1582704678 cat health color
สุขภาพ

#โดนแกงหม้อใหญ่แล้วจ้า 7 ความเชื่อไดเอทสุดเฟค " เขาว่ากันว่า ( ผอม ) " แต่ยิ่งทำ ยิ่งอ้วนกว่าเดิม!

'คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะผอม' แต่ถามว่าใครเป็นต้นคิด หรือทำแล้วได้ผลจริง ไม่มี! ความเชื่อที่ไม่มีที่มาที่ไปแบบนี้แหละ อันตรายกับคนกำลังไดเอทที่สุดแล้ว -_-


» » - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. เหยื่อการตลาด ถ้าบอกว่าเป็นอาหาร ' น้ำตาลต่ำ/ไขมันต่ำ ' = ผอม

    • 2. หิวเหรอ ดื่ม ' น้ำเปล่า ' ลูบท้องเข้าไปเยอะๆ สิ เดี๋ยวก็อิ่ม!

    • 3. นอนไม่หลับ กระเพาะร้องโครกคราก? ก็ทนเอาสิ อีกแป๊บก็เช้าแล้ว

    • 4. นับทุกแคลอรีที่เอาเข้าปาก ลูกอม 5 แคล 10 แคลก็ไม่ให้หลุดสายตา!

    • 5. อดมื้อกินมื้อ อดเช้า เบาเที่ยง งดเย็น จะได้ผอมไวๆ!

    • 6. หิ้วท้องว่างไปออกกำลังกาย จะได้รีดไขมันเก่าออกเยอะๆ

    • 7. คิดทุกครั้งที่เอาอาหารเข้าปาก เน้นว่า " ทุกคำ " จริงๆ จนประสาทกิน


    ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe คนน่ารักทั้งหลาย #จุ๊บๆ

    ต้องกลับมากักตัว Work From Home กันอีกเช่นเคย... บางคนน้ำหนักตัวที่เพิ่มมาตั้งแต่รอบที่แล้วยังลดไม่ลงเลย รอบนี้ต้องมาอยู่บ้านทั้งวัน แทบไม่ได้ขยับตัวอีกแล้ว ;_; ทั้งงานหนัก เหนื่อย พอเครียดก็หิว ยิ่งหิวก็ยิ่งกิน น้องไขมันก็พุ่งทะยานสูงขึ้น สูงขึ้น จนรู้ตัวอีกทีเสื้อตัวโคร่ง oversize ที่เคยใส่ได้ก็กลายเป็นพอดีตัวไปแล้ว กรี๊สสสส ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ ได้กลายเป็นเสื้อหมาคับติ้วแน่ ต้องหาทางไดเอท ลดหุ่นด่วนแล้วละจ้า!!!

    จะลดทั้งที ก็อยากลดให้เร็วที่สุดแหละ วัยรุ่นใจร้อน! #เรารู้เธอก็เป็น ทั้งไปเซิร์ชหาในเน็ต ถามคนรู้จัก ถามเพื่อนว่าควรทำยังไงให้ผอมไวภายใน 3 วัน 7 วัน ลด 10 กิโลใน 1 เดือน เจอทริคอะไรที่เขาบอกก็ทำตามหมด แต่แน่ใจเหรอว่าหลักการเหล่านั้นจะน้ำหนักลดได้จริง? ระวังโดนแกงหม้อใหญ่ มาเช็ก ' 7 ความเชื่อไดเอทสุดเฟค ที่เขาว่ากันว่าผอม แต่ยิ่งทำยิ่งอ้วนกว่าเดิม ' ในบทความนี้กัน ก่อนจะทำร้ายร่างกายตัวเองมากไปกว่านี้ Gooo!

    1. เหยื่อการตลาด ถ้าบอกว่าเป็นอาหาร ' น้ำตาลต่ำ/ไขมันต่ำ ' = ผอม

    เดี๋ยวนี้ทั้งในร้านขายขนมคลีน ซูเปอร์ตามห้างต่างๆ ก็มักจะมีแผนกหรือเชลฟ์ที่เขียนว่า ' อาหารสุขภาพ ' โดยเฉพาะ ซึ่งสินค้าเกินครึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้นฉลาก ' Low-Sugar ' ไม่ก็ ' Low-Fat ' ที่บ่งบอกว่าทางแบรนด์เขาลดน้ำตาลกับไขมันมาให้จากโรงงานแล้วนะ กินเข้าไปก็ไม่อ้วนหรอก สาวๆ หลายคนติดกับดักคำว่า Low โกยของใส่ตะกร้าช้อปปิ้งแบบไม่คิดชีวิต แต่ที่จริงแล้วเขาแอบผสมอย่างอื่นมาให้เธอแทน และอาจทำให้อ้วนกว่าเดิมด้วยซ้ำ!

    ต้องบอกแบบนี้ว่า สมมุติเป็นโยเกิร์ต ซอส แยม นม หรือขนมปังที่แปะว่า ' คลีน ' เนี่ย ถ้าราคาค่อนข้างถูก ผู้ผลิตจะไม่ผสมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ทั้งหมด 100% หรอก ต้นทุนสูงเกินไป เขาจะสอดไส้ ' คาร์โบไฮเดรตส่วนเกินและเกลือ ' เข้าไปแทน เพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้นและได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วย ไปซูเปอร์คราวหน้าลองอ่านฉลาก ingredients list ว่าแป้งกับโซเดียมเป็นส่วนผสมอันดับต้นๆ ไหม ถ้าใช่ก็ตามนั้น ไม่ต้องแปลกใจแล้วนะ ว่าทำไมกินเท่าไหร่ก็ยังไม่ผอม - -

    2. หิวเหรอ ดื่ม ' น้ำเปล่า ' ลูบท้องเข้าไปเยอะๆ สิ เดี๋ยวก็อิ่ม!

    สูตรไดเอทฉบับคลาสสิกเลยทีเดียว กับที่มาของคำว่า ' หิวก็เอาน้ำลูบท้องสิ ' ไม่ต้องมานั่งจัดอาหาร นับแคลอรี คำนวณสารอาหารอะไรให้มากมายเลยจ้า แค่ดื่มน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ ไม่จำกัดปริมาณ หิวเมื่อไหร่ก็ดื่มจนกว่าจะเต็มท้อง เบาหน่อยก็กินน้อยลงแล้วดื่มน้ำเยอะขึ้นแทน แต่ก็มีสายโหดบางคนที่ดื่มแต่น้ำจริงๆ อดอาหารไปเลย จนแทบจะเรียกว่าเป็น water fasting แบบนี้ร่างกายจะไม่ไหวเอาเด้อ

    การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวันน่ะ เป็นสิ่งจำเป็นอยู่แล้วค่ะ แต่ร่างกายของเราก็ยังต้องการสารอาหารที่จำเป็นอยู่ดี อย่างน้อยก็ไม่ควรกินต่ำกว่าค่า BMR หรือค่าพลังงานต่ำสุดที่ร่างกายจะนำมาใช้เพื่อดำรงชีวิต ไม่อย่างนั้นเธอจะโหย และตบะแตกแน่นอน วันแรกไม่เป็นไร วันที่สองกดสั่งเดลิเวอรีชุดใหญ่แทบไม่ทันแน่นอน อย่าหาทำ! ถ้าจะดีท็อกซ์ร่างกายด้วย water fasting ก็ควรหวังผลเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่น้ำหนัก เพราะหากกลับมากินปกติ น้ำหนักก็เด้งขึ้นอยู่ดี อ้อ! แอบกระซิบว่าถ้าอยากดื่มน้ำให้เร่งผอมมากขึ้น ลองเปลี่ยนเป็นชาเขียวหรือกาแฟดำดู คาเฟอีนในนั้นจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของเธอให้ดีขึ้นค่ะ

    3. นอนไม่หลับ กระเพาะร้องโครกคราก? ก็ทนเอาสิ อีกแป๊บก็เช้าแล้ว

    จะมีอาการนี้ได้ เราเดาไว้ก่อนเลยว่าช่วง 10 กว่าชั่วโมงที่ผ่านมาเธอกินน้อยมากถึงมากที่สุด ไม่่น่าจะถึงค่า BMR หรือค่าพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ต่อวันอย่างแน่นอน จึงส่งผลให้เมื่อจะเข้านอนแล้วท้องร้องโครกคราก กระเพาะกรีดร้องต้องการอาหารมาย่อย ซึ่งพอสาวๆ ไปถามคนอื่นว่าควรทำไงดี ก็มักจะได้คำตอบกลับมาว่า ' ก็ทนๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ไป ข่มตานอน เดี๋ยวก็หลับเองแหละ ' ซึ่งก็อาจจะหลับจริง แต่คุณภาพการนอนแย่ หลับๆ ตื่นๆ พอตื่นมาตอนเช้าก็สวาปามเลยจ้า #แล้วจะอดทำไมก่อน

    บางคนสะดุ้งตื่นมาตี 2 ตี 3 เพราะหิวมาก มือสั่น สุดท้ายกลายเป็นผีตู้เย็น ลงไปคุ้ยของต้มมาม่า อุ่นข้าวกิน พอกินแล้วท้องแน่นยังนอนไม่ได้ทันทีอีก สรุปทั้งนอนไม่พอ เป็นกรดไหลย้อน น้ำหนักไม่ลด มากันเป็นคอมโบ้เซตแบบจุกๆ! ถ้าไม่อยากเจอสภาวะแบบนี้ ก็กินมื้อหลักให้ถึงที่ร่างกายต้องการตั้งแต่แรก เน้นโปรตีนกับไฟเบอร์จากผัก หรือถ้าหิวดึกไม่ไหวจริงๆ ก็กินเป็นโยเกิร์ต ถั่วหรือผลไม้เล็กน้อยก็พอ ช่วยคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ และร่างกายก็ยังเบิร์นไขมันอยู่ค่ะ

    4. นับทุกแคลอรีที่เอาเข้าปาก ลูกอม 5 แคล 10 แคลก็ไม่ให้หลุดสายตา!

    หลายคนเคร่งมากๆ กลัวไม่ได้น้ำหนักเป้าหมายอย่างที่ฝันไว้ หวยเลยมาออกที่การ ' นับแคลอรี ' กลายเป็นคนฝักใฝ่ในคณิตศาสตร์ บวกลบคูณหารพลังงานจากอาหารทุกมื้อ ซึ่งที่จริงมันก็เป็นเรื่องที่ควรทำนะ จะได้รู้ว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้าง จัดการแพลนไดเอทของตัวเองได้ แต่! บางคนก็ข้ามขั้นจนแทบจะเรียกว่าประสาทแ.... เพราะจดมันทุกสิ่งอย่างเลยค่ะ ลูกอม 2 แคล เยลลี่ 5 แคล คุกกี้หนึ่งคำ 10 แคล กินเกินจากที่ตั้งไว้แค่ 5 แคลก็นอยด์ไปเป็นวันๆ แบบนี้ไม่โอเคแล้วเด้อ

    การนับแคลเป็นตัวเลข ไม่ได้ผลเท่าการแยก ' ชนิดสารอาหาร ' ว่าเธอกินอะไรเข้าไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นไขมัน โซเดียม คาร์บและน้ำตาล เช่น ไก่ย่าง 300 แคล ก็ไม่มีทางให้ผลกับร่างกายเหมือนกับกินคุกกี้ 300 แคลอย่างแน่นอน จริงไหม? ถ้าเธอกินอาหารที่มีประโยชน์ วิตามินแร่ธาตุสูง อิ่มนาน คุมหิวได้ดีอย่างเนื้อไม่ติดมัน ข้าวกล้อง ผัก แม้พลังงานจะเยอะหน่อย แต่ดีกับร่างกายและไม่หิวจุกจิกเหมือนกินเจลลี่ที่มีแต่วุ้นและน้ำตาล ดังนั้นอย่าโฟกัสกับเลขแคลอรีขนาดนั้น โฟกัสว่ากินอะไรเข้าไป และกินสารอาหารสำคัญเพียงพอรึเปล่าจะดีกว่านะ

    5. อดมื้อกินมื้อ อดเช้า เบาเที่ยง งดเย็น จะได้ผอมไวๆ!

    ข้อนี้น่าจะเป็น ' สารตั้งต้น ' ของการหิวกลางดึกนั่นแหละ คนเราจะหิวขนาดนั้นได้ก็เพราะเธอกินไม่พอยังไงล่ะ! อยากผอมไวแต่ขี้เกียจคิดเยอะ ก็ใช้วิธีอดมื้อกินมื้อเอา มื้อไหนเลี่ยงได้ก็เลี่ยง ตอนเช้าดื่มกาแฟแก้วเดียว ตอนเที่ยงงานยุ่งเลยข้ามมื้อกลางวันไปเลย พอมื้อเย็นก็ไม่กล้ากินเพราะจะนอนแล้ว สรุปวันนั้นมีสารอาหารเข้าท้องแล้วรึยัง? ไม่มี ก็นั่นแหละเหตุผล ละมันไม่ใช่แค่นอนปวดท้องหิวจนทรมานอย่างเดียวน่ะสิ ระบบเผาผลาญเธอจะต่ำลง แรกๆ อาจจะผอมลงบ้าง แต่สุดท้ายมันจะตัน ไม่ผอมลงแล้ว อดข้าวทั้งวันก็ไม่ลง นรกมาเยือนของจริง!

    การอดมื้อกินมื้อ ไม่เท่ากับการกิน IF ( Intermittent Fasting ) นะคะซิส อย่าเข้าใจผิด การทำ IF คือกำหนดช่วงอดและช่วงกินให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายเบิร์นไขมันเต็มที่ แต่ช่วงที่กินก็ต้องกินให้พอเหมือนกัน ไม่งั้นก็คือการอดข้าวให้ระบบเผาผลาญต่ำลงดีๆ นี่เอง ถ้าไลฟ์สไตล์ของเธอไม่ได้ตื่นเช้า ก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับมื้อเช้า ตื่นตอนไหนก็นับมื้อนั้นเป็นมื้อแรกของวัน แนะนำให้เน้นกินโปรตีน ถ้าสตาร์ทให้อิ่มตั้งแต่แรก มื้อต่อไปก็จะกินน้อยลงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทรมานตัวเองค่ะ

    6. หิ้วท้องว่างไปออกกำลังกาย จะได้รีดไขมันเก่าออกเยอะๆ

    ที่จริงวิธีนี้ก็เป็นข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะบางตำราก็บอกว่าออกกำลังกายตอนเช้า ตอนยังไม่กินข้าวจะดึงไขมันเก่ามาใช้ ทำให้สาวๆ บางคนสุดโต่งด้วยการตื่นมาก็ไปฟิตเนส ออกกำลังแบบหนักๆ 2-3 ชั่วโมง หวังว่าจะรีดไขมันที่ปลิ้นอยู่ตามพุง แขนขาออกมาให้มากที่สุด แต่ถ้าทำแบบนี้ ( โดยเฉพาะเล่นเวทเทรนนิ่งที่ใช้พละกำลังค่อนข้างเยอะ ) มีสิทธิ์เป็นลม หน้ามืดหัวฟาดพื้นได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ

    ร่างกายก็เหมือนเครื่องยนต์ และอาหารก็คือเชื้อเพลิงที่เติมพลังงานให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มที่ไม่ฝืดเคือง ถ้าเธอใช้งานมันอย่างหนักโดยไม่เติมเชื้อเพลิงลงไปเลย ไม่เป็นลมล้มตึง ก็หิวจัดหลังออกกำลัง สุดท้ายไปซัดแหลก กินเยอะกว่าที่เพิ่งเบิร์นไปอีก แล้วจะผอมยังไงก่อน? แนะนำให้หาอะไรรองท้องเบาๆ เน้นโปรตีน เช่น สมูทตี้ โปรตีนบาร์ ไข่ เนยถั่ว ก่อนไปออกกำลังจะดีกว่า ( เน้นว่าเบาๆ กรุบกริบ ไม่ใช่ซัดบุฟเฟ่ต์นะ ) ร่างกายจะได้พร้อมเผาไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ หายวับทั้งไขมันเก่า ไขมันใหม่นะคะซิส

    7. คิดทุกครั้งที่เอาอาหารเข้าปาก เน้นว่า " ทุกคำ " จริงๆ จนประสาทกิน

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe