แบบนี้สิใช่เรา! 😍 รวมทริคเด็ด ' วิธีเลือกน้ำหอม ' ยังไงให้ถูกใจ แบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

PAGE 2/3
» »
 

วิธีเลือกน้ำหอมที่ 4 : เลือกระดับความติดทน

มาถึงเรื่องความติดทนกันบ้างค่า บอกเลยว่าสิ่งนี้เป็นอีกสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในการเลือกน้ำหอมเลยจริง ๆ บางคนอยากให้กลิ่นนี้ติดทนอยู่เกือบทั้งวัน หรือบางคนอาจจะไม่ได้อยากให้อยู่ทนทั้งวัน ดังนั้นเราก็จะต้องมาดูส่วนผสมว่าแต่ละตัวมีหัวน้ำหอมมากหรือน้อยแค่ไหน แต่จะให้มาไล่หาใต้กล่องก็คงจะปวดหัวแย่ วิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือสังเกตคำว่า Eau de Perfume / Eau de Toilette / Eau de Cologne ไว้นั่นเองค่า แทบทุกกล่องจะต้องมีคำพวกนี้แน่ ๆ หรือถ้าไม่รู้ก็สามารถถามพนักงานก็ได้เน้อ ซึ่งคำพวกนี้จะบ่งบอกว่าน้ำหอมแต่ละขวดมีหัวน้ำหอมประมาณเท่าไหร่ ยิ่งมีหัวน้ำหอมมากก็ยิ่งติดทนมากยิ่งขึ้น แต่ว่าโอเดอ ( Eau de ) ตัวไหนจะติดทนที่สุดก็เลื่อนลงมาดูกันเล้ย


Eau de Cologne ( EDC ) หรือ Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 3 - 5% เท่านั้น ทำให้กลิ่นมีความติดทนเพียงแค่ 2 - 4 ชม. เท่านั้น
Eau de Toilette ( EDT ) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 5 - 15% ส่วนมากจะอยู่ที่ 10% ตัวนี้จะมีความติดทนนานอยู่ที่ประมาณ 3 - 6 ชม. ขึ้นอยู่กับเปอร์เซนต์ของน้ำมันหอมที่ผสมในแต่ละตัวด้วยนะเออ
Eau de Parfum ( EDP ) จะเป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 15 - 18% ใส่มามากกว่า EDC และ EDT ดังนั้นเนี่ยก็จะมีความติดทน 6 - 12 ชม. เลยทีเดียวค่า

ความฉุนและความติดทนก็จะเรียงจาก EDP > EDT > EDC เลยค่า แอบบอกนิดนึงว่าที่เรียงลำดับมาก็ไล่จากราคาแพงไปจนถึงราคาที่จับต้องได้ง่ายเหมือนกันเน้อ ทุกอย่างล้วนขึ้นตามปริมาณของหัวน้ำหอมเลยค่ะ ใครงบน้อยอาจจะต้องเลือกน้ำหอมที่มีความทนน้อยลงแทนเนอะ ♥
 

วิธีเลือกน้ำหอมที่ 5 : เลือกจากสภาพผิว

ฟังดูงง ๆ ใช่ม้า? แต่เรื่องสภาพผิวของเราก็มีส่วนทำให้น้ำหอมมีความติดทนด้วยน้า อย่างคนผิวมัน ในผิวจะมีน้ำมัน ซึ่งน้ำมันจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนและกระจายกลิ่นได้ดีและอาจทำให้ฉุนได้ด้วย แนะนำให้ใช้น้ำหอมที่กลิ่นอ่อน ๆ ประเภท EDT หรือ EDC ส่วนคนผิวแห้ง จะดูดซึมความมันจากน้ำหอมไว้ได้ดี แต่การกระจายตัวของกลิ่นน้ำหอมมีน้อยมาก แนะนำให้ใช้น้ำหอมที่กลิ่นเข้มข้นอย่าง EDT และ EDP สุดท้ายคนที่มีผิวเหงื่อออกง่าย เวลาเหงื่อออกรูขุมขนมันจะเปิด ทำให้แอลกอฮอล์ที่ผสมในน้ำหอมเข้าไปจนเกิดอาการแสบร้อนหรือแพ้ได้ ดังนั้นน้ำหอมที่เหมาะจะเป็นประเภทที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือ Body Mist จะตอบโจทย์ที่สุด เห็นแล้วใช่ไหมล่ะว่ามันสำคัญ อย่าลืมลองไปสังเกตดูน้าว่าเราเป็นคนผิวแบบไหน ควรใช้อะไร จะได้เลือกน้ำหอมออกมาตรงใจที่สุด ♥


 

วิธีเลือกน้ำหอมที่ 6 : เลือกน้ำหอมอย่าใจร้อน

มือใหม่ต้องฟังเลยเด้อ เพราะการเลือกน้ำหอมเราจะใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่างที่บอกว่าน้ำหอมมันจะมี 3 โน้ต ก็คือ Top Note / Middle Note / Base Note ดังนั้นเราก็ต้องเลือกตามกลิ่นของโน้ตต่าง ๆ แนะนำให้ดมกลิ่น Top Note จากการฉีดออกมาใหม่ ๆ แล้วระหว่างรอกลิ่น Middle Note ประมาณ 15 - 20 นาที เราก็มาดม Base Note จากด้านในฝาขวดน้ำหอมกันก่อนเลย เพราะพวกเทสเตอร์ในห้างหรือร้านต่าง ๆ เนี่ยโดนฉีดออกมาบ่อย ๆ เมื่อใช้ฝาปิดแล้วกลิ่นตรงหัวสเปรย์มันก็จะอบอยู่ในฝา ตัวฝาก็เลยมีกลิ่นไปโดยปริยายนั่นเอง ดังนั้นเนี่ยเราต้องดมให้ครบทุกโน้ตเพื่อที่จะได้เลือกน้ำหอมได้ตรงใจที่สุด อาจจะใช้เวลาไปสักหน่อย แต่ก็ดีกว่ารีบซื้อแล้วดันมาไม่ชอบในตอนหลัง อันนั้นคงเสียใจแถมเสียดายเงินกว่าใช่ม้า

 

วิธีเลือกน้ำหอมที่ 7 : เลือกกลิ่นที่เราชอบ ไม่ใช่คนอื่นชอบ

อันนี้บอกเลยว่าหลาย ๆ คนอาจจะมัวแต่สนใจว่าคนอื่นได้กลิ่นเราแล้วจะชอบไหม มันหอมไหม มันโอเคไหมมากเกินไป หรืออาจจะเชื่อคนรอบตัว เชื่อคนขายว่ากลิ่นนี้เหมาะกับเรา ถึงแม้ว่าใครต่อใครจะบอกว่าขวดเนี้ยะ! มันเหมาะกับเรามาก ๆ แต่ถ้าเราไม่ชอบกลิ่นเอาซะเลยหรือมีกลิ่นอื่นที่ชอบมากกว่า จำไว้นะคะว่าน้ำหอมเนี่ยเราฉีดให้ตัวของเราหอม กลิ่นมันจะติดกับเราไปทั้งวันตั้งแต่เริ่มฉีดเลย เราก็ต้องเลือกกลิ่นที่เราชอบเป็นหลักน้า อาจจะให้เพื่อน ๆ หรือคนรอบข้างช่วยเลือกจากตัวที่เราชอบสัก 2 - 3 กลิ่นก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วเลือกน้ำหอมจากความชอบของตัวเองจะดีที่สุดนะคะ

 

กิจกรรม SistaCafe