Articles health
สุขภาพ

#ช่วงนี้เอเนอร์จี้ติดลบ! 7 ทริคบูสต์ร่าง ' ต่อสู้ความเมื่อยล้า ' ไม่เหนื่อยเพลีย กระปรี้กระเปร่า สุขภาพดีอีกครั้ง

ทั้งอากาศร้อนเหมือนพระอาทิตย์ย้ายโลเคชันมาอยู่หน้าบ้าน และสถานการณ์บ้านเมืองที่ชวนปวดหัวใจแทบทุกวัน เชื่อว่าสาวๆ หลายคนเกิดอาการ ' เฉื่อย ' เหนื่อย เพลีย ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น จนบางทีส่งผลกับสภาพจิตด้วย TT รีบบูสต์ตัวเองให้กลับมาสดใส สู้โควิดกันดีกว่า!


» » - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. เตรียมตัวไว้เสมอ ด้วยการ ' ตรวจสุขภาพประจำปี ' ทุกปี

    • 2. เริ่มขยับเนื้อขยับตัว ออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้

    • 3. ดื่มน้ำให้ร่างกาย ' ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ' อยู่เสมอ

    • 4. พยายาม ' นอนหลับพักผ่อน ' ให้เป็นเวลา

    • 5. เพิ่ม ' โอเมก้า 3 ' ในอาหารบางมื้อ ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

    • 6. กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และกินให้ครบมื้อ ตรงเวลา

    • 7. ทำความเข้าใจ ' นาฬิกาชีวิต ' ในร่างกายของตัวเอง ( แต่ละคนไม่เหมือนกัน )

     

    ส...วั...ส...ดี... ค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลัง ' เป็นท้อ ' ทุกคน

    ทักทายเสียงยานคางมาเลย ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเราก็เซ็งเหมือนกันกับสถานการณ์บ้านเมืองช่วงนี้ ( แง ) ทั้งเรื่องโควิด เศรษฐกิจที่ล้มละลายลงไปเรื่อยๆ ผู้คนเดือดร้อน การไปเรียนต่อ ไปทำงานเมืองนอก หรือดำเนินธุรกิจของคนมากมายต้องหยุดชะงัก หนทางในการฉีดวัคซีนก็ยังเลือนลางอยู่รำไร ข่าวก็มีแต่เรื่องแย่ๆ ป่วงๆ สาดโคลนกันไปมา ไปไหนก็ไม่ได้ เที่ยวทิพย์อยู่แต่ในบ้าน ใครต้อง work from home ก็อยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ จนเครียดสะสม burnout เข้าไปอีก บางครั้งตื่นมาตอนเช้าก็ไม่อยากลืมตาลุกขึ้นมาแล้วอ่า เหนื่อย! TT

    แม้ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมากๆ หลายคนเสียทั้งเงิน ทั้งสุขภาพ หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัว และเราก็ไม่อยากไปสรรหาโอกาสหรือข้อดีที่เกิดจากมัน แต่ก็อยากให้สาวซิสทุกคนฮึบไว้ก่อน อดทนรอวันที่ทุกอย่างจะดีขึ้นอีกครั้ง! เราคงรู้กันอยู่แล้วว่าช่วงนี้ต้องดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง ไม่ติดโควิด แต่จะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น เรามาอ่าน ' 7 ทริคบูสต์ร่าง ต่อสู้ความเมื่อยล้า ' ให้กลับมากระปรี้กระเปร่า กระตุ้นเอเนอร์จี้ได้อีกครั้งกันเลยดีกว่าค่า! (∩˃o˂∩)♡

    1. เตรียมตัวไว้เสมอ ด้วยการ ' ตรวจสุขภาพประจำปี ' ทุกปี

    เชื่อว่าซิสหลายๆ คนมองข้ามความสำคัญของข้อนี้ไป โดยเฉพาะคนที่ยังอายุน้อย ( 10 ปลายถึง 20 กว่าๆ ) เวลาป่วยก็คิดว่าไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวก็หาย อายุแค่นี้เอง หรือกลัว ไม่กล้าไปเพราะรับความจริงไม่ได้ แต่ที่จริงโรคร้ายมากมายที่เป็นได้โดยไม่จำกัดอายุ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดัน เบาหวาน หรือแม้แต่มะเร็งระยะต้นที่ไม่แสดงอาการใดๆ รู้ตัวอีกทีก็ระยะ 3-4 สายเกินรักษาแล้ว สุดท้ายก็ต้องจากโลกนี้อย่างน่าเสียดาย

    ถือว่าขอก็แล้วกัน สาวๆ ทั้งหลายขา จงไป ' ตรวจสุขภาพประจำปี ' กันเถอะ แพ็กเกจทั่วไปก็ยังดี ตรวจความปกติของเลือด ปัสสาวะ ช่องท้อง เต้านม ถ้าอายุ 20 ขึ้นไปและมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ควรตรวจภายในด้วยเพื่อเช็กความผิดปกติของช่องคลอด รังไข่ มดลูก มีผู้หญิงมากมายที่ไม่มีอาการอะไรเลย รู้ตัวอีกทีก็ปวดท้องมาก พอไปโรงพยาบาลถึงรู้ว่าเป็นซีสต์ เนื้องอกก้อนโตต้องรีบผ่าตัดด่วน ถ้าตรวจภายในตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คงรักษาให้ฝ่อหรือตัดทิ้งได้ไปนานแล้ว ดังนั้นอย่าประมาทกับสุขภาพตัวเอง ยิ่งระบบภายในของเราก็ไม่ต่างกับระเบิดเวลาที่จะมาตอนไหนก็ไม่รู้ ถ้าตรวจพบอะไรผิดปกติจะได้รีบรักษา ไม่ถึงแก่ชีวิตนะคะซิส

    2. เริ่มขยับเนื้อขยับตัว ออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้

    แม้ช่วงนี้เทรนด์รักสุขภาพ กินคลีน เข้าฟิตเนสจะมาแรง แต่ก็ยังมีสาวๆ มากมายที่หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ชอบออกกำลังกาย เกลียดการขยับเนื้อตัว ไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากมีเหงื่อให้เหม็น มีกลิ่นตัว ไม่ชอบ ( ดูเหตุผลแปลกๆ นะ แต่มีคนคิดแบบนี้จริงเด้อ ) ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อนิ่มไปหมด ไม่ใช่นุ่มนิ่มน่ารักนะ แต่นิ่มแบบย้วยๆ เผละๆ ไม่เฟิร์ม บางคนย่ามใจว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน มีกรรมพันธุ์คนผอมช่วยไว้ แต่เชื่อเถอะว่าถ้ากินแต่ของหวาน มัน ทอด ยังไงก็ลงพุง ขาใหญ่ ก้นใหญ่หลบในอยู่ดี สุดท้ายก็มานอยด์ตัวเองในกระจก ไม่กล้าใส่ชุดสวยๆ อาย!

    ถ้าเธอเป็นคนนึงที่เหนื่อย เพลียอยู่ตลอดเวลา สังเกตตัวเองก่อนเลยว่าได้ขยับตัวเผาผลาญอาหารที่กินไปบ้างหรือไม่? เข้าใจว่าเวลาเราเพลียๆ คงไม่มีใครอยากไปออกกำลังให้เสียเหงื่อเพิ่ม แต่! มีงานวิจัยค้นพบว่าการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มเอเนอร์จี้ ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เหนื่อยน้อยลงได้จริง แม้เธอจะมีภาวะเป็นโรคมะเร็งหรือเหนื่อยง่ายก็ตาม บางงานวิจัยบอกว่าไปออกกำลังนี่แหละ ได้ผลดีกว่ากินยากระตุ้นต่างๆ อีก โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคสมาธิสั้น อาการของเธอจะดีขึ้นค่ะ

    มือใหม่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพียงหาเวลาออกกำลังง่ายๆ เช่น เดินจ๊อกกิ้ง เดินบนลู่วิ่ง เล่นโยคะ เต้นแอโรบิก 20-30 นาทีต่อวันเท่านั้น เมื่อชินแล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาออกไปเรื่อยๆ ตามต้องการ เชื่อเถอะว่าร่างกายจะฟิตขึ้น สมองปลอดโปร่งขึ้นจนเธอต้องตกใจ!

    3. ดื่มน้ำให้ร่างกาย ' ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ' อยู่เสมอ

    สาวๆ มากมายติดนิสัย ' ดื่มน้ำน้อย ' ด้วยหลากหลายสาเหตุกันออกไป เช่น ไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อย, ไม่มีเวลาดื่ม, ไลฟ์สไตล์ไม่เอื้อ หรือแค่ขี้เกียจ ซึ่งไม่ว่าจะเหตุผลไหน มันจะทำให้ร่างกายของเธอขาดน้ำ และนำไปสู่โรคภัยต่างๆ ได้ในอนาคต เพราะร่างกายของเราขับน้ำออกไปตลอดเวลาจากการหายใจ ปัสสาวะและเหงื่อ หากไม่ดื่มน้ำให้เพียงพอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คือกระหายน้ำ ผิวแห้ง ปวดหัว ท้องผูก และแน่นอนว่าทำให้อ่อนเพลีย เมื่อยล้าได้เช่นกัน! 

    ทางแก้ก็ง่ายมาก แค่ดื่มน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน เฉลี่ย 8 แก้วหรือประมาณ 2 ลิตรเพื่อให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ในระยะสั้นเธอจะเห็นได้ทันทีว่าผิวนุ่ม กระจ่างใสมากขึ้น ที่เคยปวดหัวบ่อย มึนบ่อยก็กลับมาสมองไบรท์ได้อีกครั้ง และยังกระปรี้กระเปร่า พร้อมใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ! *หากดื่มน้ำไม่เก่ง กลัวลืม แนะนำให้ซื้อขวดใส่น้ำใหญ่ๆ ที่มีขีดบอกระดับทุกชั่วโมงว่าควรดื่มน้ำถึงระดับไหน ไม่ต้องนั่งคำนวณเองให้วุ่นวาย มีขายตามร้านออนไลน์ทั่วไปเลยค่ะ*

    4. พยายาม ' นอนหลับพักผ่อน ' ให้เป็นเวลา

    หนึ่งในสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้รู้สึกเพลีย ตาจะปิด ง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะเวลาที่ควรนอน เธอนอนไม่พอกับที่ร่างกายต้องการนั่นเอง! วิถีคนรุ่นใหม่ยุคโซเชียลจะเป็นโรคนอนไม่หลับ อดนอนกันเยอะ เพราะนั่งเล่นโซเชียล ดูซีรีส์กันจนดึกดื่น บางคนอย่าเรียกว่านอนดึก ให้เรียกว่านอนเช้า เมื่อทำพฤติกรรมเดิมๆ สะสมนานเข้าก็เกิดภาวะเพลียเรื้อรัง สมองเบลอ ทำงานได้คุณภาพแย่ลง หากอาการหนักก็อาจเป็นโรค ' นอนไม่หลับ ( insomnia ) ' ต้องรักษากับหมออย่างจริงจังเลยนะ ไม่ใช่เรื่องตลก

    ผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ควรนอนหลับพักผ่อนคืนละไม่ต่ำกว่า 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซม ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ หากวันไหนด้วยภาระหน้าที่ทำให้นอนไม่พอจริงๆ การงีบ 10-30 นาทีช่วงบ่ายก็ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ ใครที่มีปัญหานอนหลับยาก ควรบังคับตัวเองให้เข้านอนและตื่นในเวลาเดิมทุกวัน เพื่อให้ร่างกายจำและหลับเองโดยอัตโนมัติ การเลือกคุณภาพของเครื่องนอน ทั้งหมอน ผ้าห่ม ฟูกนอนที่เหมาะกับสรีระ ไม่ทำให้ปวดหลังก็สำคัญ เพราะช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น หรือจะใช้เทียนหอมจุดเพื่อสร้างความผ่อนคลาย เคลิ้มๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะคะ #อยากเฮลท์ตี้ต้องเลิกเป็นนกฮูกน้า

    5. เพิ่ม ' โอเมก้า 3 ' ในอาหารบางมื้อ ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

    แน่นอนว่าถ้าจะบำรุงร่างกายให้แข็งแรง การเลือกชนิดของ ' อาหาร ' ที่กินอยู่ทุกวันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ควรเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ( หรือที่เรียกกันว่า อาหารคลีน ) โดยควรจะเน้นกิน ' โอเมก้า 3 ' เป็นพิเศษ เพราะช่วยป้องกันเรื่องของภาวะหัวใจผิดปกติ และป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ มากมาย เช่น ทั้งระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบประสาท สายตา ความจำ ข้อกระดูก และช่วยกระตุ้นพลังงาน ลดความเหนื่อยล้าได้ด้วย!

    กรดไขมันชนิดนี้พบเจอได้ในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ปลาที่มีไขมันดี, ถั่ว, ไข่แดง, เมล็ดฟักทอง, ปลาทู, ผักโขม, เมล็ดแฟล็กซ์ ( flaxseed ) เป็นต้น แนะนำให้กินให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ หากแถวบ้านหาซื้ออาหารเหล่านี้ยาก จะสั่งเป็นคอร์สอาหารคลีนจากร้านในโซเชียล หรือซื้ออาหารเสริมชนิดเม็ดมากินเองก็ดี แต่ต้องกินแต่พอดีนะคะ ไม่ใช่กินรัวๆ เกินลิมิต จะได้ความอ้วนกับไขมันในเลือดสูงแทนเด้อ

    6. กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และกินให้ครบมื้อ ตรงเวลา

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe