137641027 757146791882517 4706201465757590601 n
Articles health
สุขภาพ

#หุ่นไม่เฟิร์มสักทีเพราะงี้ 7 ความผิดพลาดในการ 'ออกกำลังกาย' เสี่ยงบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฉีก ซิกแพคไม่โผล่

อยาก exercise ให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ไม่บาดเจ็บ กล้ามเนื้อแน่นๆ ร่องหน้าท้อง 11 ชัดแบบเฟิร์มๆ ต้องเลิกทำ 7 ข้อนี้อย่างด่วน!


» » - - - - » »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ไม่ 'วอร์มอัพ' ก่อนออกกำลังกาย

    • 2. ไม่เช็ค 'สีปัสสาวะ' เพื่อดูภาวะขาดน้ำในร่างกาย

    • 3. ตั้งแพลนออกกำลังกาย 'เข้มข้นเกินไป' ร่างกายรับไม่ไหว

    • 4. ไม่ยกดัมเบล ไม่เล่นเวทเทรนนิ่ง เพราะกลัวกล้ามขึ้น!

    • 5. ออกกำลังเสร็จ ให้รางวัลตัวเองเป็น 'อาหารแคลอรี่สูง' ทันที

    • 6. หายใจไม่ถูกจังหวะ ระหว่างออกกำลังกาย

    • 7. ทำท่า 'สควอท' ไม่ถูกต้อง บั้นท้ายไม่กลมเด้งสักที

     

    สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe สายเฮลตี้ #FitnessGirl ทั้งหลาย ( ̄▽ ̄)

    เดี๋ยวนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง! นอกจากกินอาหารคลีนที่มีประโยชน์กับร่างกายแล้ว การเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง หุ่นเฟิร์มเป๊ะทั้งอก เอว บั้นท้ายก็สำคัญ คงไม่มีสาวคนไหนที่อยากมีไขมันส่วนเกินห้อยย้อยตามท้องแขน ต้นขา หรือจับช่วงลำตัวแล้วดึงออกมาได้เป็นก้อนๆ หรอกใช่ไหมคะ ชุดบิกินี่เดี๋ยวนี้ก็ทำออกมาสวยๆ ทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่สาวยุคใหม่ 2021 จะออกกำลังกายกันเป็นกิจวัตรประจำวัน มีไอเทมสำหรับสายเฮลตี้ออกมาวางขายกันมากมายเลยล่ะค่ะ  \(^▽^)/

    แต่สาวๆ บางคนอาจสงสัยตัวเองว่าเข้าฟิตเนสมาเป็นปีแล้ว ออกแต่ละครั้งก แต่ไปชั่งน้ำหนัก เปอร์เซนต์ไขมันก็ยังเท่าเดิม ร่อง 11 ซิกแพ็คใดๆ ไม่โผล่ให้เห็น จมหายไปกับเนื้อจนเพื่อนสนิททักว่า " นี่เข้ายิมจริงเหรอ ทำไมหุ่นแกไม่ค่อยเปลี่ยนเลยอะ? " จนเริ่มนอยด์ละ ลองมาเช็ค ' 7 ความผิดพลาดในการออกกำลังกาย ' ในบทความนี้ดู ถ้าเผลอทำข้อไหนขอให้หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดทันที เพราะออกกำลังไปก็เสียเวลา หรือเสี่ยงบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกได้เลยนะ! #น่ากลัวมาก

    1. ไม่ 'วอร์มอัพ' ก่อนออกกำลังกาย

    สาวๆ หลายคนพอถึงเวลาออกกำลัง คิดว่าการ ' วอร์มอัพ ' หรือยืดเส้นยืดสายเป็นเรื่องเสียเวลา แถมแทบไม่ได้เผาผลาญแคลอรี่ จึงเลือกจะ skip ช่วงอบอุ่นร่างกายแล้วไปออกกำลังทันที ซึ่งการทำแบบนี้นี่แหละ เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ มากที่สุด โดยเฉพาะประเภทกีฬาที่ต้องใช้แรงกายค่อนข้างหนัก เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ชกมวย ว่ายน้ำ กระโดดเชือก เมื่อไม่วอร์มกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่น ก็อาจเกิดตะคริวรุนแรง นิ้วซ้น เท้าซ้น กล้ามเนื้อช้ำหรือฉีกขาดได้เลยล่ะค่ะ

    เมื่อสาวๆ อายุมากขึ้น ข้อต่อและกล้ามเนื้อจะยืดหยุ่นน้อยลงเรื่อยๆ เพราะปริมาณคอลลาเจนและน้ำในร่างกายลดลงตามกาลเวลา จึงทำให้กระดูกแตกหักง่าย และกล้ามเนื้อแข็งตึง โดยการวอร์มอัพที่ดีคือการคาร์ดิโอแบบเบาๆ เช่น กระโดตบ, ยกเข่า ( high knee lifts ), เดินเร็ว, หมุนแขน, ท่าย่อขา ( lunges ) และท่าพุ่งหลัง ( burpee ) ซึ่งการวอร์มด้วยท่าเหล่านี้ จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ให้ตัวอุ่นๆ กระตุ้นการเต้นของหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย พร้อมออกกำลังได้อย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ

    2. ไม่เช็ค 'สีปัสสาวะ' เพื่อดูภาวะขาดน้ำในร่างกาย

    นอกจากการเช็คสภาพร่างกายภายนอกแล้ว ภายในก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้! โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกำลังกายที่ระดับความเข้มข้นสูง ระบบในร่างกายต้องสมบูรณ์ ไม่ขาดน้ำ ไม่เกิดภาวะ dehydration เพราะจะทำให้พลังงานลดลง เลือดไหลเวียนได้ไม่เต็มที่ เสี่ยงหน้ามืด เป็นลมระหว่างออกกำลังได้ หรือถ้ายังอายุน้อย ฝืนทำจนจบ เธอจะเจ็บและปวดกล้ามเนื้อไปตลอดทั้งวัน ( หรือหลายวัน ) เพราะไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงกระดูกและกล้ามเนื้อในตัวอย่างเพียงพอ

    วิธีง่ายๆ ที่จะเช็คว่าร่างกายขาดน้ำหรือไม่ คือ ' เช็คสีปัสสาวะ ' เมื่อเข้าห้องน้ำหลังออกกำลังกายทุกครั้ง ถ้าสุขภาพดีไม่มีปัญหา ควรเป็นสีเหลืองจางๆ เหมือนน้ำมะนาว แต่ถ้าปัสสาวะสีเหลืองไปจนถึงเกือบส้ม แปลว่าเธอดื่มน้ำน้อยเกินไปแล้ว รีบไปดื่มน้ำเพิ่มด่วน!! สาวๆ ควรดื่มน้ำ 0.4-0.5 ลิตร  4 ชั่วโมงก่อนออกออกกำลังกาย และ 0.2-0.3 ลิตร ในช่วง 10 นาทีก่อนออกกำลังกาย และจิบน้ำเรื่อยๆ ทุก 15-20 นาทีหากออกกำลังเป็นระยะเวลานานเกิน 1 ชั่วโมงและความเข้มข้นสูง หรือดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และอิเล็กทรอไลต์หลังจากร่างกายสูญเสียเกลือแร่ผ่านทางเหงื่อค่ะ

    3. ตั้งแพลนออกกำลังกาย 'เข้มข้นเกินไป' ร่างกายรับไม่ไหว

    การออกกำลังที่เบาเกินไป กล้ามเนื้อก็ไม่ได้รับการพัฒนา ไม่เกิดการเผาผลาญก็อาจไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร แต่ถ้าออกกำลังหนักหรือเข้มข้นเกินไปจนเกินลิมิตร่างกาย นั่นแหละจะเป็นโทษแน่ๆ เบาหน่อยก็เหนื่อยหอบ ปวดกล้ามเนื้อ หนักหน่อยก็กล้ามเนื้อฉีกขาด เป็นลมล้มสลบ หรือหัวใจเต้นแรงเกินไปจนช็อกตาย ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นชัดก็คือการ ' วิ่งมาราธอน ' ที่หากจะลงวิ่งครั้งใหญ่ ระยะทางเป็นสิบๆ กิโลต้องเตรียมตัวฝึกซ้อมเป็นปี คนธรรมดาลงสนามถ้าไม่ฟุบระหว่างทาง ก็อาจหัวใจล้มเหลวจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกันเลยล่ะค่ะซิส

    อย่าบ้าพลังหรือเน้นผลเร็วจนเกินไป บางคนขี้เกียจมาฟิตเนสบ่อยๆ แต่อยากหุ่นสวย มาแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่มาทีเล่นเวท 2 ชั่วโมง คาร์ดิโอต่ออีก 2 ชั่วโมง แบบนี้ร่างกายไม่พังก็คงเป็นยอดมนุษย์มาเกิดแล้ว = = ค่อยๆ ออกกำลังสร้างกล้ามเนื้อไปทีละนิด เน้นเรื่อยๆ แต่ทำเป็นประจำ เมื่อร่างกายชิน กล้ามเนื้อแข็งแรงแล้วก็ค่อยเพิ่มความเข้มข้นและระยะเวลาที่นานขึ้น เท่านี้ก็ไม่เกิดอาการบาดเจ็บหรือส่งผลเสียต่อหัวใจอย่างแน่นอน ^ ^

    4. ไม่ยกดัมเบล ไม่เล่นเวทเทรนนิ่ง เพราะกลัวกล้ามขึ้น!

    เป็นความเข้าใจผิดมากๆ ในหมู่สาวรักสวยรักงาม ( บางคน ) ที่คิดว่าตัวเองจะไม่ไปเฉียดใกล้ส่วนของเวทเทรนนิ่งเด็ดขาด ด้วยภาพจำที่ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นจะต้องมีแต่นักกล้าม นักเพาะกาย ถ้าไปเล่นเวท ยกดัมเบลต้องกล้ามเป่งเป็นป๊อบอาย ดูถึกบึกบึนแน่ๆ รับไม่ได้ เดี๋ยวร่างกายไม่อ้อนแอ้น นุ่มนิ่มบอบบาง ใส่เสื้อผ้าไม่สวย พักก่อนจ้า กล้ามคนเราไม่ได้ขึ้นง่ายขนาดนั้น! นักกล้ามกว่าจะได้รูปร่างแบบนั้น เขาต้องเล่นเวทเฉพาะส่วนและกินฮอร์โมน คุมอาหารอย่างหนัก ไม่ใช่ว่ายกดัมเบลง่ายๆ 10-20 ทีแล้วจะเป็นอาร์โนลด์คนเหล็กได้ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะค่ะ!

    ผู้หญิงอย่างเราๆ ถ้าเล่นเวทตามปกติ 30-45 นาทีต่อวัน จะไม่ได้มีกล้ามจนน่ากลัวแน่นอน แต่จะได้ร่างกายที่เฟิร์มกระชับ ต้นแขนไม่ห้อยย้อยยาน ยิ่งถ้าคุมอาหารได้ดี ร่างกายก็จะเข้าสู่โหมด ' ลีน ' มีซิกแพ็คร่อง 11 บางๆ ใส่บิกินี่ก็สวย ใส่ชุดออกกำลังกายโชว์หน้าท้องก็พร้อมถ่ายรูปลงโซเชียลให้เพื่อนๆ ได้ร้องว้าว อีกทั้งช่วยลดไขมัน ลดการดื้ออินซูลิน กระตุ้นการเผาผลาญ เมื่อมวลกล้ามเนื้อเพิ่ม ระบบเมตาบอลิซึ่มก็จะไม่ลดลงตามอายุอีกด้วย มีแต่ได้กับได้!

    5. ออกกำลังเสร็จ ให้รางวัลตัวเองเป็น 'อาหารแคลอรี่สูง' ทันที

    โอ๊ย ข้อนี้คือไม่ได้เลย ที่ออกกำลังมาหนักๆ เหงื่อไหลไคลย้อยคือพังหมด เมื่อเธอเลี้ยวเข้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านขนมชื่อดังทันทีหลังออกจากฟิตเนส เข้าใจว่าเหนื่อย อยากเพิ่มพลังงานทันที ซึ่งเวลาเราหิวมากสมองก็มักจะสั่งการให้กินของแคลอรี่สูง ไขมันเยอะไว้ก่อน แต่ถ้าทำแบบนี้บ่อยๆ ก็เลิกหวังว่าหุ่นจะสวยเพรียว ก็พอไขมันเก่าเบิร์นออกทีนึง เธอก็เติมไขมันใหม่เข้าไปทุกครั้ง เหมือนถังที่สูบน้ำมันออก แล้วเธอก็เทน้ำมันเข้าไปใหม่ แล้วเมื่อไหร่จะผอมล่ะ คิด!!

    การมี mindset ที่ว่า " ออกกำลังกายแล้วจะกินอะไรก็ได้ " นั้นผิด! การเข้าฟิตเนสไม่ใช่เวทมนตร์คาถาอะไร อัตราการเผาผลาญก็ค่อนข้างชัดเจนว่าทำแบบนี้กี่นาที พลังงานจะหายไปกี่แคลอรี่ แม้จะเพิ่มความเข้มข้นยังไงก็เผาเยอะไปกว่านั้นไม่ได้มาก ถ้ากินเยอะกว่าสิ่งที่เบิร์นออกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แถมจะอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ อย่าให้รางวัลความเหนื่อยตัวเองด้วยอาหาร เพราะเธอไม่ใช่น้องหมา! ไปทำสิ่งอื่นที่ไม่ต้องหยิบของกินเข้าปาก เช่น ไปทำสปา ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ หรือนั่งดูซีรีส์ที่ชอบแบบยิงยาวดีกว่า เชื่อเรา!

    6. หายใจไม่ถูกจังหวะ ระหว่างออกกำลังกาย

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe