1653381186 %e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1
ความงาม

#เลิกเชื่อก่อนผิวพัง! ' 7 ความเชื่อผิดๆ ในการดูแลผิว ' ยิ่งทำบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งผิวแก่ สิวเห่อ หมดสวยก่อนวัย

อย่าหย่อนระเบิดให้ผิว ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้เลยนะคะซิส พังแล้วตามซ่อมยากเด้อ #ไหว้


» » - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. " เหนื่อย นอนเลยละกัน เมคอัพค่อยเช็ดออกตอนเช้า ไม่กี่ชม. ไม่เป็นไรหรอก "

    • 2. " ถ้าแดดไม่แรงมาก ก็ไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดหรอก เปลือง! "

    • 3. " ทาครีมกันแดดที่หน้ากับตัวก็พอ ไม่ต้องทาริมฝีปากก็ได้ "

    • 4. " ถ้าเป็นสกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสม 'จากธรรมชาติ' แปลว่ายังไงก็ไม่แพ้น่ะสิ "

    • 5. " ถ้าไม่มีถุงใต้ตา ตาไม่คล้ำ ไม่ต้องทาอายครีมก็ได้มั้ง "

    • 6. " เป็นคนผิวมัน ไม่ต้องทาครีมก็ได้ เดี๋ยวผิวยิ่งเยิ้ม "

    • 7. " อาบน้ำร้อนๆ สิดี ช่วยเปิดรูขุมขน จะได้ไม่เป็นสิว "

     

    สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe ที่อยากมีผิวสวยปิ๊ง! ทุกคน (*´▽`*)

    ผู้หญิงแทบทุกคน แม้จะไม่ใช่คนดูแลตัวเอง ชอบทาครีมบำรุงแค่ไหน แต่ก็คงไม่มีใครอยากผิวเหี่ยว มีริ้วรอย มีจุดด่างดำหรือดูแก่ก่อนวัยหรอกใช่ไหมล่ะคะ? แต่ผิวหนังก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญและต้องการการดูแล ถ้าปล่อยไปตามเรื่องตามราวหรือมีพฤติกรรมทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว รู้เรื่อง! ตอนอายุยี่สิบต้นๆ ยังไม่ส่งผลให้เห็นชัดหรอก แต่อายุขึ้นเลขสามเมื่อไหร่ละก็... ยิ่งเข้าหลักสี่ละเธอเอ๊ย อะไรที่ทำบาปทำกรรมกับผิวหน้าผิวตัวไว้ ตามมาเช็กบิลกันอ่วมตอนนั้นแหละ!

    ถ้าอยากมีผิวสวยนุ่มเด้งกระจ่างใส ดูเด็กกว่าวัย ( หรืออย่างน้อยก็ตามวัย ) ก็ต้องเริ่มดูแลผิวตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เริ่มจากลบ ' ความเชื่อผิดๆ ' ในการดูแลผิวก่อนเลย ประเภทที่เขาเล่ากันมาว่า ที่บ้านสอนมาว่า เพราะสิ่งที่ได้ยินมาปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น หรือแม้แต่ตีพิมพ์ในสื่อสมัยก่อน อาจจะกลายเป็นความเชื่อเก่าๆ ที่ถูกลบล้างว่าที่จริงแล้ว ยิ่งทำยิ่งผิวพัง สิวเห่อ ทำต่อเนื่องหมดสวยก่อนวัย! ถ้าไม่แน่ใจว่าเผลอปู้ยี่ปู้ยำผิวโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ ขอเชิญซิสมาเช็กใน ' 7 ความเชื่อสุดปัง ( ปินาศ ) ในการดูแลผิว ' ในบทความนี้กันเลยค่าา #เลิกได้เลิกนะเราขอ ( ̄︿ ̄)

    1. " เหนื่อย นอนเลยละกัน เมคอัพค่อยเช็ดออกตอนเช้า ไม่กี่ชม. ไม่เป็นไรหรอก "

    อาจจะเพราะความเหนื่อย ขี้เกียจ เห็นคนแต่งหน้าหลับไปทั้งคืนก็ไม่เห็นเป็นไร หรือคิดง่ายๆ ว่า " แค่ไม่กี่ชั่วโมง ผิวยังไม่ทันพังหรอกน่า " กลับบ้านมาเมคอัพหนาเตอะ ก็ฟุบหลับไปทั้งอย่างนั้น ไว้ตอนเช้าค่อยมาว่ากันใหม่ ซึ่งสาวๆ บางคนก็เจอสิวโผล่มาทักทายตั้งแต่วันแรกเลย แต่บางคนก็ใช้เวลาสะสมจนสุดท้ายผิวมีสิวอุดตัน สิวเห่อเพราะคราบเครื่องสำอางที่ฝังแน่นล้างไม่ออก พอมีสิวก็แต่งหน้ากลบ พอเมคอัพอุดตันก็สิวขึ้นเพิ่ม วนลูปไปไม่มีที่สิ้นสุด #กุมขมับ

    อย่าลืมว่า เครื่องสำอางทั้งรองพื้น แป้ง มาสคาร่า ลิปสติกที่เกาะรวมกันอยู่บนผิวหน้าของเธอ แต่งมาตั้งแต่เช้า กว่าจะถึงบ้านก็ไม่ต่ำกว่า 8-9 ชั่วโมง ทั้งการเดินทางในรถไฟฟ้าเอย รถเมล์เอย ( หรือถึงรถส่วนตัวก็เถอะ ก็ต้องมีช่วงที่เดินถนนเจอมลภาวะอยู่ดี ) ทั้งสิ่งสกปรก น้ำมัน มลภาวะก็เกาะเป็นหย่อมๆ อุดตันรูขุมขนไปหมด และมลภาวะเหล่านี้ยังทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเสียหาย ดูแก่ก่อนวัยได้ในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้นถ้าวันไหนเหนื่อยจริงๆ อย่างน้อยใช้ makeup wipes สักแผ่นสองผ่านเช็ดทั่วผิวหน้าก่อนนอนนะคะ คงไม่สะอาดเท่าล้างหน้าหรอก แต่อย่างน้อยก็ได้ขจัดเชื้อโรคออกไปเกินครึ่งแล้ว!

    2. " ถ้าแดดไม่แรงมาก ก็ไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดหรอก เปลือง! "

    เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคิดแบบนี้! พอเห็นว่าวันนี้แสงแดดไม่แรงมาก, ฝนตั้งท่าจะตก ฟ้าดูครึ้มๆ ไม่ค่อยมีแดด หรืออยู่ในที่ร่ม อยู่ในตึก แดดส่องมาไม่ถึงหรอก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดหรอกมั้ง? อาจกลัวเปลือง หรือไม่อยากมีผิวหน้าผิวตัวที่เหนียวเหนอะหนะ ตอนอายุน้อยผิวยังไม่ส่งผลชัดเจนหรอก แต่ถ้าอายุขึ้นเลขสามเลขสี่เมื่อไหร่ ทั้งความหมองคล้ำ ฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำมากันเป็นแพ็กเกจ ' ผิวพังก่อนวัยจากรังสียูวี ' อย่างแน่นอน

    ความเชื่อผิดๆ ที่ฝังหัวคนส่วนใหญ่มานานคือ แดดไม่แรงไม่จำเป็นต้องทาครีม ซึ่งความเป็นจริงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามที่แสงแดดไปถึง รวมถึงการอยู่ในบ้านหรือออฟฟิศช่วงกลางวัน ไม่ว่าจะแดดร่มหรือแดดจ้า ยังไงก็ต้องทากันแดดทั้งหน้าและตัวค่ะ! บางทีสายตาเรามองว่าแดดไม่แรง แต่รังสียูวียังเข้มข้นอยู่ตลอดเวลา แม้ในวันเมฆเยอะบังแสงอาทิตย์ แสงก็ยังลอดลงมาทำร้ายคอลลาเจนใต้ผิวของสาวๆ ได้อยู่ดี เมื่อคอลลาเจนถูกทำลายถึงจุดนึง ผิวก็จะเหี่ยว แห้งกร้าน และฟื้นฟูยากสุดๆ บางรายอาจฟื้นฟูไม่ได้อีกเลย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดที่ป้องกันรังสี UVA/UVB ที่มี SPF50+ ขึ้นไปทุกเช้า จะแต่งหน้าหรือไม่ก็ต้องทา ถ้าไม่อยากหน้าไหม้ หน้าแก่ก่อนวัยอันควร

    3. " ทาครีมกันแดดที่หน้ากับตัวก็พอ ไม่ต้องทาริมฝีปากก็ได้ "

    เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักละเลย บางทีทากันแดดทั้งหน้าทั้งตัวซะหนา เตรียมป้องกันรังสียูวีเต็มที่ แต่ปล่อยปากแห้ง หรือทาแค่ลิปมันทั่วไปที่ไม่กันแสงแดดแต่อย่างใด เพราะคิดว่าไม่สำคัญ ไม่ต้องทาก็ได้ ทั้งที่ริมฝีปากก็เป็นผิวหนังบริเวณหนึ่งที่เมื่อเจอแสงแดดเป็นเวลานาน ก็ส่งผลให้ปากคล้ำเสีย หรือไหม้ได้เช่นกัน ตอนยังเด็กๆ อยู่ก็ยังปากสีอมชมพูอยู่หรอก แต่เมื่ออายุมากปากจะเริ่มสีเข้ม เป็นสีน้ำตาลมากขึ้น นอกจากผิวที่แก่ตามวัยแล้ว ส่วนนึงก็เพราะไม่เคยกันแดดที่ปากเลยนี่ละค่ะ!

    เราแนะนำให้สาวๆ ใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของ SPF ซึ่งยี่ห้อส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ประมาณ SPF30 ซึ่งถือว่าเพียงพอ หมั่นทาเติมอยู่บ่อยๆ เพราะอาจเลือนหายระหว่างกินข้าว ดื่มน้ำระหว่างวัน ใส่ในกระเป๋าที่พกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ และเติมทุกครั้งที่นึกออก ระยะยาวหลักปีหรือหลายๆ ปี จะเห็นความแตกต่างระหว่างเธอกับคนวัยเดียวกันที่ไม่ทาลิปมันกันแดดอย่างแน่นอน! แอบกระซิบว่านอกจากปากแล้ว อย่าละเลยมุมอับที่คนมองข้าม เช่น หลังใบหู ลำคอ ฝ่ามือ และเท้าด้วยนะ สาวๆ จะได้มีผิวสวยใสทั้งตัวแบบไร้ที่ติยังไงล่ะ

    4. " ถ้าเป็นสกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสม 'จากธรรมชาติ' แปลว่ายังไงก็ไม่แพ้น่ะสิ "

    เป็นความเข้าใจผิดของสาวไทยที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน! ยิ่งเดี๋ยวนี้มีกระแสสกินแคร์ออร์แกนิก สกัดส่วนผสมจากธรรมชาติหลากหลายยี่ห้อทั้งไทยและเทศ เอาใจผู้บริโภคที่มีผิวแพ้ง่าย ตื่นตัวกับสารเคมี สีและน้ำหอมในสกินแคร์มากขึ้น แต่อันที่จริงแล้ว ผิวของแต่ละคนเซนซิทิฟกับสารต่างๆ ไม่เหมือนกัน และผิวแพ้ง่ายไม่ได้หมายความว่าจะใช้ครีม เซรั่มธรรมชาติอะไรก็ได้ เพราะอาจมีส่วนผสมสักตัวในนั้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ก็เป็นได้ค่ะ

    ดังนั้นคำว่า " สกินแคร์ธรรมชาติคือยังไงก็ใช้ได้ ไม่แพ้ " = ผิดมหันต์!! ทุกส่วนผสมที่นำมาทาผิวมีเปอร์เซนต์ที่จะแพ้และทำให้ผิวขึ้นผื่นแดง สิวเห่อได้ทั้งนั้น ในทางกลับกัน น้ำหอมที่สาวๆ หลายคนกลัว คนผิวแพ้ง่ายบางคนก็ใช้ได้สบาย ดังนั้นอย่าไปยึดติดกับ 100% natural ingredients บนฉลากมาก ถ้าเพิ่งเคยใช้ก็ควรทดลองกับผิวท้องแขน หรือสันกรามก่อน อย่าเพิ่งละเลงลงไปทั้งหน้า โดยเฉพาะช่วงที่จำเป็นต้องใช้หน้าพบปะผู้คน ถ้าแพ้รุนแรงขึ้นมาจะซ่อมไม่ทันเด้อ

    5. " ถ้าไม่มีถุงใต้ตา ตาไม่คล้ำ ไม่ต้องทาอายครีมก็ได้มั้ง "

    ' อายครีม ' มักถูกมองจากเด็กวัยรุ่นหรือวัยทำงานตอนต้น ( ยี่สิบต้นๆ ) ว่าเป็นไอเทมฟุ่มเฟือย แค่ใช้ครีมทาหน้าก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? ยิ่งบางคนเป็นเด็กอนามัย นอนพักผ่อนเพียงพอทุกวัน หรือเกิดมาพันธุกรรมดีไม่มีถุงใต้ตา ตาไม่คล้ำเป็นแพนด้า ก็ไม่ยอมทาอายครีมเลย ซึ่งเป็นความคิดที่อันตรายมาก! กว่าจะกลับลำตั้งตัวทันก็ยี่สิบปลายๆ ผิวใต้ตาเริ่มมีริ้วรอยและหย่อนคล้อยแล้ว เริ่มทาอายครีมช่วงนั้นก็ได้แค่ประคองอาการ แต่ถ้าเกิดริ้วรอยแล้วแก้ยากมาก ต้องพึ่งหมอฉีดฟิลเลอร์อย่างเดียว

    เนื่องจากผิวใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบาง เหี่ยวย่นง่าย และเป็นสัญลักษณ์บนใบหน้าที่บ่งบอกอายุชัดเจนที่สุด จึงไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับอายครีม! แม้จะยังอายุน้อย ปัญหาผิวใต้ตาไม่มีสักจุดก็ควรทาทุกคืน ถ้ากลัวเหนียวก็เลือกแบบที่เป็นเนื้อเจล เน้นความชุ่มชื้นเป็นหลัก เพื่อป้องกันทั้งริ้วรอย ตาบวม ตาช้ำ ตาคล้ำทั้งหลาย แต่เมื่ออายุ 25+ เป็นต้นไป ก็ควรมองหาสูตรที่มีเรตินอลป้องกันริ้วรอยแทน เพื่อให้ดวงตายังสดใสไร้รอยตีนกานะคะซิส

    6. " เป็นคนผิวมัน ไม่ต้องทาครีมก็ได้ เดี๋ยวผิวยิ่งเยิ้ม "

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดความงาม)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe