1653381300 original content
Original Content

☀ซัมเมอร์นี้เอาอยู่!! เจาะลึก ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดแต่ละอันคืออะไร ต้องเลือกอย่างไร✍

เฉลยข้อสงสัย ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดต่างกันยังไง ต้องเลือกอย่างไร ให้สาวซิสพร้อมท้าแดดประเทศไทย


» » - - » - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • รังสี UV กับปัญหาผิว

    • ทำยังไงถึงจะป้องกันผิวจากรังสี UV ได้?

    • SPF ( Sun Protection Factor )

    • SPF ยิ่งสูงยิ่งดี?

    • PA ( Protection grade of UVA )

    • เลือก PA ยังไงดี

    • ประเภทของครีมกันแดด

    • ท่องไว้ให้ขึ้นใจ!!!

    • Broad spectrum sunscreen

    • ข้อแนะนำในการทากันแดด

     
    หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยก็เหมือนย้ายพิกัดไปอยู่นรกซะอย่างนั้น โอ๊ยย ร้อนไม่ไหววว นาทีนี้ไม่ว่าจะเดินสวนคนไปทางไหนก็มักจะพบว่าท่ามกลางแดดจ้า ใครๆ ก็ล้วนประสบปัญหาเดินไปปาดเหงื่อไป หาวิธีหลบแดดยังไงไม่ให้เสี่ยงต่อการหน้าไหม้ คล้ำแดดหรือแม้กระทั่งผิวเหี่ยวย่นและอีกสารพัดปัญหา หลายคนเลยรีบมองหาตัวช่วยเป็นครีมกันแดด เตรียมทาตามเทรนด์สองข้อนิ้วจุกๆ ท่องมาจากบ้านอย่างดีว่างานนี้ทาแล้วต้องไม่วอก!! แต่ดันต้องมายืนงงตอนอ่านฉลากว่า SPF กับ PA คืออะไร แล้ว SPF กับ PA เนี่ยมันต่างตรงไหน ต้องเลือกยังไง วันนี้เราจะมาเฉลยข้อข้องใจให้ได้รู้กันค่าาา
     

    รังสี UV กับปัญหาผิว

     ก่อนจะหาคำตอบว่า SPF กับ PA คืออะไร หรือ SPF กับ PA ต่างกันยังไง อันดับแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับต้นตอของปัญหาที่ทำให้เราต้องทาครีมกันแดดกันก่อน

    ☀รังสี UV คืออะไร?
    รังสี UV หรือรังสี Ultraviolet เป็นแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์ ซึ่งอยู่ในช่วงความถี่ 200-400 nm. เป็นรังสีที่มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ร้ายกาจกับสภาพผิวเราเป็นอย่างมาก!

    ประกอบไปด้วย 3 ประเภทด้วยกัน
     
    ☀รังสี UVA
    เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นมากกว่า UVB จึงสามารถทะลุไปถึงผิวชั้นหนังแท้ได้และก่อให้เกิดปัญหาผิวเสื่อมสภาพโดยการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเราเหี่ยวย่น มีริ้วรอยก่อนวัยอันควร

    ☀รังสี UVB
    เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าUVA แม้ความสามารถในการทะลุชั้นผิวของ UVB จะน้อยกว่าแต่ก็อนุภาพความแรงก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย เพราะ UVB ก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวไหม้ ผิวแดงและคล้ำแดดได้

    ☀รังสี UVC
    เป็นรังสีที่ความยาวคลื่นสั้นที่สุดแต่ถือว่าเป็นอันตรายที่สุด แต่ความโชคดีคือรังสี UVC จะถูกชั้นบรรยากาศโอโซนดูดซับไว้จึงทำให้อัตราการผ่านลงมายังพื้นโลกน้อยมากหรือแทบจะไม่มี

    ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
     

    ทำยังไงถึงจะป้องกันผิวจากรังสี UV ได้?

    ไม่ว่าจะเป็นวันแดดจ้าพร้อมลุยกิจกรรมโลดโผนหรือแม้แต่วันที่หลบแดดไปนอนซมอยู่บ้านอย่างเหงาๆ ก็คงไม่พ้นถูกทำร้ายด้วยรังสีเหล่านี้อยู่ดี ดังนั้นแต่ละคนก็จะสรรหาวิธีเอาตัวรอดจากแดดประเทศไทยแตกต่างกันไป อย่างเช่นบางคนพกความชิคมาพร้อมกับแว่นกันแดดสุดเก๋ บางคนก็พกร่ม หรือแม้แต่สวมหมวกปีกกว้างบ้างและแน่นอนว่าหนึ่งในวิธีที่ชาวเรานึกถึงอันดับต้นๆ ก็คงไม่พ้นการทาครีมกันแดดใช่ไหมล่ะคะ อะๆ คำถามต่อมาก็คงไม่พ้นแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากันแดดจะช่วยปกป้องผิวได้มากแค่ไหน? ต้องใช้อะไรวัดล่ะ? นี่แหละคือที่มาของSPF และ PA เพราะทางผู้เชี่ยวชาญเค้าสร้างมาตรฐานวัดประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์กันแดดด้วยค่า SPF และ PA ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอ๊งงง

    ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
     

    SPF ( Sun Protection Factor )

    SPF คือการวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVB

    ตัวอย่างเช่น ถ้าปกติผิวจะไหม้หลังจากออกแดด 10 นาที การทาครีมกันแดด SPF15 จะช่วยให้อยู่ในแดดได้นานขึ้น 15x10 = 150 นาที (15 เท่า)
    *ขึ้นอยู่กับประเภทผิว ความเข้มของแสงแดด และอีกหลายปัจจัย

    ค่าSPF              ประสิทธิภาพในการป้องกัน
    SPF 6    -  <15                 ต่ำ
    SPF 15  -  <30               กลาง
    SPF 30  -  <50                 สูง
    SPF          ≥50             สูงมาก

    SPF ยิ่งสูงยิ่งดี?

    หลายๆ คนคิดว่ายิ่งค่า SPF สูงยิ่งดี แต่หากลองเทียบกันจริงๆ นั้นระหว่าง SPF ที่มากกว่า 50 กับ SPF 50 กลับพบว่ามีความต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า SPF15-30 ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าต้องสู้กับแดดบ้านเราแนะนำว่า SPF ควร 30 ขึ้นไปนะคะ และสิ่งสำคัญที่สุดคือควรทาซ้ำทุกๆ สองชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวที่ดีที่สุด 

    ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
     

    PA ( Protection grade of UVA )

    PA คือการวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA

    เครื่องหมาย + ต่อท้าย PA คืออะไร?
    เรามักจะได้ยินจากโฆษณาหรือเห็นบนผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดว่า PA++++ กันจนคุ้นชินแต่เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าเครื่องหมายบวกที่ตามหลัง PA นี้มีความหมายว่ายังไงกันน้า

    ค่าPA    ประสิทธิภาพในการป้องกัน
    PA+                 ต่ำ-กลาง
    PA++                  กลาง
    PA+++                  สูง
    PA++++             สูงมาก

    ใช่แล้ววว เครื่องหมายบวกแสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันUVAที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดOriginal Content)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe