ชวนฝันปนหลอน! ไปกับเพลงแนวป็อปดาร์ก จากสาวตุ๊กตา Melanie Martinez 🍒

PAGE 2/4
» »

          เพลงนี้สาว Melanie แต่งมาเพื่อสื่อถึงความสวยงามของหญิงสาว ที่ต้องแลกมาด้วยพลาสติกบนร่างกาย เพื่อให้ชายที่รักนั้นยังอยู่กับตัวเอง ใช้ความงามเพื่อยึดตัวแฟนหนุ่มไม่ให้นอกใจ ซึ่งชื่อ Mrs. potato head มาจากตุ๊กตา Mr. potato head ใน Toy story ที่มีจมูกปากที่ชอบหลุดออกจากหน้า ต้องหยิบมาแปะตลอดเวลา สาวเมลจึงนำชื่อตัวละครนี้มาเปรียบกับผู้หญิง โดยใช้ชื่อ Mrs. potato head สื่อถึงผู้หญิงที่เสพติดการศัลยกรรมนั้นเอง

Oh Mrs. Potato Head, tell me, is it true that pain is beauty?
Does a new face come with a warranty?
Will a pretty face make it better?
Oh Mr. Potato Head, tell me, how did you afford her surgery?
Do you swear you’ll stay forever?
Even if her face don’t stay together
Even if her face don’t stay together

คุณนายหัวมันฝรั่ง บอกฉันทีว่ามันจริงไหม ที่ความเจ็บปวด ก็คือความงดงาม?
โฉมหน้าใหม่ของเธอนั้นมีประกันไหม?
หน้าสวย ๆ จะทำให้อะไรดีขึ้นเหรอ?
นายหัวมันฝรั่ง บอกฉันที ว่านายหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าศัลยกรรมให้เธอ?
นายสัญญาว่าจะคบกับเธอเสมอไปใช่ไหม?
แม้หน้าตาของเธอไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม?
แม้หน้าตาของเธอเปลี่ยนแปลงไป


          โดยสาว Melanie ไม่ได้มีเจตนาเหน็บแนมผู้ที่ศัลยกรรมแต่อย่างใด แต่สาวเมลนั้นแต่งเพลงนี้มาเพื่อเตือนใจสาว ๆ เกี่ยวกับเรื่องการศัลยกรรมที่เสพติดมากจนเกินไป ซึ่งอาจจะส่งผลเสียได้ในระยะยาว และการศัลยกรรมกับความรักนั้น ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า คนรักของเราจะอยู่กับเราตลอดไป คนรักของเราจะรักเราอย่างแท้จริงหรือเปล่า? หรือแค่รักรูปลักษณ์สวยงามภายนอกที่ทำมาจากพลาสติกเท่านั้น




Tag you're it
———❅————

Tag, You're It/Milk and Cookies Double Feature


          Tag, you're it! คือคำที่เด็ก ๆ พูดกันเวลาเล่นเกมไล่จับกัน โดย Tag คือการแปะมือไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่วิ่งไล่จับคนต่อไป และจะถูกเรียกว่า it เมื่อดูชื่อเพลงแล้วเพลงนี้มองได้ว่าเป็นเพลงใส ๆ อีกเพลงหนึ่ง ที่มีเพียงเด็กวิ่งไล่จับกัน และยังมีการเล่น Eeny, meeny, miny, moe ก็คือการเล่นโอน้อยออกของบ้านเราสอดแทรกอยู่ในเนื้อเพลงด้วย แต่เมื่อมองลึกเข้าไปในเนื้อหาแล้ว สาวเมลแต่งออกมาได้ดูมีความโรคจิต และน่ากลัวมากเลยทีเดียว

Running through the parking lot
He chased me and he wouldn’t stop
Tag, you’re it, tag, tag, you’re it
Grabbed my hand and pushed me down
Took the words right out my mouth
Tag, you’re it, tag, tag, you’re it
Can anybody hear me? I’m hidden under ground
Can anybody hear me? Am I talking to myself?
Saying, “Tag, you’re it, tag, tag, you’re it.”
He’s saying, “Tag, you’re it, tag, tag, you’re it.”

วิ่งฝ่าลานจอดรถไป
เขาวิ่งไล่จับฉัน และไม่ยอมหยุด
แปะ เธอเป็นแล้ว แปะ แปะ เธอเป็นแล้ว
จับมือฉัน และกดฉันลงไป
เธอเอาคำพูดจากปากฉันไปหมด
แปะ เธอเป็นแล้ว แปะ แปะ เธอเป็นแล้ว
มีใครได้ยินฉันไหม? ฉันซ่อนอยู่ใต้ดินนี่ไง
ใครได้ยินฉันไหม? ฉันพูดอยู่กับตัวเองหรือเปล่า
บอกว่า “แปะ เธอเป็นแล้ว แปะ แปะ เธอเป็นแล้ว”
เขาบอกว่า “แปะ เธอเป็นแล้ว แปะ แปะ เธอเป็นแล้ว”


          เมื่ออ่านเนื้อเพลงที่แปลแล้วต้องมีความรู้สึกตงิด ๆ กันบ้างว่าสาว Melanie แต่งเพลงนี้ออกมาเพื่อสื่อถึงอะไร? แน่นอนว่าไม่ใช่การวิ่งไล่จับกันธรรมดาอย่างที่เราคิดแน่นอน อันที่จริงแล้วเพลงนี้มีเนื้อหาพูดถึงเด็กหญิงที่โดนลักพาตัวไปข่มขืน! ซึ่งสาวเมลได้บอกว่าแต่งมาจากเรื่องราวข่าวดังในอเมริกาในช่วงนั้นที่คนร้ายได้ลักพาตัวเด็กหญิงโดยการล่อลวงด้วยไอศกรีม แล้วนำไปข่มขืนซ้ำ ๆ ในห้องใต้ดิน และสาวเมลก็ได้จัดทำเป็นซีรีส์เพลงสองตอนด้วยกัน โดยมีเพลง Milk and Cookies ต่อจากเพลง Tag you're it ด้วย สื่อถึงการล่อลวงเด็กหญิงด้วยขนมหวาน ส่วนเนื้อหาในเพลงก็เป็นการเอาคืนและแก้แค้นคนร้ายค่ะ โดยทั้งสองเพลงนี้สะท้อนถึงอาชญากรรมของผู้หญิงที่ต้องเจอในสังคมได้อย่างชัดเจน




Orange juice
───❖──✿──❖───

Orange Juice [Official Music Video]


          เพลงน้ำส้มนี้ สาว Melanie ได้แต่งถึงภัยอันตรายของหญิงสาวที่เป็นโรคคลั่งผอม หรือที่เรียกว่าโรค Bulemia nervosa (บูลีเมีย เนอร์โวซ่า) ซึ่งมีอาการที่กินอาหารแล้วรู้สึกผิด กลัวอ้วน จึงล้วงคอตัวเองให้อาเจียนเอาอาหารที่กินเข้าไปแล้วออกมา จนเมื่อทำไปสักระยะร่างกายเริ่มอาเจียนออกมาหลังจากกินอาหารเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งการกินแล้วล้วงคอตัวเองออกมาเปรียบได้เหมือนกับการที่เอาส้มมาทำเป็นน้ำผลไม้ที่มันไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก เหมือนเสียตัวตนของตัวเองไปแล้ว

You turn oranges to orange juice
Enter there, then spit it out of you
Your body is imperfectly perfect
Everyone wants what the other one’s working
No orange juice

เธอเปลี่ยนส้มให้กลายเป็นน้ำส้ม
โดยการเอามันเข้าไปในร่างกายเธอ แล้วก็พ่นมันออกมา
ร่างกายของเธอมันสมบูรณ์แบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ
ทุกคนต้องการสิ่งที่คนอื่นขวนขวายต่อสู้ให้ได้มา
ไม่ใช่แค่น้ำส้ม


          เพลงนี้สะท้อนถึงปัญหาของวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิงในปัจจุบันที่มีค่านิยมว่า ผอม หุ่นดีแล้วจะสวย ทำให้เกิดการแข่งขันกันผอมในแบบวิธีที่ผิด ๆ จนทำให้เสียสุขภาพได้ ซึ่งสาวเมลมีเจตนาเพื่อต้องการสื่อว่าความไม่สมบูรณ์แบบของเรานี่แหละ คือความสมบูรณ์แบบชนิดหนึ่ง เราต้องมีความภูมิใจในรูปร่างของตัวเองโดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร




Strawberry shortcake
✿•————— ♬ —————•✿

กิจกรรม SistaCafe