123641854 798919300896454 9073614189935832416 n
1582704678 cat health color
สุขภาพ

อยู่ดีๆ กางเกงก็ฟิต? 7 เหตุผลคาดไม่ถึง ที่เธอ 'อ้วนขึ้น' โดยไม่รู้ตัว รีบแก้ไข ก่อนไซส์ขยายจนสายเกินไป

ถ้าวันนี้ใส่เสื้อผ้าไซส์ที่เคยใส่ตอน 3-4 เดือนก่อนไม่ได้ ลองไปชั่งน้ำหนัก หรือหาสายวัดมาวัดสัดส่วนดูสิ นั่นไง อ้วนขึ้นใช่ไหมล่ะ? งงใช่ไหมว่าใช้ชีวิตปกติ ทำไมน้ำหนักขึ้น มาหาคำตอบที่นี่กันเลย!


» » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. เธอไม่ได้ 'ชั่งน้ำหนักตัวเอง' มานานมากแล้ว

    • 2. นอนดึก และคุณภาพการนอนไม่ดี หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน

    • 3. งานที่ทำอยู่ / วิชาที่เรียนอยู่ 'สร้างความเครียด' ให้เธออย่างมาก

    • 4. กิน 'โปรตีน' ไม่พอกับที่่ร่างกายต้องการ

    • 5. ออกกำลังกาย 'หนักเกินไป'

    • 6. ร่างกายบาดเจ็บ / มีบาดแผล อยู่ในช่วงรักษาตัว

    • 7. อายุมากขึ้น การเผาผลาญก็ลดลงตามธรรมชาติ

     

    ฮัลโหลค่าาา สาวๆ SistaCafe ที่อยู่ดีๆ ก็  ' ไซส์ขยายขึ้น ' ทั้งหลาย

    นี่ว่าเมื่อไม่กี่เดือน-ไม่กี่ปีก่อนหุ่นยังเซี้ยะอยู่เลยนะ แต่วันนี้มีอีเวนต์ต้องใส่ชุดตัวเก่งที่ดันเป็นกางเกงแบบติดกระดุมที่ใส่แล้วพอดีตัวเป๊ะ! งานเข้าจ่ะ ดึงจนสุดแรงเกิดก็ติดกระดุมไม่ได้ อะยังไม่เชื่อ คิดไปเองล่ะมั้ง กางเกงมันหดหรือเปล่า?? ชั่งน้ำหนักโลด ความจริงถึงมากระแทกหน้าว่า " อ้วนขึ้นจริงๆ ( ว้อย )!! " ถ้าสวรรค์ปรานีหน่อยก็อาจขึ้นแค่ 1-2 กิโล แต่บางคนก็ขึ้นพรวดจนไม่กล้ามองตัวเลขบนตาชั่งเลยก็มี เอ๊ะ!! ก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป ไม่ได้ยัดหมูกระทะ ชาบูทุกมื้อซะหน่อย ชานมก็ไม่ได้กินบ่อยขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้น ช็อกมากแม่ ฮือออ TT^TT

    ไม่ต้องห่วงค่ะซิส มีสาวๆ มากมายที่กำลังร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเธออยู่! แม้ว่าหลายคนจะเป็นสายเฮลตี้ กินอาหารคลีน ดื่มน้ำเยอะ ออกกำลังกายตลอด ก็หนีไม่พ้นการที่น้ำหนักขึ้นมาซะงั้น แน่นอนว่าการอ้วนขึ้นแบบไร้สาเหตุมันไม่น่าจะใช่เรื่องดีหรอก แต่ที่จริงมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่รู้ว่าทำให้อ้วนขึ้น แม้จะดูแลตัวเองแค่ไหนก็ตาม จะมีอะไรบ้างตามมาเช็กกันได้ที่ ' 7 เหตุผลคาดไม่ถึงที่ทำให้เธออ้วนขึ้นโดยไม่รู้ตัว ' กันเลย! (」°ロ°)」

    1. เธอไม่ได้ 'ชั่งน้ำหนักตัวเอง' มานานมากแล้ว

    บางคนมักจะติดวลีขำๆ กับคำว่า " ไม่อ้วนขึ้นหรอกถ้าไม่ได้ชั่ง " แต่ที่จริงเธอหลอกตัวเองไม่ได้หรอก ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งเปอร์เซนต์ไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และมันจะไม่มีวันเท่าเดิมเพียงเพราะเธอไม่ยอมขึ้นตาชั่ง การไม่สนใจ ละเลย หรือกลัวที่จะชั่งน้ำหนักเป็นประจำนี่แหละ หุ่นพังกันมาหลายรายแล้ว! บางคนพอลดจนได้น้ำหนักที่ชอบแล้วก็คิดว่าตัวเองหนักเท่านั้นตลอดไป เพราะไม่ยอมชั่งอีกเลย #แบบนี้ก็ได้เหรออ

    กลับกันเลย ยิ่งชั่งน้ำหนักบ่อยเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นการกระตุ้นเตือนให้เรามีสติในการหาของกินเข้าปากมากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนักเพื่อหุ่นสวยได้ง่ายขึ้น มีงานวิจัยเผยว่า ยิ่งชั่งบ่อย น้ำหนักก็ยิ่งลดเร็วเท่านั้น ลดโอกาสน้ำหนักพุ่ง และคุมน้ำหนักให้คงที่ได้ดีขึ้นด้วย คนที่ไม่ชั่งเมื่อไม่เห็นตัวเลข ก็คิดว่าปล่อยตัวได้ กินอะไรก็ได้ สุดท้ายก็มานั่งร้องไห้เพราะใส่กางเกงตัวเดิมไม่ได้แล้ว... ดังนั้นเป็นมิตรกับตาชั่งไว้เถอะค่ะ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี แต่ถ้าจะลดน้ำหนักจริงจัง ชั่งทุกเช้าเพื่อติดตามผลตัวเองจะดีที่สุด

    2. นอนดึก และคุณภาพการนอนไม่ดี หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน

    แม้จะกินอาหารคลีน ออกกำลังกายอย่างดีแค่ไหน แต่ถ้าลืมปัจจัยที่สำคัญอย่าง ' การนอนหลับพักผ่อน ' ไป น้ำหนักในฝันที่เคยไปถึงก็อาจเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทีละน้อยจนสุดท้ายเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าไปเลยก็เป็นได้ มีงานวิจัยเผยว่ายิ่งการนอนน้อยสัมพันธ์กับดัชนีค่ามวลกาย ( BMI ) และรอบเอวที่ใหญ่ขึ้น หรือการอดนอนจะนำไปสู่การผลิตฮอร์โมนหิว หรือเกรลินที่มากขึ้น และลดการผลิตฮอร์โมนเลปตินหรือฮอร์โมนอิ่ม เมื่อไม่อิ่ม แต่หิวเยอะ หิวจุกจิก อะไรจะเกิดขึ้น อ้วนยังไงล่ะ!

    งานวิจัยยังเผยให้เห็นว่า เมื่อเราอดนอน นอนน้อย นอนไม่พอ สมองของเราจะสั่งการให้เรานึกถึงแต่ของมันของทอด ของแคลอรี่สูงที่เติมพลังงานให้ร่างกายได้ทันทีเป็นพิเศษ เช่น ฟาสต์ฟู้ด ไอติม เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด เนื้อสเต๊กติดมันเยิ้มๆ เป็นต้น และจะลดความสามารถในการหักห้ามใจ มีแนวโน้มที่จะสั่งขนาดใหญ่กว่าช่วงปกติอีกด้วย ทางแก้ไขคือนอนให้พออย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ อย่างน้อยคืนละะ 7-8 ชั่วโมง ความหิวและความอยากของไร้สาระจะน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เชื่อต้องลองดู!

    3. งานที่ทำอยู่ / วิชาที่เรียนอยู่ 'สร้างความเครียด' ให้เธออย่างมาก

    อย่าดูถูกผลกระทบของความเครียดเชียว! แม้จะดูเป็นแค่อารมณ์อย่างหนึ่ง หรือบางคนก็มองว่า " แค่สารเคมีในสมอง " แต่มันส่งผลกับร่างกายภายนอกได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเวลาเราอยู่ในสภาวะกดดัน ร่างกายจะปลดปล่อยฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาสูงมาก ซึ่งทำให้เกิดไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสะสมไขมันช่องท้อง ทำให้มีแนวโน้มเกิดไขมันตรงพุง พุงป่องได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

    คอร์ติซอลที่สูงขึ้นยังมีผลทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดพุ่งสูง และยับยั้งผลของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้หิวเยอะ หิวบ่อย นำไปสู่การกินแหลกเกินพิกัด! ซึ่งกลูโคสที่ร่างกายนำไปใช้ไม่ทันก็จะกลายมาเป็นไขมันในภายหลัง สรุปว่าอ้วนทั้งขึ้นทั้งล่องกันไปเลยจ้า ทางแก้เหมือนง่าย แต่ทำยากคืออย่าเครียด! ถ้ามีปัญหาอะไรให้เครียดก็พยายามแก้ที่ต้นเหตุ อย่าปล่อยเรื่องจุกจิกกวนใจมาทำให้เธอต้องสั่งข้าวตอนเที่ยงคืนบ่อยๆ แล้วมาโอดโอยกับน้ำหนักทีหลังเลย ไม่คุ้มกันหรอก!

    4. กิน 'โปรตีน' ไม่พอกับที่่ร่างกายต้องการ

    ใช่ค่ะ การกินอาหารไม่พอก็ทำให้อ้วนขึ้นได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอาหารประเภท ' โปรตีน ' ที่ช่วยเผาผลาญไขมันและซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญโดยตรง เมื่อได้รับโปรตีนไม่พอ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือร่างกายพัง! โปรตีนสำคัญมากด้วยสองเหตุผล คือหนึ่ง มันใช้เวลาย่อยกว่าแป้งขัดสี จึงทำให้อิ่มนานและป้องกันเธอจากการหน้ามืดกินไม่เลือกได้ และสอง มันช่วยป้องกันไม่ให้เธอสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเตาเผาไขมันในร่างกายค่ะ

    เมื่อกินโปรตีนน้อยเกินไป ร่างกายจะลงเอยด้วยการสลายกล้ามเนื้อ เอาสารอาหารสำคัญในมวลกล้ามเนื้อมาใช้แทน ซึ่งกล้ามเนื้อที่น้อยลง ระบบเผาผลาญก็จะต่ำลงด้วยเช่นกัน เมื่อร่างกายเป็นแบบนี้ต่อเนื่องหลายเดือนหรือเป็นปี ก็ไม่แปลกที่น้ำหนักจะขึ้นแบบก้าวกระโดด! ดังนั้นอย่าลืมที่จะกินโปรตีนให้เพียงพอในมื้ออาหารเสมอ ทั้งอกไก่ เต้าหู้ โยเกิร์ต นมงาดำ ไข่ ชีส แต่อย่าเยอะเกินไป เพราะถ้าเผาผลาญไม่ทันก็จะกลายเป็นไขมันส่วนเกินได้ค่ะ

    5. ออกกำลังกาย 'หนักเกินไป'

    สาวๆ หลายคนมี mindset ที่ว่า " ออกกำลังกาย = เผาผลาญแคลอรี่ เพราะฉะนั้น ยิ่งออกเยอะก็ยิ่งผอมไวขึ้น " จึงมีสายฮาร์ดคอร์ที่แทบจะสิงตัวอยู่ในฟิตเนสทั้งวัน เล่นเครื่องนั้นจบไปเครื่องนี้ต่อ เอาทั้งเวททั้งคาร์ดิโอ ไม่พอยังไปคลาสโยคะ เต้นแอโรบิก พิลาทีสต่อ บางวันก็ไปเล่นกีฬาแบบ extreme ทั้งปีนเขา ชกมวย พายเรือทั้งวัน แต่ไปๆ มาๆ อ้าวอ้วนขึ้นเฉย นั่นเป็นเพราะเธอออกกำลังเยอะเกินไปยังไงล่ะ เยอะไปก็อ้วนขึ้นนะ ไม่ใช่จะผอมลงอย่างเดียว

    มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า เมื่อผู้คนพยายามออกกำลังกายหนักเกินไป จนเกินความสามารถของร่างกายตัวเองนั้น มักจะจบลงด้วยการกินเกินแคลอรี่ที่ควรได้รับต่อวันทุกครั้งไป หายากที่เบิร์นไปเป็นหมื่นๆ แคลอรี่แล้วจะหักห้ามใจตัวเองให้กินแค่สลัดผักกับอกไก่ได้ ถ้าทำได้ก็อาจเข้าข่ายอีกโรคอย่างอะนอเร็กเซีย ( โรคกลัวอ้วน ) ที่ต้องไปรักษาอยู่ดี ดังนั้นเพื่อป้องกันน้ำหนักพุ่ง ออกกำลังแต่พอดีแต่เน้นทำเป็นประจำสม่ำเสมอก็พอ เมื่อเหนื่อยพอดี ก็จะกินแต่พอดี ไม่ต้องห่วงเรื่องไขมันส่วนเกินค่ะ

    6. ร่างกายบาดเจ็บ / มีบาดแผล อยู่ในช่วงรักษาตัว

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe