132438057 683264568985453 1099494701040601152 n
1582704678 cat health color
สุขภาพ

ไม่ลดสักที งงมาก! 7 นิสัยสาวเฮลตี้ที่ '(ดูเหมือนจะ) สุขภาพดี แต่ไม่ผอม' ไดเอทยังไง ก็น้ำหนักเท่าเดิม

น้ำหนักลดช้า พุงยังอยู่ เหนียงยังครบ แม้ไลฟ์สไตล์จะเฮลตี้ก็เถอะ เพราะเผลอทำแบบนี้รึเปล่า??


» » - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. งดน้ำตาล (Sugar-Free) ทุกชนิด

    • 2. 'เสพติด' กินขนมเพื่อสุขภาพ หรือ ขนมคลีน เยอะเกินไป

    • 3. ไม่กินอาหารที่มี 'ไขมัน' ใดๆ เลย

    • 4. ออกกำลังกายบ้าคลั่ง ใช้ชีวิตในฟิตเนสตั้งแต่เช้าจรดเย็น

    • 5. หลีกเลี่ยง 'ขนมหวาน' เหมือนขนมเป็นปิศาจร้าย

    • 6. มีตารางออกกำลังกายแบบเดิมๆ ทั้งปีทั้งชาติ

    • 7. กินอาหารประเภท 'โปรตีน' เยอะเกิน ก็ใช่ว่าจะดี

     

    สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe คนน่ารักที่อยากหุ่นดีทั้งหลาย (っ˘з(˘⌣˘ ) ♡

    เทรนด์ลดความอ้วนสมัยนี้ จะมานั่งอดอาหารอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสุขภาพดีด้วย! สาวซิสอย่างเราจึงกินอาหารที่มีประโยชน์ ' เท่านั้น ' ไม่กินนอกลู่นอกทาง แถมสมัครรายเดือนฟิตเนสไว้ก็ไปออกกำลังกายทุกวัน ใช้ชีวิตในกรอบมากๆ เพราะอยากเป็นคนเฮลตี้ที่เพื่อนๆ ต้องอิจฉา และในใจก็แอบหวังว่าหุ่นจะเพรียวลง น้ำหนักลดลงมาบ้าง แต่เอ๊ะ... ทำมาสักพัก 3-4 เดือนแล้ว ทั้งน้ำหนัก ทั้งหุ่นก็ยังเท่าเดิม ตาชั่งก็ไม่ได้เสียนะ เสื้อผ้าก็ไม่ได้หลวมขึ้นแต่อย่างใด ไหงงั้นล่ะ T^T

    อะไรที่สุดโต่งมากไปมักมีผลเสียเสมอ! การคุมอาหาร ออกกำลังกายน่ะดีอยู่แล้วไม่เถียง แต่ถ้ามีชีวิตแค่เพื่อสองอย่างนี้จนสายป่านตึงเปรี๊ยะ ระบบร่างกายภายในเองก็รับรู้ได้ ร่างกายของเราฉลาดกว่าที่คิดเด้อ!างทีสิ่งที่เธอคิดว่าทำแล้วสุขภาพดี อาจจะเป็นอุปสรรคในการไดเอทซะเองก็ได้ - - ถ้าไม่แน่ใจว่าเผลอทำข้อไหนโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ ลองไปอ่าน ' 7 นิสัยสาวเฮลตี้ที่ ( ดูเหมือนจะ ) สุขภาพดี แต่ไม่ผอม ' กันเลยดีกว่าค่า (°◡°♡)

    1. งดน้ำตาล (Sugar-Free) ทุกชนิด

    สาวๆ หลายคนอ่านเปเปอร์วิจัยที่บอกว่า น้ำตาลทำให้แก่ เร่งเซลล์ที่ทำให้เป็นโรค กินแล้วอ้วนขึ้นได้ง่าย จึงเลือกที่จะตัดอาหารทุกอย่างที่มี ' น้ำตาลธรรมชาติ ' ออกจากชีวิตไปเลย เวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือสั่งอาหารออนไลน์ ก็เลือกยี่ห้อที่แปะฉลากว่า ' ไม่มีน้ำตาล ( sugar-free ) ' ไว้ก่อน ซึ่งต้องแสดงความเสียใจล่วงหน้าว่า อาหารหรือขนมที่ชูการ์ฟรี ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สุขภาพดีเสมอไปค่ะ

    ในอาหารหลายๆ ยี่ห้อแม้ไม่ใส่น้ำตาลทราย แต่ก็ใส่สารให้ความหวานลงไปแทน เช่น แอสปาแตมในน้ำอัดลม 0 แคล, ซูคราโลส, สตีเวียในขนมหวานและเครื่องดื่มของสายคลีนทั้งหลาย ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้สาวๆ ติดรสหวาน ทำให้น้ำหนักขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจอยู่ดี และการกินน้ำตาลเทียมมากๆ เป็นประจำ ยังเกิดภาวะ  cardiometabolic risk ที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นด้วย ดังนั้นควรเลี่ยงไปกินอาหารที่ไม่ใส่น้ำตาลใดๆ เลยทั้งแท้และเทียม หรือกินน้ำตาลปกติแต่กินน้อยๆ พอรู้รสชาติจะดีต่อสุขภาพกว่าค่ะ

    2. 'เสพติด' กินขนมเพื่อสุขภาพ หรือ ขนมคลีน เยอะเกินไป

    เทรนด์รักสุขภาพช่วงนี้ ทั้งอาหารคลีน ขนมคลีนกำลังมาแรงมาก ( แม้จะราคาสูงลิบลิ่วก็ตาม.... ) สาวๆ สายเฮลตี้หลายคนเลิกกินขนมถุง เพื่อจะเก็บเงินมาซื้อตุนขนมเหล่านี้ในปริมาณมาก คิดว่ามันทำมาจากของมีประโยชน์ กินยังไงก็ไม่อ้วนหรอก บางคนกินฟักทองกรอบคลีนไป 3-4 ถุง คุกกี้ข้าวโอ๊ตถุงใหญ่ กินชานมไข่มุกคลีนไป 4-5 แก้วต่อวัน แล้วมาบ่นว่าทำไมน้ำหนักไม่ขึ้น โถ....มันยังคงที่ก็ดีเท่าไหร่แล้ววว

    ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ของกินที่แปะคำว่า ' คลีน ' เนี่ย มันแค่ไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็นโทษกับร่างกายเฉยๆ แต่ก็ยังมีแคลอรี่อยู่ เผลอๆ บางชนิดพลังงานจะพุ่งสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นการกินคลีน ไม่ได้หมายความว่ากินเมื่อไหร่ก็ได้ เท่าไหร่ก็ได้ ก็ยังต้องคุมปริมาณอาหารอยู่ดี ถ้ากะเองไม่ได้ การฝึก นับแคลอรี่ต่อวัน ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ น้ำหนักจะได้ลดตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เนอะ

    3. ไม่กินอาหารที่มี 'ไขมัน' ใดๆ เลย

    อยากให้หุ่นเพรียวบาง ผอมสวยเหมือนดารา เน็ตไอดอล นางแบบขายเสื้อผ้าแฟชั่น เลยคุมอาหารอย่างเคร่งครัด คุมที่ว่าคือไม่ให้ ' ไขมัน ' เข้ามาย่างกรายในมื้ออาหารของเธอเลย ตัดทิ้งให้หมด เพราะเชื่อว่ามีไขมัน = อ้วนแน่ๆ ซึ่งในปี 2021 ความเชื่อแบบนี้ควรถูกทำลายไปให้หมดสิ้นได้แล้ว เพราะไขมันไม่ได้ทำให้อ้วนเสมอไป อันที่จริงถ้ากินไขมันถูกชนิด ยิ่งผอมลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นจะมีวิถีลดอ้วนที่เรียกว่า ' คีโตเจนิก ( Ketogenic Diet ) ' ถือกำเนิดขึ้นเหรอ?

    หากจะลดน้ำหนัก ไขมันที่ทำให้สาวๆ ผอมลงคือ ' ไขมันดี ( healthy fats ) ' เท่านั้น ซึ่งเธอสามารถหาไขมันเหล่านี้ได้จากถั่ว อโวคาโด ปลาแซลมอน ดาร์กช็อกโกแลต ไข่ ชีส น้ำมันมะกอก เป็นต้น อย่าลืมว่าร่างกายของเราก็ยังต้องการไขมันไปหล่อเลี้ยงให้ระบบต่างๆ ทำงานเป็นปกติ ดูดซับวิตามิน A D E K ที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ ' ผิว ' ถ้าร่างกายไม่มีไขมันเลย ผิวจะแห้ง หยาบกร้าน เธอคงไม่อยากผอมแต่ผิวเหมือนซอมบี้ตายซากหรอก ตราบใดที่กินไขมันดีแต่พอเหมาะ ควบคู่กับอาหารอื่นๆ เธอก็จะอิ่มนานขึ้น หิวจุกจิกน้อยลง สุดท้ายก็น้ำหนักลดลงมาเองแบบไม่ต้องทรมานเลยค่ะ

    4. ออกกำลังกายบ้าคลั่ง ใช้ชีวิตในฟิตเนสตั้งแต่เช้าจรดเย็น

    การออกกำลังกาย มีผลต่อการลดน้ำหนัก 30% แม้จะดูเป็นส่วนน้อยแต่ก็สำคัญมากถ้าอยากมีรูปร่างที่ดี ถ้าเปรียบหุ่นคนเราเป็นรูปปั้น อาหารก็คือดินที่จะปั้นเป็นโครงสวย แต่การออกกำลังก็คือการแกะสลักให้หุ่นมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ดูมี sex appeal และสุขภาพที่ดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำอย่างพอดี ไม่ใช่สมัครรายเดือนไว้แล้วกลัวใช้ไม่คุ้ม สิงอยู่ในฟิตเนสตั้งแต่เช้าจรดเย็น หรือเข้าทีก็ปาไป 3-4 ชั่วโมง

    บางคนไม่ใช้ฟิตเนสก็ไปวิ่งสวนหน้าบ้านทั้งเช้าเย็น กลับบ้านมาเล่นโยคะ ปั่นจักรยานต่อเป็นบ้าเป็นหลัง สุดท้ายหอบเหนื่อย กล้ามเนื้อพัง ถึงผอมก็ผอมแบบแกร็นๆ ผิวเหี่ยวๆ ไม่มีสง่าราศี และยังเสี่ยงให้เกิดอาการบาดเจ้บด้วย ถ้าแจ็กพอตแขนซ้น ขาแพลง ข้อเท้าเป็นแผล ได้พักออกกำลังไปยาวๆ แน่ แทนที่จะรอลุ้นให้เกิดอะไรแบบนั้น ออกกำลังความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 30 นาทีแต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เป็นความถี่ที่พอดีแล้วค่ะ ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง เราก็ไม่ต้องเครียด กดดันมากเกินไปด้วยนะ

    5. หลีกเลี่ยง 'ขนมหวาน' เหมือนขนมเป็นปิศาจร้าย

    ไดเอทมานานแล้ว พอได้น้ำหนักตัวเลขที่พอใจแล้วก็กลัวหุ่นพัง จึงตัดสินใจงด ' ขนมหวานทุกอย่าง ' ไม่ว่าจะช็อกโกแลต เค้ก โดนัท บิงซู ชานมไข่มุกที่เคยโปรดปราน รูปร่างอาจเป๊ะก็จริงแต่ในสมองทรมานมาก นอนหลับก็ฝันถึงของหวานอร่อยๆ อยู่ตลอดเวลา บางวันก็คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เผลอเหวี่ยงคนรอบข้างเพราะไม่ได้กินของที่ชอบจนเป็นเรื่องเป็นราว แทนที่จะหักดิบตัวเองแบบนั้น จะดีกว่าไหมถ้ากินขนมบ้างพอหายอยาก แล้วไปออกกำลังเผาผลาญออกแทน? 

    มีงานวิจัยเปิดเผยว่า การกินขนมหวานเล็กๆ น้อยๆ เช่น ดาร์กช็อกโกแลต ควบคู่กับมื้อเช้าที่มีประโยชน์ จะทำให้เธอลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และน้ำหนักคงที่ได้นานขึ้นด้วย เพราะทั้งกายและใจของเธอรู้สึก ' อิ่ม ' พอได้กินแล้วก็ไม่โหย ก็ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย น้ำหนักก็ลงตามปกติ แต่ถ้าทั้งสามมื้อต้องฝืนกินของที่ไม่ชอบไปเรื่อยๆ แม้จะทนได้ก็เสียสุขภาพจิต ถ้าทนไม่ได้ก็ตบะแตก ไม่มีทางไหนดีเลย ดังนั้นถ้าไม่ได้กินเยอะเกินไป ก็กินไปเถอะค่ะ สักสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง จะได้หุ่นดีและมีความสุขไปพร้อมกัน

    6. มีตารางออกกำลังกายแบบเดิมๆ ทั้งปีทั้งชาติ

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe