1582704747 cat lifestyles color
ไลฟ์สไตล์

โอ๊ยเสียดาย ไม่ทิ้งละกัน! 7 สิ่งต้องถามตัวเองก่อน ' เคลียร์ของเก่าในบ้าน ' ให้ชีวิต Spark Joy ไม่นอยด์ทีหลัง

กักตัวรอบที่ 3 อีกละจ้าาา อยู่บ้านว่างๆ ( เพราะไม่มีงานทำแล้ว #ผิด ) มาหาทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยการจัดบ้านใหม่ เคลียร์ของเก่าทิ้งอย่างในหนัง #ฮาวทูทิ้ง กันดีกว่า! แต่ก่อนจะโยนทุกสิ่งออกไปนอกรั้วบ้าน ถามตัวเอง 7 ข้อนี้ก่อนนะ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง!


» » - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. เธอใช้ของชิ้นนี้ ใน 12 เดือนที่ผ่านมาหรือเปล่า?

    • 2. ที่ไม่อยากทิ้งของชิ้นนี้ เพราะแค่รู้สึกว่า ' อุตส่าห์ซื้อมา ' หรือเปล่า

    • 3. ที่ยังเก็บของชิ้นนี้ไว้ เพราะมันมี ' คุณค่าทางใจ ' หรือเปล่า

    • 4. ถ้าเธอเห็นของชิ้นนี้ครั้งแรก เธอจะอยากซื้อมันไหม?

    • 5. เธอยังมีของชิ้นอื่นๆ ที่ฟังก์ชันไม่ต่างกัน ใช้ได้เหมือนกันหรือเปล่า

    • 6. เธอมีแพลนจะใช้ของชิ้นนี้ ' ในอนาคต ( จริงๆ แบบไม่มโน ) ' หรือเปล่า

    • 7. ถ้าต้องเอาไปทิ้ง เธอจะ ' หาประโยชน์ ' อะไรจากของชิ้นนี้ได้บ้าง

     

    ฮัลโหลล ขอเสียงสาวๆ SistaCafe ที่กำลัง ' กักตัวอยู่บ้าน ' หน่อยค่า =/\=

    เฮ่อออ กักตัวรอบที่เท่าไหร่ขี้เกียจนับแล้ว แต่เอาเป็นว่าร้านอาหารปิด งานก็ต้องหอบกลับมาทำที่บ้านอีกรอบ ( เพิ่งจะได้ไปออฟฟิศอย่างเฉิดฉายแท้ๆ... ) ชีวิตที่กำลังจะกึ่งปกติ ก็นั่งจม เดินวนไปวนมาในบ้าน 24 ชั่วโมงอีกครั้ง ยิ่งถ้าใครทำงานฟรีแลนซ์ที่งานเสร็จแล้วว่างไปยาวๆ  นั่งเหม่ออยู่ในห้อง มองของกองรกสุมๆ กันในบ้านเต็มไปหมดก็รู้สึกอึดอัด ฟุ้งซ่านยังไงไม่รู้ อย่างที่มาริเอะ คนโดะบอกว่าถ้าของในบ้านรก จิตใจก็ไม่สบายตามไปด้วยนั่นแหละค่ะ

    หลายคนถือโอกาสตอนอยู่บ้าน เคลียร์ของเก่าต่างๆ เพื่อจัดบ้านใหม่ให้สภาพแวดล้อมสวยงาม สบายหูสบายตามากขึ้น ซึ่งตอนแยกประเภท หมวดหมู่ของยังไม่น่ากลัวเท่าขั้นตอนสุดท้าย คือ ' ไม่กล้าทิ้งของ ' ที่เชื่อว่าหลายคนก็เป็น รู้นะว่าตอนนี้ไม่ได้ใช้หรอก แต่ซื้อมาแล้วก็เสียดาย สรุปวางไว้ที่เดิม รกเท่าเดิม #แล้วจะจัดทำไม -..- เอางี้ดีกว่า ลองมาถามตัวเองกับ ' 7 สิ่งต้องถามตัวเองก่อนเคลียร์ของเก่าในบ้าน ' ในบทความนี้กับของแต่ละชิ้นดู แล้วเธอจะจัดของได้ดีขึ้น ชีวิต spark joy กว่าที่เคยเป็นแน่นอน มาค่ะซิส

    1. เธอใช้ของชิ้นนี้ ใน 12 เดือนที่ผ่านมาหรือเปล่า?

    ถ้าสาวๆ ไม่เคยใช้ของชิ้นนี้เลยในช่วง 12 เดือนหรือ 1 ปีเต็มที่ผ่านมา มันก็น่าจะพอบ่งบอกได้แล้วนะว่า  ' มันไม่ได้จำเป็นสำหรับเธอขนาดนั้น '  ถ้าเป็นไอเทมพิเศษที่ใช้ในช่วงฉุกเฉินเท่านั้น เช่น ถังดับเพลิง กระเป๋าเป้เดินทาง อุปกรณ์ช่างไม้ต่างๆ อันนี้อาจจะเป็นข้อยกเว้น แต่ถ้าเป็นของหมวดทั่วไป เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือแม้แต่อาหารในตู้เย็น... ( อึ๋ย เสียหรือยังน่ะ ) ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีที่ต้องอัญเชิญมันออกจากบ้านได้แล้วละค่ะ

    ใครที่ชอบกด F เสื้อผ้า กดสั่งซื้อของลดราคาตามโปรในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ จนของในตู้กองล้นออกมาแน่นขนัด หาวันว่างๆ วันนึงมาคัดออกเลยว่าชิ้นไหนยังอยู่ได้ ชิ้นไหนไม่ได้ไปต่อ ยิ่งหมวดเมคอัพ สกินแคร์ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ได้อยู่ตลอดไป ทิ้งไว้นานๆ มันหมดอายุนะจ๊ะ! จะ limited edtion แพง หายากแค่ไหน ถ้าอายุเกิน 1 ปีก็เก็บใส่ถุงดำโลด อย่าฝืนใช้เพราะเสียดาย ไม่คุ้มกับค่าหาหมอผิวหนังถ้าหน้าแหกเด้อ เตือนไว้ก่อน!

    2. ที่ไม่อยากทิ้งของชิ้นนี้ เพราะแค่รู้สึกว่า ' อุตส่าห์ซื้อมา ' หรือเปล่า

    ข้อที่สอง เชื่อว่าชาวซิสเป็นกันเยอะ ( เราเองก็เป็นในหลายๆ ครั้ง ) คือไม่กล้าทิ้งของเพียงเพราะ ' เสียดายเงิน กลัวเปลืองเงิน อุตส่าห์ซื้อมาแล้ว ' ทั้งที่ร้อยวันพันปีมันก็วางอยู่ที่เดิม เราไม่เคยไปแตะต้องด้วยซ้ำ เผลอๆ ลืมไปแล้วว่ามี พอวันจะทิ้งเท่านั้นแหละ อาลัยอาวรณ์ขึ้นมาเชียว #เพื่อออ บอกเลยว่า ไม่ต้องกลัวเปลืองค่ะ เพราะเธอใช้เงินโดยเปล่าประโยชน์ไปเรียบร้อยแล้ว การซื้อเก็บไว้แต่ไม่ใช่ ปล่อยให้ฝุ่นเกาะ ราขึ้น มันก็แทบจะเป็นขยะอยู่แล้วหรือเปล่า?

    สายบิวตี้ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็พวกเครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือน้ำหอมนี่แหละค่ะ ซื้อเก่ง แต่ใช้ไม่ค่อยเก่ง บางคนซื้อน้ำหอมมาหลายกระปุกมากๆ จนใช้ไม่ทัน เปิดมาอีกทีกลิ่นเปลี่ยน เหม็นหืนไปแล้วแต่ไม่กล้าทิ้งเพราะซื้อมาขวดละหลายพัน ( บางทีเป็นหมื่น ) เครื่องสำอางก็เช่นบลัชออน บรอนเซอร์ อายแชโดว์ที่ใช้แค่ครั้งสองครั้งแล้วเก็บใส่กรุดองยาว จะแพงแค่ไหนก็ขอให้ทิ้ง เพราะมันเกี่ยวกับสุขอนามัยด้วย ถ้าสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน จะซื้อมาเป็นแสนก็ไม่คุ้มกับผิวพัง หน้าพังนะคะ 

    ทั้งนี้ ถ้าเป็นของอื่นๆ ที่ไม่มีวันหมดอายุ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า มันก็จะวนกลับไปที่ข้อ 1 ว่า เธอได้ใช้ในหนึ่งปีที่ผ่านมาไหม ถ้าไม่ ก็ตัดใจขาย ยกให้คนอื่นหรือบริจาคไปดีกว่า ถึงเก็บไว้ ปีหน้าเธอก็ต้องมานั่งถามตัวเองอีกรอบอยู่ดี เพราะยังไงเธอก็ไม่ใช้ เธอแค่เสียดายขึ้นมาเฉียบพลันเท่านั้นเอง

    3. ที่ยังเก็บของชิ้นนี้ไว้ เพราะมันมี ' คุณค่าทางใจ ' หรือเปล่า

    ข้อนี้จะเรียกว่าเป็นกับดักของ ' คนชอบเก็บของ ' ก็ว่าได้ เพราะของนอกกายยังไม่สำคัญเท่าของที่มีคุณค่าทางใจเนอะ ยิ่งของที่มีชิ้นเดียวในโลกอย่างจดหมาย รูปถ่าย ของจากแดนไกล ของในวัยเด็กที่ย้อนเวลากลับไปทำซ้ำไม่ได้แล้ว จะให้ทำใจทิ้งหรือบริจาคให้คนแปลกหน้า มันก็ค่อนข้างลำบากอยู่ ที่จริงถ้าบ้านของเธอค่อนข้างใหญ่ พื้นที่เยอะ มันก็เก็บได้แหละ แต่บางคนที่บ้านเล็ก พื้นที่แคบ ของใหม่ๆ ก็มีเข้ามาทุกวัน ถึงเวลาต้องเลือกแล้ว จะทำยังไงดีล่ะ?

    ขอเสนอทริคส่วนตัวของเรานะคะ ให้เรียงลำดับความสำคัญของไอเทมทุกชนิดที่มีก่อน จากสำคัญสุดๆ หายไปขาดใจตายแน่ กับแค่ของที่ระลึกจากความทรงจำ มีก็ดีไม่มีก็ช่างมัน ให้เก็บแค่อันที่ทำให้เรามีความสุข ทำให้เรามีเป้าหมายใช้ชีวิตต่อเท่านั้น ส่วนของที่มาจากเพื่อนไม่สนิท คนรู้จักห่างๆ ที่ให้เรามาเป็นมารยาท แต่ของชิ้นใหญ่เทอะทะเกะกะบ้าน พวกนี้เราทิ้งๆ ไปบ้างก็ได้ เพราะถ้าสำคัญจริงมันก็คงไม่ได้อยู่ในห้องเก็บของตั้งแต่แรกหรอก จริงไหม?

    ในยุค 2021 แบบนี้ หากเป็นพวกเอกสาร จดหมาย อัลบั้มรูป แนะนำให้สแกนเข้า google drive หรือระบบ cloud ข้อดีคือไม่เปลืองพื้นที่ ตัวอักษร รูปต่างๆ ก็ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาด้วย ถ้าเป็นพวกตุ๊กตา กรอบรูป รูปปั้น หรือของที่กินพื้นที่ ก็ถ่ายรูปเก็บไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่อยปล่อยต่อ เชื่อเถอะว่าจะได้พื้นที่โล่งๆ ในบ้านกลับมาเยอะเลยละค่ะ

    4. ถ้าเธอเห็นของชิ้นนี้ครั้งแรก เธอจะอยากซื้อมันไหม?

    ข้อนี้น่าจะเหมาะกับสาวๆ ที่ชอบซื้อของ สั่งพัสดุมาเต็มบ้านจากโปรแอปช้อปปิ้งแบบไม่มีสติ เห็นแก่ของถูก พรีออเดอร์แล้วราคาถูกกว่าปกติ 50% ซื้อ 1 แถม 1 ค่าส่งฟรี หรืออะไรก็ตามแต่ที่สาเหตุการซื้อหลักๆ ไม่ได้มาจากสรรพคุณสินค้า แต่มาจากโปรโมชันหรือการขายพ่วง ตอนของมาส่งที่บ้าน แกะพัสดุมานั่งชื่นชมไม่กี่นาทีหรอก สุดท้ายก็ไปเก็บสุมรวมไว้ในตู้ ลิ้นชัก ห้องเก็บของ จากนั้นก็ลืมมม ไปเลย รู้อีกทีก็ไม่มีพื้นที่จะเก็บแล้ว - -

    ถามตัวเองคำเดียวเลยค่ะว่า " ของชิ้นนี้เนี่ย ถ้าเห็นครั้งแรกในห้าง หรือเห็นในแอปแบบราคาเต็ม ไม่มีโปรเนี่ย จะยังอยากซื้ออยู่ไหม? " ถ้าคำตอบแวบแรกของเธอคือ ' ไม่ ' ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเธอไม่จำเป็นต้องมีสิ่งนี้อยู่ในชีวิต ความช้อปแหลกของผู้หญิงบางคนรุนแรงถึงที่ว่า เป็นของที่เธอไม่มีวันใช้แน่ๆ แต่เธอก็ยังซื้อเพราะส่งฟรี อยากได้แต้ม #มาร์เกตติ้งนี่มันน่ากลัวจริงๆ!! แยกของเหล่านั้นแล้วเอาไปปล่อยขาย บริจาค หรือช่องทางใดๆ ตามสมควรเถอะ เธอก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีวันได้ใช้ อย่า-หลอก-ตัว-เอง!!

    5. เธอยังมีของชิ้นอื่นๆ ที่ฟังก์ชันไม่ต่างกัน ใช้ได้เหมือนกันหรือเปล่า

    ผู้หญิงบางคนชอบเก็บสะสมเครื่องสำอางเป็นคอลเลกชัน ต้องมีทุกเนื้อ ทุกเฉดสี ยี่ห้อไหนออกสีนี้มาต้องซื้อเก็บหมด รู้ตัวอีกทีมันกำลังจะทยอยหมดอายุในอีกเดือนสองเดือนข้างหน้า แต่ยังเหลืออีกเป็นร้อยแท่ง, บางคนชอบซื้อเสื้อผ้าแบบคล้ายๆ กัน สีเหมือนๆ กัน ลงเอยด้วยการมีเสื้อแบบเดิมเป็นสิบๆ ตัวเต็มตู้ไปหมด เป็นต้น ถึงจุดนึงของมันจะล้นจนเธอต้องเลือกบางสิ่ง เพื่อทิ้งบางสิ่งจนได้ค่ะ

    ในส่วนของเครื่องสำอาง เราแนะนำให้เลือกยี่ห้อและเฉดสีที่เธอชอบ หรือเข้ากับบุคลิกของเธอที่สุด เป็นตัวยืนหนึ่งในหมู่บ้าน แล้วคัดเลือกชิ้นอื่นๆ ว่า ' ทำได้คล้ายคลึงหรือเหมือนกับลิปตัวโปรดของเธอหรือไม่ ' ถ้าทำได้เหมือนกัน ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ ไม่ต้องเก็บไว้ จะทิ้งหรือบริจาคก็ว่าไป เพราะเธอจะเก็บของที่ใช้ได้เหมือนๆ กันหลายชิ้นไปเพื่ออะไร? เปลืองพื้นที่

    หากเป็นพวกเสื้อผ้า หากลายเสื้อแนวเดียวกัน ตอนใส่ก็ลุคเหมือนๆ กัน ก็ลองคัดเลือกว่าตัวไหนใส่สบาย เข้ากับสรีระของเธอที่สุด ที่เหลือตกรอบ อัญเชิญออกจากบ้านได้ เหมือนรายการ survivor นั่นแหละค่ะ ในเมื่อมันมีของใช้ได้คล้ายๆ กันเยอะแยะไปหมด แต่พื้นที่มีจำกัด ก็ต้องเลือกเก็บอันที่ดีที่สุดไว้ นี่แหละความจริงที่โหดร้ายของโลกใบนี้!!

    6. เธอมีแพลนจะใช้ของชิ้นนี้ ' ในอนาคต ( จริงๆ แบบไม่มโน ) ' หรือเปล่า

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดไลฟ์สไตล์)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe