118850910 320350392620105 5318047570165477301 n
1653381235 %e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e
สุขภาพ

แน่นพุง ตะคริวกิน! 8 อาหารที่กินแล้ว 'สบายท้อง' ลดแก๊ส ท้องอืด กรดเกินในกระเพาะ ไม่ง้อยาลดกรด♡

ในบางครั้ง เราก็เผลอกินอาหารที่มีกรดแก๊สอัดแน่น จนทำให้ท้องไส้ทำงานลำบาก ทั้งแก๊ส ทั้งลมมาพร้อมกันเป็นคอมโบ้เซ็ตเลยทีเดียว บางคนก็ไม่อยากกินยาลดกรดบ่อยๆ กลัวดื้อยา งั้นมากิน 7 อาหารในบทความนี้กัน อร่อยแถมสบายท้องสุดๆ ค่ะ ^^


» » - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ชาเปปเปอร์มินต์

    • 2. ข้าวขาว

    • 3. ขิง

    • 4. น้ำว่านหางจระเข้

    • 5. กล้วย

    • 6. ขนมปังปิ้ง

    • 7. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

    • 8. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล ( Apple Cider Vinegar )


    สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลังอึดอัด ไม่สบายท้องทั้งหลาย (; ̄Д ̄)

    " โอ๊ยยย ปวดท้อง ต้องกินยาลดกรดอีกแล้ว!! " ประโยคนี้น่าจะเป็นคำพูดติดปากของสาวๆ หลายคน ทั้งตะคริวท้อง แก๊สกรดเกินในกระเพาะ หรือท้องอืดเป็นประจำจนต้องมียาลดกรดติดกระเป๋า ออกไปข้างนอกต้องใส่เสื้อผ้าปิดพุงตลอดเพราะท้องใหญ่เหมือนคุณแม่ตั้งครรภ์ อายก็อายแต่ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ซิสบางคนแขนขาเล็กเรียว ผอมตัวเล็กสุดๆ แต่หลังกินอิ่มดันป่องแค่ที่ท้อง มันก็เสียความมั่นใจไปเยอะเหมือนกันนะ Y^Y

    1607080555 tenor

    ปวดท้องแง TT_TT


     นอกจากสาเหตุอย่างกินเยอะเกินพิกัด กินแก้เครียด หรือปัญหาสุขภาพอย่างเป็นโรคกระเพาะ สาเหตุหลักๆ ที่คนส่วนใหญ่มักเป็นแต่ไม่รู้ตัวคือการกินอาหารแสลง หรืออาหารที่ทำให้เกิดกรดแก๊ส มวนท้องนั่นเอง โดยเฉพาะอาหารประเภทนม ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำหัว หรือแป้งที่มีกลูเต็น ล้วนทำให้อึดอัดท้องได้ทั้งสิ้น หากเผลอกินเข้าไปแล้วด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม และไม่อยากกินยาลดกรด วิธีที่ง่ายที่สุดคือกินอาหารที่ช่วยให้ ' สบายท้อง คลายอาการรัดเกร็งของกระเพาะ ' จะต้องกินอะไรบ้าง เช็คได้ใน 8 อาหารลดแก๊ส ลดท้องอืดในบทความนี้กันได้เลยค่า ☆o(><;)○

    1. ชาเปปเปอร์มินต์

    เปิดตัวด้วยอาหารชนิดแรก ไม่ใช่แค่รสของยาสีฟันเท่านั้น แต่ ' มินต์ ' ยังเป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยระบายแก๊สและกรดเกินในกระเพาะอาหาร ลดอาการตะคริวที่ท้อง แนะนำให้ดื่มเป็นชามินต์อุ่นๆ จะดีที่สุด เมื่อเราดื่มชาเข้าไปแล้ว มินต์จะทำหน้าที่ลดตำแหน่งที่มีความดันสูงระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแสบร้อนกลางอก ( heartburn ) ช่วยในเรื่องของกรดไหลย้อนได้อีกด้วย

    หากสาวๆ มีแนวโน้มเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือมีอาการแสบร้อนกลางอกมาก่อน นอกจากชามินต์แล้ว ชาสมุนไพรชนิดอื่นๆ ก็ช่วยบรรเทาอาการได้ เช่น ชาคาโมไมล์ ชาขิง ชาชะเอมเทศ เป็นต้น หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งรสมินต์ เพราะส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลเทียม กระตุ้นให้เกิดแก๊ส ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอยิ่งกว่าเดิมค่ะ!!

    2. ข้าวขาว

    อาจจะดูไม่น่าเชื่อ แต่ ' ข้าวขาว ' เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเพิ่มการดูดซึมของเหลวมากขึ้น ทำให้ลดกรดแก๊สในกระเพาะได้ดี ( สังเกตว่าคนป่วยที่ระบบลำไส้ยังไม่ค่อยดี เขาจะให้กินข้าวต้มที่ทำจากข้าวขาว เพราะย่อยง่ายไม่ปวดท้องนั่นเองค่ะ ) แต่ในคนที่สุขภาพแข็งแรง กินแค่ข้าวขาวนิ่มๆ ไม่จำเป็นต้องเอาไปต้ม ก็ทำให้กระเพาะที่ปวดรุนแรงจากแก๊สผ่อนคลายลงค่ะ

    หากสาวๆ คนไหนมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย อุจจาระแข็ง การกินข้าวขาวยังช่วยปรับลำไส้ได้ขับถ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น สบายท้องกว่าเดิม เพราะแป้งในข้าวขาวจะเข้าไปเคลือบกระเพาะ ลดอาการแสบร้อนได้ แต่แนะนำว่าถ้าจะกินเพื่อแก้ปวดท้องเฉยๆ กินหลังมื้ออาหารแค่ 1-2 ช้อนโต๊ะก็พอ กินเยอะเกินไป จากที่จะหายท้องอืด น้ำหนักจะพุ่งแทน เพราะยังไงข้าวขาวก็คือคาร์โบไฮเดรตนะคะ

    3. ขิง

    ขิงถือเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ นอกจากช่วยเพิ่มรสเผ็ดร้อนในอาหารต่างๆ แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการโรคต่างๆ มากมาย เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้านเบาหวาน ลดไมเกรน ลดภูมิแพ้กำเริบ นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลายอาการปวดเกร็งของกระเพาะ สบายท้องมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

    หากสาวๆ เริ่มมีอาการท้องอืด จุกเสียด เพียงนำขิงสดหั่นฝานใส่แก้ว เทน้ำร้อนลงไป รอ 2-3 นาทีจนน้ำกลายเป็นชาขิง แล้วจิบเรื่อยๆ จนหมดทั้งแก้ว ความอึดอัดท้องจะหายเป็นปลิดทิ้ง หรือถ้าที่บ้านไม่มีขิงสด จะซื้อเป็นชาขิงสำเร็จรูปที่มีขายตามร้านอาหารสุขภาพ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปก็ได้เช่นกันค่ะ

    4. น้ำว่านหางจระเข้

    วุ้นว่านหางจระเข้หรืออะโลเวร่า เป็นที่รู้จักกันดีในสรรพคุณช่วยปลอบประโลมผิวจากบาดแผล ลดผิวไหม้ ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด แต่รู้ไหมว่า น้ำจากต้นว่านหางจระเข้ก็ช่วยปลอบโยน ' กระเพาะ ' ที่มีกรดแก๊สเกินพิกัดได้เช่นเดียวกัน เมื่อดื่มเข้าไป น้ำว่านหางจะเข้าไปเคลือบกระเพาะ ลดอาการปวดท้องและแสบร้อนกลางอกได้ดีสุดๆ ค่ะ

    นอกจากลดกรดแลว ยังช่วยกำจัดของเสียหรือ ' ดีท็อกซ์ ' ระบบข้างในร่างกายให้สะอาด เรียกว่าดื่มครั้งเดียวได้ประโยชน์สองต่อ สบายท้องแถมโล่งลำไส้! แต่ผลข้างเคียงคือเพราะช่วยดีท็อกซ์ จึงมีฤทธิ์เป็นยาระบายไปด้วย ควรดื่มแต่พอดี หากดื่มเยอะเกินไปจะกลายเป็นถ่ายท้อง ท้องเสีย อุจจาระเหลวได้ค่ะ

    5. กล้วย

    ขึ้นชื่อสุดๆ ในด้านผลไม้ให้พลังงาน รสชาติหวานอร่อย สาวๆ สายไดเอทหลายคนกินแทนมื้อเช้าเพื่อลดน้ำหนัก มีสารอาหารมากมาย เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนครบถ้วน อีกทั้งยังย่อยง่าย ผ่อนคลายอาการปวดกระเพาะ ลดแก๊ส ช่วยในการขับถ่ายได้ดี เป็นผลไม้ประโยชน์ครอบจักรวาลสุด!

    ในกล้วยยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งโพแทสเซียมจะช่วยป้องกันภาวะกรดไหลย้อน ลดกรดเกินในกระเพาะ ใครที่เป็นโรคกระเพาะและรู้ตัวว่าวันนี้กินข้าวไม่ตรงเวลาแน่ๆ ให้กินกล้วยรองท้องไปก่อนเลย ได้พลังงานและสบายท้องแบบไม่มีกรดกวนใจแน่นนอค่ะ  (´。• ᵕ •。`) ♡

    6. ขนมปังปิ้ง

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe