118869011 727241544788897 239978538630869982 n
1582704678 cat health color
สุขภาพ

ไม่อ้วน ไม่ท้อง แค่ลมเยอะ! 7 วิธี 'ลดพุงป่อง' การันตีว่าได้ผล หน้าท้องยุบภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ยา! ☆

เผลอกินอาหารแก๊สเยอะ ท้องบวมเป็นลูกโป่งจะแตกละ อยากกลับมาหน้าท้องแบนให้เร็วที่สุด ต้องลองทำตามทริคในบทความนี้ รับรองพุงกลับมายุบเร็วทันใจ ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ใม่ต้องเสียเงินซื้อยาลดกรดด้วยนะ!!


» » - - - » »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ดื่มแค่น้ำเปล่า หรือ 'ชาไม่ใส่น้ำตาล' เท่านั้น

    • 2. กิน 'กล้วย' สักผล ก็ช่วยลดท้องอืดได้

    • 3. เลี่ยงอาหารที่ 'ไขมันเยิ้ม' เช่น พิซซ่า ช็อกโกแลต

    • 4. ไม่เคี้ยว 'หมากฝรั่ง' ไม่เพิ่มแก๊สให้กระเพาะอาหาร

    • 5. กินอาหารมื้อเย็นแต่ 'หัวค่ำ' อย่ารอจนดึก ยิ่งดึกยิ่งย่อยนาน ยิ่งท้องอืด

    • 6. กินอาหารเช้าที่มี 'โปรตีนสูง'

    • 7. ออกไปเดินเล่น ไล่แก๊สออกจากท้อง พุงแบนทันใจ


    สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe คนงามที่กลัว ' พุงโต ' ทุกคน (〃^▽^〃)

    บางทีมันก็น่าหงุดหงิดเนอะ ไม่ได้อ้วนจนหน้าท้องมีไขมันส่วนเกิน ไม่ได้กำลังตั้งท้องมีเบบี๋ แต่ทุกครั้งหลังจบมื้ออาหาร จะเกิดอาการท้องอืด พองบวมเหมือนมีลูกโป่งลูกใหญ่ๆ ลอยอยู่ในพุง แง TT เวลาอยู่บ้านคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ตอนไปกินข้าวกับเพื่อน แล้วตัวเองพุงเป็นชั้นอยู่คนเดียว ก่อนกินกางเกงอย่างฟิต หลังกินติดกระดุมไม่ได้แล้วรู้สึกอายพิกล -////- แม้จะเป็นเรื่องปกติที่เป็นชั่วคราวแล้วหายไป แต่ก็น่ารำคาญอยู่ดี.... จะทำยังไงให้มันหายไปเร็วที่สุดดีนะ??

    หากเธอกำลังกังวลกับปัญหานี้อยู่ คลิกเข้ามาถูกบทความแล้วล่ะค่ะ! เพราะบทความนี้จะบอกต่อวิธีแก้ปัญหาพุงป่อง หรือ bloating ให้หายไปในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยวิธีแบบธรรมชาติที่สุด ไม่ต้องพึ่งยาหรือสารเคมีใดๆ ให้วุ่นวายทั้งสิ้น จะต้องทำยังไงบ้าง เราไปอ่านกันได้ใน ' 7 วิธีลดพุงป่อง คอนเฟิร์มว่าได้ผลจริง หน้าท้องยุบภายใน 24 ชั่วโมง ' กันเลยดีกว่าค่า!!

    1. ดื่มแค่น้ำเปล่า หรือ 'ชาไม่ใส่น้ำตาล' เท่านั้น

    เมื่อสาวๆ เกิดอาการท้องป่อง นั่นหมายถึงว่าเซลล์ในร่างกายกักเก็บ หรือ ' อุ้มน้ำ ' เอาไว้ จึงทำให้ตัวบวมกว่าปกติ หลายคนจึงเลือกจะไม่ดื่มน้ำเพราะกลัวตัวจะยิ่งบวมกว่าเดิม ซึ่งผิดถนัดเลย ที่ร่างกายอุ้มน้ำไว้เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในภาวะขาดน้ำ จึงต้องสงวนน้ำส่วนเกินไว้ให้ระบบต่างๆ ยังทำงานต่อไปได้ หากอดน้ำนานเท่าไหร่ ตัวก็จะยิ่งบวมนานขึ้นเรื่อยๆ และกลับมาเป็นสภาพเดิมยากขึ้นค่ะ 

    แต่เมื่อสาวๆ ดื่มน้ำเปล่า หรือชาไม่ใส่น้ำตาลเข้าไปเยอะๆ ( ที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกาแฟที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำกว่าเดิม ) ร่างกายจะส่งสัญญาณว่าร่างกายไม่จำเป็นต้องกักเก็บน้ำไว้อีกแล้ว น้ำมีเพียงพอต่อความต้องการแล้ว และทำให้ส่วนต่างๆ ที่บวมน้ำหดลงกลับไปเป็นปกติ รวมถึงหน้าท้องป่องๆ ที่เธอกำลังกังวลด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าพุงป่องหลังมื้ออาหารเมื่อไหร่ ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ เมื่อเข้าห้องน้ำขับของเก่าออกไปสักพัก หน้าท้องก็กลับมาเป็นแบบเดิม และน้ำยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการย่อยอาหารอีกด้วย ใครที่ท้องผูก ไม่ค่อยขับถ่าย ทำให้พุงป่อง อย่าลืมดื่มน้ำบ่อยๆ นะคะ

    2. กิน 'กล้วย' สักผล ก็ช่วยลดท้องอืดได้

    สาวๆ บางคนคิดว่า ตอนที่กำลังพุงป่อง ไม่ควรยัดอะไรใส่กระเพาะอีกทั้งน้ำและอาหาร เพราะกลัวหน้าท้องจะยื่นออกมามากกว่าเดิม แต่ที่จริงแล้วถ้าเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยย่อย ระบายลม ก็กลับมามีหน้าท้องแบนราบสวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว แนะนำเป็นผลไม้ที่รสอร่อยและหาซื้อง่ายอย่าง ' กล้วย ' ที่อุดมไปด้วยโพแตสเซียม สารอาหารที่ช่วยควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกายค่ะ

    หากหน้าท้องกำลังป่องๆ อึดอัดตัว ลองซื้อกล้วยมากินสักผล จะช่วยขจัดลมส่วนเกินออกไปให้กลับมาแบนราบเหมือนเดิมได้ โพแตสเซียมยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ลดเอฟเฟกต์ของโซเดียมในอาหารที่กิน อย่างของรสเค็มจัด เผ็ดจัด สาเหตุของการกักเก็บน้ำในร่างกายจนตัวบวมเป่ง นอกจากกล้วยยังขจัดท้องอืดในเวลาข้ามคืนแล้ว ยังมีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่กินกล้วยเป็นมื้อว่างก่อนกินมื้อจริง 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 60 วัน จะมีอาการท้องอืดลดลง 50% หรือครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ! 

    3. เลี่ยงอาหารที่ 'ไขมันเยิ้ม' เช่น พิซซ่า ช็อกโกแลต

    ถ้าจะต้องเลี่ยงของกินอะไรสักอย่างช่วงท้องอืด ท้องป่อง อันดับต้นๆ ที่เธอไม่ควรกินเด็ดขาดก็คืออาหารทุกชนิดที่มี ' ไขมันสูง ' แบบที่เห็นชัดเจนว่าเป็นน้ำมันเยิ้มๆ ออกมา แบบที่เอาไปซับกระดาษทิชชู่แล้วมีคราบติดออกมา เช่น เฟรนช์ฟรายส์ ไส้กรอกทอด พิซซ่า หมูปิ้งติดมัน ไก่ทอด รวมถึงของหวานอย่างโดนัท ชานมไข่มุก ช็อกโกแลต ไอติม เพราะจะยิ่งทำให้เกิดแก๊ส กรดเกินในกระเพาะ ทำให้อึดอัดท้องยิ่งกว่าเดิมได้

    แม้ว่าไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 ที่พบในปลาหรือถั่ว จะดีต่อระบบลำไส้ในการย่อยอาหารก็ตาม แต่ไขมันในอาหารจำพวกของมันของทอด ฟาสต์ฟู้ด มักเป็นไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันทรานส์ซะเกือบ 100% ซึ่งทำให้ระบบการย่อยปั่นป่วน  เกิดอาการอักเสบในร่างกาย ทำให้ร่างกายส่งสัญญาณกรีดร้องว่า ' นี่มันสารพิษ เอามันออกไป๊!! ' ด้วยการท้องอืด ท้องป่อง ร้อนผ่าวๆ ไม่สบายหน้าท้องค่ะ

    4. ไม่เคี้ยว 'หมากฝรั่ง' ไม่เพิ่มแก๊สให้กระเพาะอาหาร

    คนที่กำลังลดความอ้วนอยู่ หลายคนเลือกแก้ปัญหาเหงาปาก เคี้ยวไม่หยุดด้วย ' หมากฝรั่ง ' เพราะไม่มีแคลอรี่ เคี้ยวได้เรื่อยๆ ทั้งวัน แต่ไปๆ มาๆ ทำไมรู้สึกท้องอืด ไม่สบายตัวบ่อยๆ ตั้งแต่ไดเอทด้วยวิธีนี้ ก็หมากฝรั่งนั่นแหละค่ะต้นเหตุ! เวลาเคี้ยวหยับๆ อยู่ในปาก ก็เหมือนเธอกลืนอากาศส่วนเกินลงไปในคอด้วย เมื่อลมไปถึงส่วนของกระเพาะ ก็ทำให้ท้องอืด พุงป่องได้นั่นเอง

    หมากฝรั่งหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะแบบที่ 0 แคลอรี่ ก็จะมีน้ำตาลแอลกอฮอล์ ( sugar alcohols ) หรือสารให้ความหวาน เช่น ซอร์บิทอล ( sorbitol ) และไซลิทอล ( xylitol ) แทนเพื่อไม่ให้มีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวล้อยางรถยนต์ -_- แต่สารเหล่านี้จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงทำให้ท้องป่อง อึดอัด รู้สึกไม่คล่องตัว ดังนั้นถ้าวันไหนต้องการโชว์หน้าท้องสวย ใส่ชุดที่เห็นสัดส่วนชัดเจน ก็อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งดีกว่า

    5. กินอาหารมื้อเย็นแต่ 'หัวค่ำ' อย่ารอจนดึก ยิ่งดึกยิ่งย่อยนาน ยิ่งท้องอืด

    แม้ว่าช่วงนี้เทรนด์ลดน้ำหนักอย่าง intermittent fasting ( IF ) หรือกินและอดอาหารเป็นช่วงเวลาจะเป็นที่นิยมสุดๆ แต่ถ้าเธอยังเข้านอนในเวลาเท่าเดิม มีชีวิตและไลฟ์สไตล์ทำงานเช้า เลิกเย็นเหมือนคนทั่วๆ ไป การกำหนดเวลา IF ในช่วงเวลาแปลกๆ เช่น กินข้าวมื้อสุดท้ายตอนห้าทุ่ม แต่นอนเที่ยงคืน ก็อาจให้ผลเสียมากกว่าผลดี ที่แน่ๆ คืออาหารไม่ย่อย ท้องอืดเป่งในตอนเช้าแน่นอน

    ปกติคนเราจะมีช่วง fasting หรืออดอาหารในช่วงนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงอยู่แล้ว มื้อเช้าจึงเรียกว่า breakfast หรือดับความหิวนั่นเอง ควรจัดสรรเวลาในการกินและการอดให้เหมาะสม หากต้องการเผาผลาญไขมันได้ดี ส่งผลดีกับระบบขับถ่ายในร่างกาย เช่น หากทำ IF 16/8 ( อด 16 กิน 8 ) ก็กินอาหารมื้อสุดท้ายไม่เกิน 1-2 ทุ่มในตอนเย็น และกินมื้อเช้าให้สายขึ้นมาหน่อย จะได้ครบเวลาพอดี ทำให้ลำไส้และกระเพาะได้พัก หน้าท้องยุบเร็วขึ้น และยังได้โบนัสเป็นน้ำหนักตัวที่ลดลงอีกด้วยค่ะ

    **อีกทริคที่อยากแนะนำสาวๆ คือ ควรกินมื้อหนักที่สุดของวันก่อนบ่าย 3 โมง จะทำให้หน้าท้องแบนราบได้ดีกว่าไปกินหนักในมื้อเย็น 6 โมง 1 ทุ่มค่ะ

    6. กินอาหารเช้าที่มี 'โปรตีนสูง'

    ถ้าอยากมีหน้าท้องแบน ไม่มีอากาศมาพองลมในท้องให้รำคาญใจ หลังจากตื่นนอน ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่ๆ เพื่อปลุกระบบขับถ่ายให้ตื่นตัว หลังจากนั้นให้เริ่มต้นมื้อเช้าด้วย ' โปรตีนเน้นๆ ' เพื่อไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไป ด้วยไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลังตื่นก็มักจะมีกิจกรรมต่างๆ เข้ามาให้วุ่นวายและเสียพลังงาน ทั้งการเดินทาง การใช้สมองในการเรียน/ทำงาน และกิจกรรมที่ต้องใช้แรงอื่นๆ เป็นต้น 

    หากไม่ได้กินมื้อเช้า หรือกินในปริมาณที่ไม่มากพอ เมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ จะเกิดอาการหิวอย่างรุนแรง หรือสมองเบลอ ล้า ซึ่งทำให้หันไปหาการฟื้นฟูทางลัดอย่างอาหารสำเร็จรูปแคลอรี่สูง โซเดียมสูงโดยไม่รู้ตัว ทำให้ท้องอืดป่องเพราะร่างกายได้รับเกลือมากเกินไปจนเกิดการอุ้มน้ำ ถ้าไม่รู้จะกินมื้อเช้าเป็นอะไรดี เราแนะนำให้ต้มไข่ทิ้งไว้ตั้งแต่คืนเมื่อวาน แช่ตู้เย็นไว้ ตื่นมาก็แกะเปลือกไข่กินได้ทันที, ขนมปังทาเนยถั่ว หรือถ้ามีงบเหลือ ( เพราะราคาค่อนข้างสูง ) ก็ซื้อโปรตีนเชคไว้ชงกินก็ได้ รับรองว่ามีเอเนอร์จี้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าแบบไม่กินมั่วจุกจิกชัวร์ๆ

    7. ออกไปเดินเล่น ไล่แก๊สออกจากท้อง พุงแบนทันใจ

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe