ออกไปในตลาด วลี ' 21 วันสร้างนิสัย ' ก็เริ่มกระจายเป็นวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกเชื่อและมีความตื่นเต้นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวในระยะเวลาอันสั้น แล้วก็ส่งผลให้ทุกคนเชื่อมาจนถึงปัจจุบันนั่นเองค่ะ
     

    แล้วแบบนี้ " ทฤษฎี 21 วัน " มันใช้ได้ผลไหม?

    ถึงแม้ว่าทฤษฎี 21 วันมันอาจจะยังไม่เป็นทฤษฎี 100% ก็ตามแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะคะ เพราะต่อมาในปี 2009 ฟิลิปปา แลลลี นักวิจัยด้านสุขภาพที่ University College London ได้ทำการวิจัยออกมาว่า " จริง ๆ การสร้างนิสัยใหม่ ช่วงเริ่มต้นประมาณ 18 วันแรกการกระทำต่าง ๆ จะเริ่มเกิดเป็นนิสัยแล้ว แต่ถ้าอยากให้เป็นนิสัยที่คุ้นชินมากขึ้นต้องใช้เวลาเฉลี่ย 66 วัน ส่วนถ้าจะให้เป็นนิสัยแบบเต็มตัวก็อาจจะต้องใช้เวลาถึง 254 วัน " สรุปง่าย ๆ ว่ามันได้ผลอยู่นะคะ เพราะอย่างน้อยก็พิสูจน์แล้วว่าทฤษฎี 21 วันเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างนิสัยได้ แต่ถ้าอยากให้เป็นนิสัยจริง ๆ ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เน้อชาวซิส ♥
     

    ถ้าอยากเริ่มสร้างนิสัยใหม่ สามารถใช้ " ทฤษฎี 21 วัน " ได้รึเปล่า?

    ถ้าอยากจะเริ่มสร้างนิสัยใหม่ด้วยทฤษฎี 21 วัน ฟิลิปา แลลลี่ก็ได้บอกวิธีไว้อีกด้วยนะคะ เธอบอกว่าให้เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่สามารถทำได้จริงทุกวัน ไม่ฝืนตัวเองเกินไป พอเราเริ่มชินก็อาจจะเริ่มต้นชาเลนจ์อะไรใหม่ ๆ เช่น อยากออกกำลังกายให้เป็นนิสัย ก็ให้เริ่มต้นวันแรกที่ประมาณ 10 นาทีก่อน วันต่อไปก็ค่อย ๆ เพิ่มเป็น 11 12 13 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 21 นาที หลังจากครบ 21 วันก็อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 นาทีเลยก็ได้นะคะเพราะเราเริ่มชินมากขึ้น ( หรือใครจะเพิ่มวันละนาทีเหมือนเดิมก็ได้นะ ) แต่ช่วง 21 วันแรกอย่าเพิ่มแบบวันแรก 10 นาที วันต่อมา 15 นาที วันถัดไปอีกเป็น 20 นาที แบบนี้มีสิทธิ์ที่จะล่มสูงมากนะคะ ให้เริ่มแบบทีละเล็กละน้อยจนครบ 21 วันก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนครบ 66 วัน เราก็จะเริ่มชินกับการออกกำลังประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วนั่นเองค่า รู้ทริคดี ๆ แล้วก็ลองเอาไปทำกันดูน้า~
     

    มีวิธีอะไรง่าย ๆ บ้างในการเปลี่ยนนิสัยด้วย " ทฤษฎี 21 วัน " ?

    บางคนยังนึกนิสัยง่าย ๆ ที่ไม่ฝืนตัวเองในการเริ่มทำทฤษฎี 21 วันไม่ออกใช่ไหมคะ งั้นเราขอแนะนำ 5 วิธีที่ไม่ฝืนตัวเองเกินไปในการเริ่มสร้างนิสัย จะมีข้อไหนน่าสนใจไปลองทำตามบ้างก็มาดูกันเลยจ้า

    1. ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว : วิธีนี้ให้เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน > ก่อนกินข้าวทุกมื้อ 30 นาที > หลังกินข้าวทุกมื้อ 1 ชั่วโมง > ช่วง 15:00 น.อีกหนึ่งครั้ง และปิดจบด้วยก่อนนอน 2 ชั่วโมง แค่นี้ก็ครบ 8 แล้วล่ะ!

    2. ออกกำลังกาย : วิธีนี้ตามที่บอกไปในข้อข้างบนเลยค่ะให้เริ่มจาก 10 - 15 นาทีก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มวันละ 1 นาที โดยห้ามเพิ่มมากกว่านั้นจนกว่าจะครบ 21 นะคะ

    3. ทานผักและผลไม้ : ให้เริ่มจากผักที่รสชาติติดหวาน ไม่เหม็นเขียวหน่อยแบบข้าวโพดอ่อน ผักกาดขาว แครอต ส่วนผลไม้ให้เริ่มจากแอปเปิล ฝรั่ง ชมพู่ เพราะมีรสชาติไม่หวานมากจนเกินไปทานง่ายด้วยนะคะ ถ้าใครอยากเริ่มก็ลองเริ่มจากพวกนี้ดูได้น้า
    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดOriginal Content)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe