118939081 165359918545175 7880442315729469708 n
1582704747 cat lifestyles color
ไลฟ์สไตล์

#ปีหน้าฉันต้องดีกว่านี้! 7 หลักจัดการ 'สภาพแวดล้อมการทำงาน' เติมพลังงานบวก ชีวิตราบรื่น (ノ´ヮ`)ノ*: ・゚

เจออะไรหนักๆ กันมาเยอะแล้ว มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปีหน้า จัดการชีวิตที่ยุ่งเหยิง หม่นหมอง น่าเบื่อให้กลับมามีชีวิตชีวา ไล่พลังงานลบ ความทุกข์ต่างๆ จะได้แฮปปี้ในปีหน้า 2021 และปีต่อๆ ไปอย่างราบรื่นนะคะ ( ´ ▽ ` ).。o♡


» » - - » »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. กำจัด 'สิ่งกีดขวาง' ที่ทำให้รกหูรกตา ไม่สบายใจเสียก่อน

    • 2. เก็บข้อมูล/สิ่งของในการทำงาน ให้เป็นที่เป็นทาง เรียกใช้ได้ง่าย

    • 3. หาช่วงเวลาที่ 'มีไฟในการทำงาน' มากที่สุด

    • 4. มีตารางที่ชัดเจนในการทำงาน แบ่งงานให้เท่าๆ กัน อย่าเอ้อระเหย

    • 5. จะติดต่อใคร / เขียนอีเมลอะไร ต้อง 'มีเป้าหมายที่ชัดเจน'

    • 6. คิดจะทำก็ทำเลย อย่ารอ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง!

    • 7. อดทน พยายามไต่เต้าจากสิ่งเล็กๆ หนทางประสบความสำเร็จมันไม่ง่าย!

     

    สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe คนกำลังหมดไฟทั้งหลายยย! (╥ω╥)

    ยังไม่ทันสิ้นปี ข่าวสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ก็กลับมาอีกแล้ว! หลายบริษัทปรับให้พนักงาน Work From Home อย่างถาวร, เข้าออฟฟิศไม่กี่วันต่อสัปดาห์, งานประจำเกิดวิกฤติจนต้องปรับลดพนักงาน ถูกเชิญออก ระหว่างหางานใหม่ก็ต้องรับจ๊อบเล็กๆ น้อยๆ เป็นฟรีแลนซ์ ช่วงนี้ชีวิตก็จะยุ่งเหยิงวุ่นวายพอสมควร ซึ่งเพราะข่าวที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นี่แหละ ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน เมื่อจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย สถานที่ทำงานหลักอย่าง ' โต๊ะทำงาน ' ก็เละเทะไปด้วย ทำให้งานไม่เดินหรือไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ปี 2020 คือพังมากจริงๆ แง TT_TT

    ถ้าสาวๆ อยากทำงานอย่างมีความสุขไม่ติดขัด การจัดการสิ่งต่างๆ บนโต๊ะที่ใช้ทำงานทุกวันก็เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าเธอจะใช้โต๊ะที่บ้านหรือออฟฟิศ การจัดสภาพแวดล้อมให้ดูสบายตา หรือการจัดลำดับความสำคัญเพื่อดำเนินงานให้ลื่นไหลก็ทำให้งานที่ออกมามีคุณภาพมากขึ้นได้ หากปีนี้ปรับตัวเองไม่ทันแล้ว ปีหน้าฟ้าใหม่ยังมีให้แก้ตัว! ลองนำ ' 7 หลักจัดการชีวิตบนโต๊ะทำงาน เพื่อเพิ่มพลังงานบวก ' รับรองว่างานในปีหน้า จะประสบความสำเร็จมากขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมแล้วไปอ่านกันเลยดีกว่าค่า
    ♡ (⇀ 3 ↼) 

    1. กำจัด 'สิ่งกีดขวาง' ที่ทำให้รกหูรกตา ไม่สบายใจเสียก่อน

    สภาพของห้องนอน แสดงถึงตัวตนและบุคลิกลักษณะของเจ้าของห้องได้ล่ะก็ สภาพของโต๊ะทำงานก็บอกถึงนิสัยของคนใช้โต๊ะนั้นเป็นประจำได้เช่นกันค่ะ! หากทุกวันโต๊ะของเธอมีแต่ขยะรกๆ อย่างกองกระดาษทิชชู่ขยำ, ซองขนมกินหมดแล้วไม่ยอมทิ้ง, ดินสอปากกาเก่าๆ, กระป๋องน้ำอัดลมเปล่าๆ เต็มไปหมด ก็ยิ่งจะทำให้จิตใจของเธอยุ่งเหยิง เหมือนมีขยะสุมอยู่ในใจตามไปด้วย เมื่อมองซ้ายขวาก็ไม่มีอะไรเจริญตา ก็คิดงานไม่ออก ทำงานออกมาไม่ดี สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง 

    เพิ่มพลังงานบวกให้โต๊ะทำงานของตัวเอง ด้วยการ ' เคลียร์ ' ของที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด เหลือไว้แต่สิ่งที่ช่วยเรื่องการงาน ทำให้เธอตั้งสมาธิกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้นเท่านั้น หรือที่เทรนด์สมัยนี้เรียกว่า จัดโต๊ะแบบมินิมอล เช่น เครื่องเขียน กระดาษเปล่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ( อนุญาตให้มีแก้วน้ำบนโต๊ะได้ เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำก็สมองตื้อได้เหมือนกัน แต่ระวังน้ำหกก็พอ ) หมดปัญหาหาของไม่เจอ เมื่อโต๊ะสะอาดก็ไม่มีแมลง มดมาไต่ ทำให้ทำงานได้ราบรื่นขึ้นไปโดยปริยายค่ะ

    **หากทำงานที่บ้าน โลเคชั่นในการวางโต๊ะก็สำคัญ หากวางในมุมอับไม่มีหน้าต่าง ก็อาจทำให้สมองไม่แล่นเท่าที่ควร ทางที่ดีให้วางโต๊ะติดกับหน้าต่างที่แสงเข้าแต่ไม่เยอะจนแสบตาเกินไป ลงทุนกับเก้าอี้ทำงานดีๆ ที่ปรับเข้ากับสรีระคนใช้ แม้จะมีของบนโต๊ะไม่เยอะ แต่เมื่อร่างกายผ่อนคลาย คุณภาพของงานก็จะดีขึ้นเอง เชื่อเรา!

    2. เก็บข้อมูล/สิ่งของในการทำงาน ให้เป็นที่เป็นทาง เรียกใช้ได้ง่าย

    เคยสงสัยไหมว่า ทำไมชีวิตทำงานของเธอถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมด ลองสำรวจตัวเองดูว่า เคยจัดการกล่องอีเมลของตัวเองบ้างไหม หรือปล่อยให้ Junk Mail ปะปนอยู่กับอีเมลงานเต็มไปหมด จนบางทีเผลอกดส่งผิดๆ ถูกๆ ให้ลูกค้า, โต๊ะทำงานเป็นระเบียบไหม หรือมีแต่ห่อขนม กระป๋องน้ำอัดลม, ตารางงานจดมาแล้วก็ลืม ลูกค้าไลน์งานมาแล้ว read แต่ไม่ตอบ ใจเหม่อลอยไปไหนไม่รู้อยู่หรือเปล่า บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุที่งานปัจจุบันของเธอไม่ก้าวหน้าสักทีก็เป็นได้ -_-

    ต่อจากนี้ให้จำหลักง่ายๆ ไว้ว่า ' ทุกอย่างต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ' หากมีของระเกะระกะบนโต๊ะ ก็ต้องหากล่อง,ซอง หรือถุงมาใส่ หากเป็นข้อมูลอย่างบรีฟจากลูกค้า, คอนแทคเบอร์ ที่อยู่ อีเมล์ลูกค้า ก็ต้องบันทึกใส่แฟ้มข้อมูลหรือแอพให้เรียบร้อย เวลาต้องติดต่อประสานงานกัน จะได้เรียกดูได้ง่าย ไม่ใช่จะคุยกับคนนี้ที ต้องไปนั่งหาว่าจดลงกระดาษแผ่นไหน ทิ้งไปแล้วหรือยัง แบบนี้ไม่ได้เด้อ โตจนถึงวัยทำงานแล้ว ต้องจัดของเป็นหมวดหมู่ให้คล่อง มันเป็นประโยชน์กับตัวเธอเองทั้งชีวิตทำงานและเรื่องอื่นๆ ด้วยค่ะ

    3. หาช่วงเวลาที่ 'มีไฟในการทำงาน' มากที่สุด

    ข้อนี้ขอเน้นไปที่สาวๆ ชาวฟรีแลนซ์ซะหน่อย ใครที่รับงานอิสระมานานจะรู้ดีว่า ถ้าจะอยู่ให้รอดหลายปี ต้องมีความรับผิดชอบสูง จัดการชีวิตเป็น เพราะด้วยเวลาที่ยืดหยุ่นมากจนบางทีมากเกินไป ช่วงแรกๆ ก็อาจทำให้ขี้เกียจ มัวแต่ดูหนัง ฟังเพลง นอนเล่นจนงานไม่เดินได้ ซึ่งมนุษย์ทุกคนโดยธรรมชาติ ถ้าไม่บ้างานจริงๆ ก็จะไม่ได้มีอารมณ์อยากทำงานตลอดเวลา ดังนั้นเราขอแค่ว่า ' ในหนึ่งวัน หาเวลาที่เธอไฟแรง หัวแล่นมากที่สุด แล้วตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ( ตราบใดที่ไม่เกินเดตไลน์ ) ' ค่ะ

    นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนหัวแล่นสุดๆ ตอนเช้ามืด ตีสี่ตีห้านี่เขียนงานลื่นเชียว แต่บางคนก็ต้องรอตะวันตกดิน มืดๆ เงียบๆ ถึงจะมีสมาธิลุยงาน ลองสังเกตตัวเองว่าเป็นคนกลุ่มไหน แล้วทุ่มพลังไปกับช่วงเวลาที่ถนัด ทำควบคู่ไปกับกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นพลังการทำงานก็ยิ่งดี เช่น ออกกำลังกายให้ร่างกายหลั่งสารความสุข, ฟังเพลงให้ฮึกเหิม, ดื่มกาแฟ, แปะ Quote หรือคำพูดสร้างแรงบันดาลใจไว้ที่โต๊ะให้มองเห็นได้ง่าย งานที่ออกมาจะมีคุณภาพมากกว่าไปนั่งหลังขดหลังแข็งทำตอนหัวตื้อแน่นอน คอนเฟิร์ม!

    4. มีตารางที่ชัดเจนในการทำงาน แบ่งงานให้เท่าๆ กัน อย่าเอ้อระเหย

    ข้อนี้ไม่ว่าจะทำงานออฟฟิศหรือฟรีแลนซ์ก็นำไปปรับใช้ได้! หากเธอมีงานที่ได้รับมอบหมาย มีเดตไลน์ชัดเจน อย่าใช้วิธีเหมือนสมัยเรียนที่หมกๆ ไว้แล้วไปปั่นไฟลุกก่อนส่งแบบ One Night Miracle เพราะเจ้านายจะดูออกว่างานชุ่ย มีผลกับการประเมินงานและโบนัสสิ้นปีแน่นอน หรือคนที่วันนี้ปล่อยชิลล์ อีกวันงานหนัก ไม่มีความสมดุล อันนี้ก็เรียกว่าจัดลำดับงานไม่เป็น ร่างกายจะล้าโดยใช่เหตุค่ะ

    เพราะเป็นงานจริงจัง งานที่ได้เงินตอบแทน จึงควรวางแผนการทำเป็นขั้นตอน ไม่ใช่คิดจะทำวันไหนก็ทำ แต่ต้องตัดแบ่งเนื้องานให้กระจายเท่ากันทุกวัน กำหนดปริมาณงานที่ไม่หนักอึ้งและไม่เบาหวิวมากเกินไป แต่ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานไม่ overload ติดกันทุกวัน หรือเบาโหวงจนมาทำงานอีกทีต่อไม่ติด เป้าหมายคือ ' ทุกวันต้องมีความคืบหน้า ' ช่วงแรกอาจจะต้องบังคับตัวเองหน่อย แต่เมื่อมองย้อนกลับไปจะชื่นใจว่า งานเขยิบเป็นรูปเป็นร่างในทุกๆ วัน ดีกว่ามองงานโล่งๆ ที่ลุ้นว่าวันสุดท้ายจะทำเสร็จไหม แบบหลังเสี่ยงกว่าเยอะ บอกเลย!

    5. จะติดต่อใคร / เขียนอีเมลอะไร ต้อง 'มีเป้าหมายที่ชัดเจน'

    การทำงานไม่ได้มีแค่ส่วนของเนื้อหาอย่างเดียว แต่อาจมีกระบวนการอื่นๆ ที่ต้องติดต่อบุคคลโดยตรงเช่น โทรศัพท์ อีเมล ไลน์หาลูกค้า หรือประสานงานกับตัวกลางเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ หลักสำคัญคือต้องจำให้ขึ้นใจว่า ' เขาคือลูกค้า คนที่เราทำธุรกิจด้วย ไม่ใช่เพื่อนเล่น ต้องเป็นมืออาชีพ ' ดังนั้นทุกครั้งที่ทักไป หรืออีเมลหา ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าเราจะติดต่อไปเพื่ออะไร ใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นทางการ แต่ไม่อ้อมโลก เขียนให้ตรงประเด็น อ่านแล้วเข้าใจง่ายที่สุด

    หลายครั้งที่ธุรกิจมีปัญหาเพราะเวลาประสานงานผ่านอีเมลหรือข้อความ ใช้ภาษาที่วกไปวนมา อ่านแล้วเข้าใจยาก หรือพิมพ์มาทีละเล็กทีละน้อย แทนที่จะพิมพ์มารวดเดียว เข้าใจครั้งเดียว ถ้าอีกฝ่ายงานยุ่ง เขาไม่มีเวลามานั่งอ่านไลน์ที่ส่งไปทีละ 1 ประโยค 2 ประโยคหรอกนะคะ อันนั้นคือเราคุยเล่นกับเพื่อน ถ้าคุยธุรกิจจริงจัง พิมพ์ทุกอย่างให้เสร็จ ประเด็นชัดเจนแล้วส่งไปรวดเดียวดีกว่า ประหยัดเวลา เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายด้วย

    6. คิดจะทำก็ทำเลย อย่ารอ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง!

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดไลฟ์สไตล์)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe