1582704747 cat lifestyles color
ไลฟ์สไตล์

ทั้งเบื่อ ทั้งเครียด ตีกันไปหมด! แชร์ 7 วิธีแก้ปัญหา “ หมดไฟในการทำงาน ” ให้กลับมาพร้อมลุยงานได้อีกครั้ง

สาวซิสจ๋าาา ช่วงนี้ต้องยอมรับเลยว่าหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวมันชวนให้รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการทำงานเลยนะ วันนี้เราเลยรวม 7 วิธีแก้ปัญหา “ หมดไฟในการทำงาน ” มาแชร์ให้ได้ลองทำตามเพื่อปลุกไฟให้พร้อมลุยงานได้อีกครั้งกันค่ะ


» » - - » - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • ① เช็กให้ชัวร์ว่าหมดไฟหรือแค่ขี้เกียจทำงาน

    • ② เปิดใจคุยกับหัวหน้า / ฝ่ายบุคคล

    • ③ ทำงานหนักมานานก็ต้องหาเวลาพักบ้าง

    • ④ รู้ลิมิตและขอบเขตงานของตัวเอง

    • ⑤ อย่ากลัวที่จะ “ ปฏิเสธ ” คนอื่นๆ ให้เป็น

    • ⑥ หยุดคิดเรื่องงานในเวลาพักผ่อน

    • ⑦ หันกลับมาดูแลใส่ใจตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม

       
    เห้อออ ช่วงนี้มองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องเครียดๆ จนทำให้รู้สึกท้อใจทั้งนั้นเลยค่ะซิส (,◞ ‸ ◟, )

    สาวซิสคนไหนที่เข้าสู่ช่วงวัยทำงานแล้ว เคยสังเกตดูมั้ยว่าตอนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ หรือเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสาวไฟแรงที่อยากทำงานนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด เพราะมันมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปหลายเดือนหรือนานเป็นปี พอต้องเจอกับสารพัดงานหนักที่สุมกองเป็นภูเขาบนโต๊ะ ต้องรีบเร่งทำงานหลายๆ ชิ้นให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น หรือเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่น่ารัก ก็อาจทำให้เกิดความเครียดสะสมจนรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่ทำ หรือที่เรียกกันว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน ( Burnout Syndrome ) ขึ้นได้

    แล้วใครที่กำลังทั้งเบื่อ ทั้งเครียด ทั้งท้อ จนรู้สึกว่าการลุกขึ้นไปทำงานในแต่ละวันเป็นช่างเป็นเรื่องยากเย็นและทรมานใจ นั่งทำงานไปในหัวก็คิดแต่จะ “ ลาออก ” ซ้ำๆ ตลอดเวลา ก็ต้องรีบตามมาส่อง 7 วิธีแก้ปัญหา “ หมดไฟในการทำงาน ” ที่เราหยิบมาแชร์กันวันนี้ดูแล้วละ เพราะวิธีเหล่านี้จะช่วยปลุกไฟในการทำงานให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้สาวๆ พร้อมกลับมาลุยงานได้อย่างมีความสุขขึ้นด้วย

    。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆ 。 ⋆。 ⋆

       

    ① เช็กให้ชัวร์ว่าหมดไฟหรือแค่ขี้เกียจทำงาน

    สาวๆ คะ ก่อนที่จะฟันธงอย่างมั่นใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงานจริงๆ เราอยากให้เธอตั้งสติและลองเช็กให้ชัวร์ๆ ก่อนดีกว่าว่า อาการที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเป็น “ ภาวะหมดไฟ ” จริงๆ หรือแค่ “ รู้สึกขี้เกียจ ” ทำงานกันแน่?! เพราะความรู้สึกขี้เกียจทำงานมันสามารถเกิดได้กับทุกคน โดยอาจรู้สึกขี้เกียจทำงานบางอย่างที่น่าเบื่อ แต่พอเจองานที่ตัวเองชอบหรือถนัดก็รู้สึกสนุกสนานไปกับการทำงานนั้นๆ

    แต่สำหรับคนที่หมดไฟในการทำงานจะไม่ได้รู้สึกขี้เกียจอย่างเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลต่อความเครียดและกระทบต่อการดำเนินชีวิตด้วยนะ เช่น นอนไม่หลับ, หลงๆ ลืมๆ, เจ็บป่วยง่าย, ขี้หงุดหงิด, เกิดภาวะซึมเศร้า ฯลฯ หากใครมีอาการตามที่เราบอกไปก็อาจเข้าข่ายอยู่ในภาวะหมดไฟแล้วละ
       

    ② เปิดใจคุยกับหัวหน้า / ฝ่ายบุคคล

    บางครั้งเวลาที่เกิดความเครียดหรือมีปัญหาในการทำงาน วิธีแก้ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การเปิดใจคุยกับหัวหน้างานหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน นั่นเองค่ะ

    แต่แทนที่จะเดินดุ่มๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไปหาหัวหน้า แล้วตบโต๊ะดังปึงพร้อมตะโกนว่า “ หมดไฟในการทำงานโว้ย!!! ” ก็แนะนำให้เดินไปขอเวลาหัวหน้าแล้วบอกกับเขาว่าเธอมีเรื่องอยากปรึกษา แล้วบอกเล่าถึงปัญหาในการทำงานที่มันเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหมดไฟ และอย่าลืมย้ำให้อีกฝ่ายฟังด้วยนะว่าเธอชอบทำงานที่บริษัทแห่งนี้ แต่กลัวว่าปัญหาดังกล่าวมันอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดหรือดูเป็นแง่ลบจนเกินไป เชื่อสิว่าถ้าหัวหน้างานเป็นคนที่หวังดีและเห็นคุณค่าในตัวเธอ เขาจะต้องช่วยให้คำแนะนำและหาทางออกเพื่อให้เธอกลับมามีความสุขกับการทำงานอีกครั้งแน่นอน
      

    ③ ทำงานหนักมานานก็ต้องหาเวลาพักบ้าง

    ขนาดรถยนต์ที่ต้องวิ่งในระยะทางไกลๆ เป็นเวลานานๆ ยังต้องจอดพักเพื่อให้เครื่องหายร้อนและพร้อมกลับมาวิ่งต่อ ไม่ต่างอะไรจากคนเราหรอกนะที่ พอทุ่มเททำงานหนักมาเป็นระยะเวลานานๆ ก็ต้องหาเวลาหยุดพัก เพื่อใช้เวลาพักผ่อนกาย ใจ และสมองอย่างเต็มที่ ขืนฝืนทำงานหนักต่อไปทั้งๆ ที่ร่างกายและจิตใจไม่ไหว ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แถมยังเสี่ยงหมดไฟได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก

    เราเลยอยากแนะนำให้สาวๆ ที่กำลังรู้สึกหมดไฟและหมดแรงใจในการทำงาน เพราะรู้สึกเหนื่อยหนักจนฝืนทำงานต่อไปอีกไม่ไหว ยื่นใช้สิทธิลาพักร้อนของตัวเองเพื่อออกไปพบเจอกับบรรยากาศใหม่ๆ เอาตัวออกห่างจากความเครียดที่เกิดจากการทำงาน และชาร์จพลังความสุขให้กับตัวเองอีกครั้ง ไม่แน่ว่าหลังจากที่เธอได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ อาจช่วยปลุกไฟให้สนุกสนานกับการทำงานมากขึ้นก็ได้นะ
       

    ④ รู้ลิมิตและขอบเขตงานของตัวเอง

    เคยเจอเหมือนกันบ้างรึเปล่า… พอได้เข้ามาทำงานจริงๆ แล้วภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ มันช่างแตกต่างจาก Job Description ที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครงานลิบลับ จนแทบจะอยู่ในตำแหน่ง #เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ทั้งพนักงาน แม่บ้าน แม่ครัว เลขา ฯลฯ เหมือนมัดรวมทุกตำแหน่งมาให้ทำในคนคนเดียว

    ถ้าใครเจอกับโมเมนต์แบบนี้อยู่ก็ไม่น่าแปลกในเลยที่เธอจะเจอกับภาวะหมดไฟในการทำงาน เพราะหากต้องทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของตัวเอง หรือต้องรับผิดชอบทุกงานที่หัวหน้า / เพื่อนร่วมงานโยนมาให้ ก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและเครียดจนเกินไป แล้วต้องมานั่งถามตัวเองทุกวันว่า “ ทำไมเราต้องทำมันด้วยล่ะ?! ” หากไม่อยากรู้สึกเบื่อหน่ายและเข็ดขยาดกับงานที่ทำอยู่ก็ ควรรู้ลิมิตและขอบเขตงานของตัวเองว่าต้องรับผิดชอบงานไหนบ้าง อย่าทำตัวเป็นแม่พระแล้วอ้าแขนรับทุกงานเด็ดขาดเลยนะ!
    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดไลฟ์สไตล์)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe