ฝ้ามาจากไหน และวิธีรักษาฝ้า
1653381300 original content
Original Content

“ ฝ้า ” มาจากไหน ทำไมแต่ละคนเป็นไม่เท่ากัน และส่วนผสมไหนช่วยได้ดีที่สุด ?

ฝ้า หนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลายคนหนักใจ วันนี้เรามาทำความรู้จัก 'ฝ้า' กันหน่อยดีกว่า เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงอยากรู้ว่า ฝ้ามันเกิดขึ้นมาบนผิวหน้า โดยเฉพาะตรงโหนกแก้มของเราได้ยังไง แล้วส่วนผสมอะไรบ้างที่จะช่วยรักษาฝ้าได้ มาไขข้อข้องใจไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ!


» » - - » - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • ฝ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

    • ชนิดของฝ้า มีอะไรบ้าง

    • วิธีรักษาฝ้า ทำยังไงได้บ้าง?

    • ส่วนผสมไหนช่วย ' รักษาฝ้า ' ได้ดีที่สุด

     

    ฝ้า เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิว ที่เราเชื่อเลยว่า หลายๆ คนเป็น และกำลังหนักใจกับมันอยู่ แต่เราไม่เคยรู้เลยนะว่า ฝ้ามีกี่แบบ เกิดขึ้นได้ยังไง มาจากไหน แล้วทำไมแต่ละคนถึงมีฝ้ามากบ้าง น้อยบ้าง วันนี้เราจะมาตอบทุกๆ คำถามที่ทุกคนอยากรู้ค่ะ พร้อมบอกด้วยว่า ส่วนผสมอะไร ที่จะช่วยจัดการปัญหาฝ้าได้อยู่หมัดที่สุด! ใครที่เป็นฝ้าอยู่ ณ ตอนนี้ เชิญเข้ามารวมตัวกันที่นี่เลยค่ะ รู้ไว้ก่อนจะสาย หาทางรักษาได้ ปัญหาผิวนี้จะได้ไม่เกิด ไปทำความรู้จักฝ้ากันเลยค่ะ!

    ฝ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร ?


    เชื่อว่ามีหลายๆ คน เกิดความสงสัยอยู่นะว่า ฝ้ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เกิดมาจากอะไร งง! ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังสร้างเม็ดสีหรือเมลานิน ( Melanin ) มากเกินปกติ จนทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีรอยสีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ และจะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย  อาจมีลักษณะเป็นปื้น หรือเข้มเป็นกระจุก สิ่งที่น่าตกใจคือ ฝ้าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่พอที่จะบรรเทาได้บ้าง

    การเกิดฝ้านั้น อาจมีปัจจัยบางอย่าง ที่มากระตุ้นให้เม็ดสีถูกสร้างมากขึ้น จนอาจทำให้เกิดฝ้า แม้จะยังระบุได้ไม่แน่ชัดว่า อะไรที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝ้า แต่ก็พอจะมีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มการสร้างเม็ดสีมากผิดปกติได้ เช่น

    แสงแดดและรังสียูวี อันนี้ถือได้ว่า เป็นสาเหตุหลักๆ ที่หลายคนพูดถึง แสงแดดนี่แหละที่ทำให้เกิดฝ้า! เพราะแสงแดดจะส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยตำแหน่งที่เกิดฝ้ามักเป็นบริเวณที่โดนแดด ได้แก่ ตรงโหนกแก้ม เหนือริมฝีปาก หน้าผาก หรือคาง
    อายุและเพศ บางคนตอนเด็กๆ วัยรุ่น ไม่เคยมีฝ้าเลย แต่เมื่ออายุมากขึ้น ดันมีฝ้าซะงั้น ไม่ต้องแปลกใจไปเลย เพราะฝ้ามักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุระหว่าง 30 - 40 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
    สีผิว ว่ากันว่า คนที่ผิวเข้มมีความเสี่ยงที่เกิดฝ้าได้ง่ายกว่าคนผิวขาว
    ภาวะที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน รวมไปถึงการใช้ฮอร์โมนรูปแบบต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

    ชนิดของฝ้า มีอะไรบ้าง

    เราว่ามีหลายคนสงสัยว่า ทำไมแต่ละคนถึงมีฝ้าไม่เท่ากัน และทำไมฝ้าของแต่ละคนถึงดูไม่เหมือนกันเลย นั่นเพราะจริงๆ แล้ว ฝ้ามีหลายชนิดนะคะ และแน่นอนว่า ฝ้าสามารถเกิดขึ้นได้ทุกจุดบนใบหน้าของเรา

    ลักษณะการเกิดฝ้า ฝ้ามีด้วยกัน 5 ชนิด ได้แก่

    ① ฝ้าแบบตื้น เป็นชนิดที่เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในระดับผิวหนังกำพร้า หรือผิวหนังชั้นนอก จะมีสีน้ำตาลขอบชัด รักษาให้จางลงได้ด้วยการทาครีมกันแดดหรือยาทาฝ้าอ่อนๆ
    ② ฝ้าแบบลึก ชนิดนี้ จะค่อนข้างรุนแรงหน่อย เป็นชนิดที่เกิดขึ้นในระดับชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งอยู่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า สีของฝ้าจะมีสีอมม่วงๆ น้ำเงินๆ ขอบเขตไม่ชัดเจน รักษาได้ยากกว่าฝ้าแบบตื้น ที่น่ากลัวคือ รักษาได้ไม่หายขาด
    ③ ฝ้าแบบผสม เป็นชนิดที่หนักแบบคูณสอง! เพราะเกิดขึ้นทั้งในระดับชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้รวมกัน ลักษณะของฝ้าจะเป็นตรงจุดกึ่งกลางมีสีที่เข้ม แสดงให้เห็นว่า นี่คือฝ้าแบบฝังลึก ส่วนขอบๆ จะมีสีจางกว่าแสดงถึงฝ้าแบบตื้น ดูแล้วน่ากลัวมาก แต่ดันเป็นชนิดของฝ้า ที่มักจะพบกันบ่อยที่สุดซะได้!
    ④ ฝ้าแดด เกิดจากรังสี UV เป็นเหตุ ที่เป็นตัวการทำร้ายผิวของเรา มีลักษณะฝ้าเป็นสีน้ำตาลคล้ำ หรืออมเทาม่วง ซึ่งถ้าไม่รีบป้องกันหรือดูแลผิว สีองฝ้าก็จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ
    ⑤ ฝ้าเลือด มักเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า ที่ผิวโดนแสง UV เป็นเวลานาน จนเส้นเลือดฝอยในชั้นหนังแท้เพิ่มจำนวนขึ้นหรือเสื่อมสภาพ ทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยแตกแขนงเป็นกระจุกบนผิวหน้า เกิดเป็นรอยสีชมพู สีน้ำตาลแดง ไปจนถึงสีคล้ำ

    วิธีรักษาฝ้า ทำยังไงได้บ้าง?

    จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า ฝ้า เป็นปัญหาผิวที่ ทำให้หายไปเลย ยากมาก! ทางการแพทย์บอกแล้วว่า ฝ้านั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ในกรณีที่คุณมีฝ้าที่เกิดจากฮอร์โมน เช่น การตั้งครรภ์ การทานยาคุมกำเนิด หรือได้รับการรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมน อันนี้ฝ้าอาจจางหายได้เอง ซึ่งวิธีรักษาฝ้าให้ได้ประสิทธิภาพดีอาจต้องมีการใช้วิธีการรักษาฝ้าหลายๆ วิธีไปพร้อมกัน โดยขึ้นอยู่กับชนิดของฝ้าและความรุนแรงที่เป็นด้วย

    ส่วนผสมไหนช่วย ' รักษาฝ้า ' ได้ดีที่สุด

    วิธีการรักษาฝ้า จริงๆ แล้วหลายวิธี ที่ง่ายที่สุด และไม่แพงเวอร์ ได้แก่ การการกินวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินเอ วิตามินซีและวิตามินอี รวมไปถึงการใช้ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสม ที่จะช่วยรักษาฝ้าให้แลดูจางลงได้ ซึ่งถ้าคุณมีเงินมา่กหน่อย อาจจะใช้วิธีการเลเซอร์ร่วมด้วย ก็ได้เช่นกัน แต่เดี๋ยวก่อนนะ ส่วนผสมอะไรบ้างนะ ที่จะช่วยเคลียร์ฝ้าได้ วันนี้เรารวมมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันเลยค่ะ

    1655256829 1


    Arbutin : เป็นสารธรรมชาติสกัดที่ได้จากต้นแบร์เบอร์รี บลูเบอร์รี แครนเบอร์รี ข้าวสาลี และแพร ซึ่งเป็นสารที่เคยใช้เพื่อรักษาสิว ฝ้า มาเป็นเวลานานแล้ว Alpha Arbutin เป็นหนึ่งในสาร ที่จะช่วยลดเม็ดสีเมลานิน ทำให้บริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำจางลง และปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอขึ้นนั่นเองค่ะ

    สกินแคร์แนะนำ

    ◗ Provamed Anti-Melasma Overnight Mask
    เจลมาสก์หน้าเนื้อเข้มข้น เพื่อลดปัญหา ฝ้า กระและจุดด่างดำ ช่วยคืนความกระจ่างใสและความชุ่มชื้นให้กับผิว

    ◗ The Ordinary Alpha Arbutin 2% + HA Serum
    เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยลดการผลิตเมลานินบนผิว ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิวดูจางลง พร้อมเผยผิวที่ดูสุขภาพดี

    ◗ GRAVICH Melasma Corrective Serum
    เซรั่มบำรุงผิว มีส่วนผสมของ Alpha Arbutin เข้มข้นสูงสุดถึง 2% ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส พร้อมลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ ใช้ได้ทุกสภาพผิวไม่ทำให้ผิวบางลง ทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับและลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย

    1655258474 2

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดOriginal Content)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe