รีวิว Moltobene Deep Layer จากญี่ปุ่น ผมพังก็เปลี่ยนให้ปังได้!

PAGE 2/3
» »

ดังนั้นสูตรของทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer จะไม่ได้แบ่งตามความเสียหายของสภาพเส้นผม เพราะทุกสูตรสามารถแก้ปัญหาผมเสียได้หมดเลยค่ะ ที่เขาแบ่งออกเป็น 2 สูตรนั้นเป็นเพียงการแบ่งตามลักษณะเส้นผมของผู้ใช้ค่ะ

สำหรับราคาของแชมพูและทรีตเมนต์ของ Moltobene Deep Layer นั้น ทั้งสูตร S และสูตร G ราคา ขวดละ 1,xxx บาท เท่ากันค่ะ


1646905622 08

ส่วนใครที่สงสัยว่าทรีตเมนต์ขวดเล็กๆ สีดำที่อยู่ในรูปด้านบนคืออะไร อันนี้เป็น “Special Home Care” หรือทรีตเมนต์ขวดเล็กสำหรับซื้อกลับไปบำรุงต่อเองที่บ้านนะคะ ถ้าเราได้ใช้ทรีตเมนต์ตัวนี้ต่อ มันจะช่วยให้ประสิทธิภาพของทรีตเมนต์ที่เราทำจากซาลอนอยู่คงทนยาวนานยิ่งขึ้นค่ะ เส้นผมของเราที่ได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่องก็จะจัดทรงง่าย สภาพเส้นผมก็สวยงามไปอีกนาน~ ราวกับได้ยกซาลอนมาทำเองที่บ้านเลยจ้า

หากใครสนใจซื้อทรีตเมนต์ขวดเล็กแบบนี้ไปทำเองที่บ้าน เวลาใช้ทรีตเมนต์ก็ให้หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกนะคะ แต่เราขอแนะนำให้ลองปรึกษาช่างเรื่องความถี่ในการหมักทรีตเมนต์ด้วยค่ะ เพราะเขาจะช่วยดูลักษณะเส้นผมของเราและแนะนำได้ว่าสภาพเส้นผมแบบเราควรหมักบ่อยแค่ไหน คนที่ผมแห้งมากก็อาจจะใช้ทรีตเมนต์ทุกๆ 3 วันจนถึงสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าใครสภาพผมค่อนข้างดีอยู่แล้วก็สามารถใช้ 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ได้ค่ะ 


ราคาของทรีตเมนต์ Special Home Care อยู่ที่ขวดละ 3xx บาทค่า~


พอเห็นว่ามีทรีตเมนต์สำหรับซื้อไปทำเองที่บ้านแบบนี้ เราก็เลยสอบถามพี่พนักงานถึงความแตกต่างระหว่างการมาทำทรีตเมนต์ที่ร้านกับการทำเองที่บ้านค่ะ เขาบอกว่าถ้าทำที่ร้านก็จะดีตรงที่ว่าทางร้านจะมีเครื่องมือครบครันในการบำรุงผม ซึ่งช่วยให้ทรีตเมนต์ซึมลึกเข้าไปในชั้นเส้นผมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ดังนั้นถ้าใครสะดวกก็ลองเดินทางมาทำผมที่ร้านกันดูนะคะ


1646905927 09

หากทำทรีตเมนต์ที่ร้านจะใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที อันนี้ยังไม่รวมตอนไดร์ผมค่ะ ถ้ารวมเวลาไดร์ผมและขั้นตอนอื่นๆ ด้วยก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ก็นับว่าไม่นานเลย~


เอาละ! มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงอยากรู้แล้วว่า “การทำทรีตเมนต์ 5 ขั้นตอน” ของ Moltobene Deep Layer นั้นเป็นยังไง แล้วแต่ละขั้นตอนช่วยบำรุงเส้นผมยังไงบ้าง เราจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ


1646905973 10

ขั้นตอนที่ 1 : Penetrating Repair (ฟื้นฟูเส้นผมโดยการดูดซึมส่วนที่สึกหรอ)

1646906047 11

หลังจากที่ตัวบูสเตอร์ของทรีตเมนต์ดูดซับไอออนโลหะที่เส้นผมด้านนอกเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนแรกของการทำทรีตเมนต์ก็จะเป็นการนำส่วนผสมของเคราตินที่มีความหนาแน่นสูง (Hight molecular weight keratin PPT) แทรกซึมเข้าไปในช่องว่างหรือโพรงของเส้นผมที่แห้งเสีย เคราตินจะช่วยดูดซึมและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับเส้นผมของเราค่ะ


ขั้นตอนที่ 2 : Bonding Repair (ซ่อมแซมพันธะของเส้นผม)

1646906879 12

ขั้นตอนนี้เป็นการอุดช่องว่างภายในเส้นผมด้วยส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมความแห้งเสียค่ะ ในขั้นตอนนี้ส่วนผสมโมเลกุลต่ำ (Low Molecular weight) ของเคราตินขนาดเล็กและ Keratide® จะเข้าไปอุดช่องว่างเล็กๆ ของโพรงภายในเส้นผม ซึ่งเป็นจุดที่เคราตินในข้อ 1 เข้าไปไม่ถึงค่ะ เรียกได้ว่าเป็นการอุดช่องโหว่ในการบำรุงนั่นเอง


ขั้นตอนที่ 3 : Enhanced Repair (เพิ่มพลังในการซ่อมแซม)

1646906958 13

ตรงนี้จะเป็นขั้นตอนที่ Keratide® ของทรีตเมนต์มารวมตัวกันเพื่ออุดช่องว่างภายในเส้นผมค่ะ เมื่อเส้นผมของเรามี Keratide® อัดแน่น ส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมความสึกหรอก็จะเกาะติดภายในเส้นผมได้ดีขึ้น เส้นผมของเราก็จะพองตัวแน่น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ


ขั้นตอนที่ 4 : Moist Hyalo Film (เคลือบเกล็ดผมครั้งที่ 1)

1646907143 14

กิจกรรม SistaCafe