โอ๊ยเสียดาย ไม่ทิ้งละกัน! 7 สิ่งต้องถามตัวเองก่อน ' เคลียร์ของเก่าในบ้าน ' ให้ชีวิต Spark Joy ไม่นอยด์ทีหลัง

PAGE 2/2
» »
ไม่ว่าจะของชิ้นไหนก็ตามที่เธอเก็บสุมไว้ ทั้งของที่มีวันหมดอายุอย่างอาหาร เครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือของที่ใช้ได้ยาวๆ อย่างเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกชิ้นควรจะต้องมี ' วันที่ได้ใช้ ' ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่างกับเราเก็บขยะไว้ในบ้าน อาจไม่ได้ใช้วันนี้ พรุ่งนี้ หรือสัปดาห์หน้า แต่ขอแค่ในอนาคตข้างหน้ามีวันได้ใช้แน่ๆ แบบไม่มโนไปเอง มันก็มีคุณค่ามากพอที่จะเก็บไว้แล้วละค่ะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นผงเครื่องปรุง น้ำพริก ที่คนส่วนใหญ่ชอบซื้อแล้วก็ลืมไว้ในตู้เย็น เปิดมาอีกทีก็เน่าแล้ว หาวันว่างเคลียร์ตู้สักหน่อยว่า ผงๆ เหล่านี้จะยังมีโอกาสได้เอามาใช้ทำอาหารไหม? ถ้ามันใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่มองยังไงก็ไม่น่าได้ใช้แน่ๆ ก็เคลียร์พื้นที่ออกไปให้อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันแทนจะดีกว่า, หากเป็นสายตุนสกินแคร์ มาสก์ ครีมต่างๆ ถ้าดูแล้วใกล้หมดอายุ อนาคตปีหน้า สองปีข้างหน้าก็ไม่น่าจะใช้ทัน เราแนะนำให้รีบขายลดราคาหรือยกให้เพื่อนๆ ไปเลย จะได้ไม่เสียของฟรี แถมยังเผื่อแผ่น้ำใจให้ผู้อื่นอีกนะคะ

7. ถ้าต้องเอาไปทิ้ง เธอจะ ' หาประโยชน์ ' อะไรจากของชิ้นนี้ได้บ้าง

เวลาเราเคลียร์ของในบ้าน มันจะมีของบางอย่างที่เราไม่ลังเลหรอก ยังไงก็จะเอาออกไปทิ้งแน่นอน แต่ถ้าแค่มัดเชือกฟางขายให้ซาเล้ง หรือโยนใส่ถุงดำให้รถเก็บขยะมารับ บางทีก็อาจจะเป็นวิธีที่ ' สูญเปล่า ' ไปนิดนึง เธอสามารถปล่อยของออกได้ฉลาดมากกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องโยนทิ้งเสมอไป

วิธีเคลียร์ของออกจากบ้านมีมากมาย เช่น มอบหรือยกให้เพื่อน คนรู้จัก รุ่นพี่รุ่นน้องที่ต้องการใช้, ถ้าสภาพยังพอใช้ได้ ก็ขายตามตลาดนัดเปิดท้ายขายของ หรือขายลงแอปช้อปปิ้งออนไลน์ , ถ้าเป็นของมีมูลค่า ลองลงประมูลในเว็บไซต์, บริจาคให้มูลนิธิ หากเป็นของชิ้นเล็กเธอส่งพัสดุไปเองได้เลย แต่ถ้าของชิ้นใหญ่มากๆ บางมูลนิธิสามารถเรียกรถให้มารับไปได้ เป็นต้น เธอยังสามารถถือโอกาสนี้ทำบุญด้วยการใช้เงินจากการขายของ ทำบุญเพื่อคนยากไร้ไปในตัว บ้านก็โล่ง แถมยังได้ช่วยเหลือผู้คนอีกด้วย


-----------------------------------------------
ไม่ต้องมีมาริเอะ คนโดะ เจ้าแม่แห่งการจัดบ้านมาบอก ทุกคนก็คงรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ของทุกชิ้นในบ้านควรจะมีคุณค่าต่อเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากไม่ได้สร้างรายได้ ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้เราอย่างชัดเจน การมีอยู่ของสิ่งนั้นก็ควรจะทำให้เรามีความสุข เพิ่มความมั่นใจ เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้เราได้ อย่างที่คำถามทั้ง 7 ข้อในบทความนี้ถามให้เธอย้อนกลับไปทบทวนตัวเองค่ะ ว่าเรา ' ต้อง ' มีของชิ้นนี้จริงๆ หรือเปล่า

ถ้าสาวๆ หาคำตอบไม่เจอว่าเธอควรมีมันไปทำไม เธอก็ไม่ควรลังเลในการปล่อยมือจากมันไปเช่นกัน เพราะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่าง อย่าลืมว่าของทุกอย่างมีค่าบำรุงรักษา อย่างน้อยๆ เลยก็ต้องมีพื้นที่ให้เก็บ บางอย่างเก็บไว้นานก็เสีย พัง เก็บกวาดยากกว่าเดิมอีก สู้เคลียร์ของ ขายออกหรือบริจาคยังจะดีกับบ้าน ดีกับโลกมากกว่า ไม่ต้องฮาร์ดคอร์ทิ้งของยกบ้านก็ได้ แค่เก็บของที่ไม่จำเป็นกับเธออีกต่อไป เชื่อเถอะว่าบ้านจะน่าอยู่ สร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่าที่เคยเป็น ลองดูนะคะซิส :)

กิจกรรม SistaCafe