ActiveFundvsPassiveFundเลือกลงทุนแบบไหนดี
1582704747 cat lifestyles color
ไลฟ์สไตล์

Active Fund vs Passive Fund เลือกลงทุนแบบไหนดี

ใครอยากจะลงทุนในกองทุนรวมมาทางนี้! กับสิ่งที่ผู้ลงทุนควรรู้อันดับแรกๆ กองทุนลงทุนในสินทรัพย์มีอะไรบ้าง รวมถึงมีการลงทุนในต่างประเทศหรือไม่ มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนหรือความอ่อนไหวต่อปัจจัยอะไรบ้าง และผลตอบแทนย้อนหลังเป็นอย่างไร ต้องอ่านบทความนี้เลย


» » » »
Sistacafe button sharefb
Down


การลงทุนในกองทุนรวม สิ่งที่ผู้ลงทุนควรรู้อันดับแรกๆ คือกองทุนลงทุนในสินทรัพย์อะไร เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ลงทุนแบบผสม หรือสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น รวมถึงมีการลงทุนในต่างประเทศหรือไม่ มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนหรือความอ่อนไหวต่อปัจจัยอะไรบ้าง และผลตอบแทนย้อนหลังเป็นอย่างไร

------------------------------------------------

อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องรู้ก็คือกลยุทธ์ที่ผู้จัดการกองทุนใช้ในการบริหารกองทุน ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ลงทุนควรคาดหวังผลตอบแทนอย่างไร แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ การบริหารแบบเชิงรุก หรือ Active Fund และการบริหารแบบเชิงรับ หรือ  Passive Fund กองทุนทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการลงทุนแบบไหน ลองมาติดตามรายละเอียดกันเลย


กองทุนรวมแบบ Active Fund มีเป้าหมายในการลงทุนคือการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง ( Benchmark ) หรือ การพยายามเอาชนะตลาด ผู้จัดการกองทุนจะต้องใช้ความสามารถในการเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ต โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ในการเลือกหลักทรัพย์ 2 แบบได้แก่

1. Top-down Analysis คือวิเคราะห์จากภาพรวมเศรษฐกิจ และลงไปในระดับอุตสาหกรรม ก่อนที่จะเลือกหุ้นแต่ละตัวจากปัจจัยพื้นฐาน
2. Bottom-up Analysis ซึ่งจะตรงกันข้ามจากวิธี Top-down คือเป็นการเลือกตัวหลักทรัพย์ก่อนที่จะพิจารณาปัจจัยด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ

Active Fund มีข้อดีคือจะมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามภาวะตลาด ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าในช่วงที่ตลาดไม่ไปไหน และเหมาะสำหรับการลงทุนที่เน้นโอกาสทำกำไรระยะสั้น

ขณะที่ กองทุนรวมแบบ Passive Fund คือกองทุนรวมที่เน้นการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม Passive Fund มีโอกาสที่ผลตอบแทนอาจจะสูงหรือต่ำกว่า Benchmark ได้ เนื่องจากสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนอาจไม่ได้เหมือนกับดัชนีอ้างอิงแบบ 100%

ข้อดีของกองทุนแบบนี้คือมีค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงต่ำเนื่องจากเป็นการลงทุนตามดัชนีอ้างอิง จึงลดต้นทุนในการบริหารจัดการ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการเลือกหลักทรัพย์ผิดตัว

อาจมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องเลือกลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามตลาด แทนที่จะลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด คำตอบก็คือในตลาดที่มีประสิทธิภาพ จะไม่มีใครสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดระยะยาว ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับจึงเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว และยังมีต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำอีกด้วย

Active Fund vs Passive Fund ควรเลือกอะไรดี

มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้ว่าควรเลือกลงทุนในกองทุนประเภท Active Fund หรือ Passive Fund

จริงๆ แล้วเราสามารถลงทุนได้ทั้งกองทุน Active Fund และ Passive Fund ด้วยการแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนตามกลยุทธ์ Core-satellite Portfolio ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนแบบยืดหยุ่น และเหมาะกับทุกสภาวะตลาด ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนตามการเติบโตของตลาดระยะยาว ขณะเดียวกันก็ไม่พลาดโอกาสทำกำไรที่สูงขึ้นจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นด้วย

การลงทุนส่วนหลัก ( Core Portfolio ) ส่วนนี้เป็นการลงทุนที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว เน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภท ( Asset Allocation ) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

การลงทุนสำหรับ Core Portfolio ควรมีสัดส่วนเงินลงทุนอยู่ที่ 60 – 90% ของพอร์ต ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน และเหมาะกับการบริหารการลงทุนแบบเชิงรับหรือ Passive ที่มีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตไม่บ่อย ทำให้มีต้นทุนการบริหารที่ต่ำ และได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาดในระยะยาว

การลงทุนส่วนเสริม ( Satellite Portfolio ) มีวัตถุประสงค์เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนส่วนหลัก เน้นการลงทุนระยะสั้นหรือกลาง โดยอาจเลือกลงทุนในตัวหุ้น หรืออุตสาหกรรม หรือธีมการลงทุนที่น่าจะได้รับผลดีจากสภาวะตลาดในช่วงเวลานั้นๆ ใช้การจับจังหวะการซื้อขาย ( Market Timing ) ควรเป็นการบริหารการลงทุนแบบ Active เนื่องจากคาดหวังผลตอบที่สูงกว่าตลาด และมีความเสี่ยงสูงกว่า Core Portfolio

สำหรับการลงทุนส่วนเสริมนี้ ควรมีสัดส่วนเงินลงทุนเท่ากับส่วนที่เหลือจาก Core Portfolio ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย พอร์ตการลงทุนโดยรวมก็จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจาก Satellite Portfolio มีสัดส่วนการลงทุนที่ไม่สูงมาก

สิ่งสำคัญสำหรับการลงทุนคือ การติดตาม และปรับสัดส่วนการลงทุน ( Rebalance ) เพื่อให้ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละคน ทั้งสัดส่วนระหว่าง Core กับ Satellite Portfolio และสัดส่วนภายใน Core Portfolio เอง กรณีที่ Core Portfolio เลือกลงทุนในกองทุนแบบ Asset Allocation อยู่แล้ว ก็จะมีผู้จัดการกองทุนช่วยทำหน้าที่ในการปรับสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ระดับที่เหมาะสมตามความเสี่ยงของกองทุนที่กำหนดไว้แต่แรก ซึ่งการมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยบริหารก็จะทำให้การลงทุนง่ายขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ Core-satellite Portfolio เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ประโยชน์ทั้งจากการลงทุนแบบ Passive และ Active ที่สามารถลงทุนโดยเน้นการเติบโตไปพร้อมกับตลาดในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรเพิ่มในระยะสั้น ซึ่งทำให้การลงทุนโดยรวมมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนแบบเชิงรับอย่างเดียวนั่นเองค่ะ


อ่านคอนเทนต์ทางด้านการเงิน การลงทุนดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ KKP Advice Center คลิก  https://kkpadvicecenter.kiatnakin.co.th/th/home


บทความที่เกี่ยวข้อง
Content quotation bg
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Content quotation bg


ดาวน์โหลดแอพ
ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
Icon ranking

อันดับบทความประจำวัน

(หมวดไลฟ์สไตล์)

Variety By SistaCafe

Icon feature 100x100

Feature

กิจกรรม SistaCafe