126445827 743199439874475 922850591362080321 n
1653381269 %e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c
ไลฟ์สไตล์

#มันซับซ้อนกว่าตีเลขหวย! 7 ความจริงน่าทึ่งเกี่ยวกับ 'ความฝัน' ที่สาวๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน (°ロ°) !

'ความฝัน' อยู่คู่กับมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่จำความได้เราก็เริ่มฝันแล้ว ฝันดีบ้าง ฝันร้ายกลางดึกบ้าง แต่รู้ไหมว่า อะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความฝันเหล่านั้น มาตามหาความจริงไปพร้อมๆ กันเลยค่ะซิส ♡


» » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ใบหน้าคนที่ชัดเจนในความฝัน จะเป็น 'คนที่เรารู้จักอยู่แล้ว' เท่านั้น

    • 2. ไม่ใช่ทุกคนที่ความฝันจะเป็น 'ภาพสี'

    • 3. สภาวะจิตใจของเธอ 'ถูกกระตุ้นให้ตื่น' ในความฝัน มากกว่าชีวิตจริงเสียด้วยซ้ำ

    • 4. ความฝันช่วยจุดประกาย ต่อยอด 'ความคิดสร้างสรรค์' ได้

    • 5. คนตาบอดสนิท ก็มี 'ความฝัน' ได้เช่นเดียวกัน

    • 6. ความฝันที่เราเห็น คือกระจกตัวแทน 'จิตใต้สำนึก' ของเรา

    • 7. เรามักจะลืม 'ความฝันในทุกๆ คืน' ได้อย่างง่ายดาย

     

    สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe คนชอบฝันทุกคนน

    ถ้าลองถามคนรอบตัวสัก 10 คน แทบทุกคนต้องเคย ' ฝัน ' เป็นเรื่องเป็นราวอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต! แม้แต่ตัวเธอเอง ก็น่าจะเคยฝันอะไรแปลกๆ ที่หลุดโลก แฟนตาซี หรือสมจริงเกินไปจนขนลุก จนต้องมานั่งทบทวนว่าฝันนั้นมีความหมายว่ายังไงกันแน่ ในทางวิทยาศาสตร์ เราใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอนหลับ ฝันทุกคืนแต่จำบ้างไม่ได้บ้าง แต่ความลึกลับคือสมองเราประมวลผลยังไงให้เกิดภาพในฝันเป็นฉากๆ กันแน่ แถมฝันบางฝันยังเหมือนลางบอกอนาคต ที่บางครั้งก็เกิดขึ้นจริงซะด้วย!

    นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าหาความหมายของ ' ฝัน ' กันมาอย่างยาวนาน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ได้รอบด้าน 100% เพียงแต่รู้คร่าวๆ ว่ามันคือมโนในจิตใต้สำนึกที่มีทั้งเสียงและภาพ โดยเราจะฝันในช่วงหลับลึก ( REM ) เสมอ ซึ่งในทางจิตวิทยา นักบำบัดวิเคราะห์ไว้ว่า ความฝันสะท้อนความต้องการที่ขาดหาย หรือบาดแผลในชีวิตที่เราต้องการเยียวยา ส่วนนักวิจัยบอกว่า ฝันมีขึ้นเพื่อจัดการระบบความจำในสมอง ในบทความนี้ เราจะพาสาวๆ มาอ่าน ' 7 เกร็ดความรู้น่าทึ่งเกี่ยวกับความฝัน ' ทั้งทางวิทย์จ๋าๆ และทางจิตวิทยา ที่เธออาจไม่เคยได้ยินมาก่อน เพื่อทำความเข้าใจฝันที่มีในอดีต และรับมือกับฝันในอนาคตได้ดีขึ้น จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราไปลุยกันเลยดีกว่าค่ะ!

    1. ใบหน้าคนที่ชัดเจนในความฝัน จะเป็น 'คนที่เรารู้จักอยู่แล้ว' เท่านั้น

    ลองทบทวนความฝันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตดูสิคะ ส่วนใหญ่ถ้าในฝันมีผู้คนอยู่ด้วย ใบหน้าที่เราไม่รู้จักจะเป็นภาพเลือนลาง เบลอๆ เหมือนถูกเซนเซอร์ ในขณะที่ใบหน้าชัดเจน จะเป็นคนที่เรารู้จักอยู่แล้ว เช่น เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ครูอาจารย์ หัวหน้า หรืออย่างน้อยคนนั้นก็ต้องเคยเดินสวนกัน ซึ่งตัวเธอเองน่ะจำไม่ได้หรอก แต่หน่วยความจำสมองลึกๆ น่ะยังบันทึกหน้าเหล่านั้นเก็บไว้อยู่นั่นเอง

    ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า สมองมนุษย์ไม่สามารถครีเอทใบหน้าแบบใหม่ๆ 100% ขึ้นในความฝันได้ ดังนั้นใบหน้าที่เธอเจอในฝัน เธอต้องเคยเจอมาก่อนสักครั้งในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะแปรผันตรงกับ ' บทบาท ' ในฝันด้วย เช่น คนที่เธอสนิท ในฝันก็จะอยู่แก๊งเดียวกัน หรือมีบทพูดกับเธอโดยตรง ส่วนคนที่แค่เคยเห็นหน้า ก็อาจอยู่ร่วมเฟรมกันเฉยๆ เป็นคนเดินผ่านไปมา เป็นต้น แต่ในบางเคสก็มีการผสมผสานกัน เช่น เธออาจรู้สึกว่าได้คุยกับคนสนิทมากในชีวิตจริง บุคลิกนิสัยคือใช่เลย แต่ใบหน้ากลับเป็นใครก็ไม่รู้ ( ซึ่งจริงๆ เคยเจอแล้วแหละแต่เธอจำไม่ได้ ) ก็เกิดขึ้นได้เช่นกันค่ะ

    2. ไม่ใช่ทุกคนที่ความฝันจะเป็น 'ภาพสี'

    ความจริงที่น่าแปลกใจอีกอย่างก็คือ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกนี้จะมีความฝันเป็นภาพสี่สีสดใสเหมือนเราๆ นะคะซิส! อันที่จริงแล้ว คนสายตาปกติถึง 12% เลยทีเดียว ที่ฝันเป็นภาพขาวดำ โดยมีงานวิจัยช่วงปี 1915-1950's ว่าฝันส่วนใหญ่มักเป็นภาพขาวดำ แต่หลังจากปี 1960's ก็กลายเป็นฝันภาพสีแทน สรุปคือเมื่อเวลาผ่านไป คนที่ฝันเป็นภาพขาวดำก็ค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ ค่ะ

    นักวิจัยจึงตั้งข้อสังเกตว่า ฝันภาพขาวดำ-ฝันภาพสี น่าจะมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีสมัยก่อนที่โทรทัศน์ยังเป็นภาพขาวดำ จนยุคสมัยเจริญขึ้น พัฒนามากขึ้น โทรทัศน์สีจึงแพร่หลายสู่ท้องตลาด สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เกิดช่วง 1990's ขึ้นไปคงไม่ค่อยมีปัญหานี้เพราะทีวีเป็นภาพสีหมดแล้ว แต่ลองถามรุ่นคุณปู่คุณย่าอายุ 70 ปีขึ้นไปดูค่ะ พวกท่านอาจจะเคยเจอประสบการณ์ฝันเป็นภาพขาวดำบ้างก็เป็นได้ ♡ ( ̄З ̄)

    3. สภาวะจิตใจของเธอ 'ถูกกระตุ้นให้ตื่น' ในความฝัน มากกว่าชีวิตจริงเสียด้วยซ้ำ

    คนส่วนใหญ่มักคิดว่า การนอนหลับจะทำให้กระบวนการของร่างกายและจิตใจทำงานช้าลง หรือปิดการทำงานไปเลยโดยเฉพาะสมอง เพราะมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น การนอนคือการพักผ่อน ชาร์จแบตตัวเองนี่นา ตื่นมาแล้วก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใสดี แปลว่าต้องได้พักสิ แต่ตรงกันข้ามเลยค่ะซิส เพราะสมองทำงานช่วงที่เราหลับอยู่ตลอดเวลา! 

    มโนความคิด จิตใจของเราทำงาน 24 ชั่วโมงแม้ในขณะหลับ อันที่จริงแล้วสมองของเราตื่นตัวมากกว่าตอนตื่นอยู่จริงๆ เสียด้วยซ้ำ! จะเห็นว่าในความฝันหลายครั้ง บางทีมีรายละเอียดและข้อมูลละเอียดมาก ซึ่งเกี่ยวโยงกับคลื่นไฟฟ้าในสมอง เพราะตอนที่เธอยังใช้ชีวิตปกติ สมองมัววุ่นวายอยู่กับการประมวลผล ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วโมงก่อนหน้า แก้ไขปัญหาต่างๆ มากมาย จึงมีผลต่อเนื่องมาถึงตอนฝันนั่นเองค่ะ

    บางวิจัยบอกว่า สมองจะทำงานมากกว่าปกติช่วงหลับ เมื่อสาวๆ ได้รับประสบการณ์ใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หรือเจอเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ความคิดและความรู้สึก ไม่ว่าจะในด้านบวกหรือลบก็ตาม หากวันไหนเธอเจอเรื่องดีหรือแย่นอกเหนือจากชีวิตประจำวัน ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าคืนนั้น ' ฝัน ' หรือเปล่า?

    4. ความฝันช่วยจุดประกาย ต่อยอด 'ความคิดสร้างสรรค์' ได้

    ความฝันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เพราะอย่างน้อยก็เอาไปแทงหวยได้ #ผิด แต่มันมีค่ามากกว่า ' ความคิดฟุ้งซ่าน ' อย่างที่ใครดูถูกอย่างแน่นอน! เพราะการที่สาวๆ ฝัน สามารถพัฒนาความสามารถบางอย่าง ที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันโดยตรง มีงานวิจัยเปิดเผยว่า ความฝันอาจเกี่ยวข้องกับทักษะแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาความครีเอทมากขึ้น สาวๆ คนไหนที่เป็นศิลปิน จิตรกร นักเขียน กราฟฟิก น่าจะเข้าใจฟีลต้องจดไอเดียในฝันกลางดึก เพราะกลัวตอนเช้าจะลืม!!

    นั่นเพราะกระบวนการฝันจะใช้ ' จินตนาการ ' ในการสร้างฝันหนึ่งๆ ขึ้นมา ซึ่งสมองจะเกิดการวิเคราะห์ จัดการปัญหามากมายในช่วงขณะหลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกันเวลาเธอครีเอทอะไรสักอย่างในชีวิตจริง คนที่ทำงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ มักจะได้ไอเดียดีๆ หลังคืนที่ฝันชัดเจน ( vivid dream ) และอาจได้แรงบันดาลใจดีๆ จากความฝันอีกด้วย เช่น ถ้าเธอมีฝันแนวแฟนตาซี, ได้แก้ไขปัญหาที่ท้าทาย หรือเจอความทรงจำในอดีต จะเกิดการกระตุ้นความรู้สึกอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เหมือนจุดประกายปิ๊ง! หลังตื่นนอนเลยทีเดียว สาวๆ คนไหนต้องส่งงาน แต่หัวตื้อมาทั้งวันแล้ว ไม่แน่คืนนี้อาจจะฝันอะไรดีๆ จนคิดงานส่งเจ้านายทันก็ได้!

    5. คนตาบอดสนิท ก็มี 'ความฝัน' ได้เช่นเดียวกัน

    เป็นความรู้ใหม่เลยว่า ไม่ใช่แค่คนสายตาดีเท่านั้น แต่คนตาบอดก็สามารถฝันได้เช่นกัน! ถ้าเป็นคนที่เกิดมาตาปกติ แต่เสียดวงตาจากอุบัติเหตุหรือโรคร้าย ก็จะยังฝันเห็นภาพและเสียงเหมือนคนทั่วไป เพราะสมองได้รับประสบการณ์นั้นไปแล้ว แม้ตอนนี้เสียอวัยวะก็ยังฝันเหมือนในอดีตได้อยู่ค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝันที่เป็นภาพก็จะเลือนลางไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

    แต่ในกลุ่มคนที่ตาบอดสนิทแต่เกิด ไม่เคยได้รับประสบการณ์เห็นภาพใดๆ ในชีวิตเลย ไม่เข้าใจว่าการเห็นภาพผ่านดวงตาเป็นยังไง เขาก็ฝันเช่นกัน แต่จะฝันในรูปแบบ ' รส กลิ่น เสียง การสัมผัส ' หรือความรู้สึกอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้ดวงตา บางงานวิจัยบอกว่าคนที่ตาบอดแต่เกิด มักฝันร้ายบ่อยกว่าคนตาปกติ เพราะทฤษฎีของฝันร้ายคือ " เป็นการฝึกจิตใจ เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เป็นทุกข์ จะพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหาได้ " ซึ่งพวกเขาจะเจอมากกว่า เช่น คนตาบอดมักฝันเกี่ยวกับเรื่องหลงทาง, โดนรถชน หรือเสียสุนัขนำทางไป เป็นต้น

    6. ความฝันที่เราเห็น คือกระจกตัวแทน 'จิตใต้สำนึก' ของเรา

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดไลฟ์สไตล์)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe