แบบนี้ต้องลาออก!! 7 สัญญาณว่าเธอทำงานใน 'ออฟฟิศนรกสุด Toxic' อยู่นานยิ่งเครียด เสียสุขภาพจิต

PAGE 2/2
» »
ตอนเพิ่งทำงานในออฟฟิศ รับบทเด็กใหม่ไฟแรงเฟ่อ พยายามเสนอไอเดีย ออกความคิดเห็นในที่ประชุมทั้งสเกลเล็กในแผนก หรือประชุมใหญ่ทั้งบริษัท แต่ ไม่มีเพาเวอร์มากพอ ก็โดนกลืน โดนลืม ยกมือเท่าไหร่ก็ไม่โดนเรียก โชคดีได้พูด คนในห้องประชุมก็ไม่ตั้งใจฟัง สุดท้ายไอเดียก็โดนโยนทิ้งลงถังขยะ จนสุดท้ายก็เกิดภาวะ burnout หมดไฟ นั่งเบื่อในห้องประชุมจนกว่าจะหมดเวลา ก็ไม่มีใครเห็นอะ จะพยายามไปทำไม 

ปัญหาเหล่านี้มักเจอกับบริษัทแถบเอเชียที่ยังยึดติดกับชนชั้นวรรณะ ยังยึดติดกับอายุ รุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ ออฟฟิศที่ทัศนคติดี ควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เพราะไอเดียดีๆ หลายแห่งมักเกิดจากคนตัวเล็ก ไม่ใช่แค่คนอายุเยอะหรือตำแหน่งสูงเพียงเท่านั้น ถ้าดวงซวย เจอบริษัทที่กีดกันทางความคิด บอกเลยว่าอุปสรรคเยอะแน่นอน ต้องฟาดฟันกับระบบอาวุโสสุดๆ ถ้าไม่พร้อมจะเสียพลังงานตรงนั้น ก็ออกมาหาบริษัทที่มีแนวคิดแบบทุกคนเท่ากันดีกว่าค่ะ

7. ตั้งกฎในออฟฟิศไว้ แต่ไม่เคยใช้ได้จริง คนมีอำนาจกว่า 'ถูกเสมอ'

ความเลวร้ายที่สุดในการทำงานคือมี ' กฎตามใจเจ้าของบริษัท ' นี่ล่ะค่ะ! คือเหมือนมีร่างกฎ ข้อควรปฏิบัติในที่ทำงานไว้กันคนด่าเฉยๆ แต่ที่จริงเละเทะมาก ปล่อยเบลอสุด ถ้าอยู่ถูกฝั่งจะมาสาย งานแย่ ทำของส่วนรวมพัง เลอะ สกปรกยังไงก็ได้ กฎข้อเดียวกัน บังคับใช้กับพนักงานได้ไม่เท่ากัน ก็คือไม่ยุติธรรมน่ะแหละ ซึ่งหากออฟฟิศใครเป็นแบบนี้ รับรองดราม่าตามมาแน่นอน ไม่ดราม่ายังไงไหว ก็มันไม่แฟร์!!

จะเป็นลูกน้องตำแหน่งเล็กสุด หรือผู้อำนวยการ บริษัทที่ดีต้องบังคับใช้กฎอย่างเท่าเทียมกัน เช่น มาสายก็ต้องตัดเงินเดือน, ทำผิดกฎบริษัท แอบเผยแพร่ข้อมูลทางการค้าให้คู่แข่งก็ต้องภาคทัณฑ์ ไล่ออก จะมายกเว้นเพราะสนิทกับลูกหลานเจ้าของ หรือเสน่หาส่วนตัวไม่ได้ ถ้ามีความเท่าเทียม ไม่มีใครมีปัญหาหรอกค่ะ แต่ถ้าเกิดเคสคนนี้รอด คนนั้นโดนไล่ออก ทั้งที่ทำความผิดเท่ากัน อันนี้ไม่โอละ เอาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมนี้ดีกว่า ก่อนที่เธอจะโดนความอยุติธรรมนี้เล่นงานเข้าสักวัน!


------------------------------
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ และออฟฟิศที่ทำงานอยู่มีสัญญาณเหล่านี้ทุกข้อ ก่อนอื่นขอปรบมือให้ดังๆ เลยที่ทนมาได้นานสุดๆ แต่ถ้าไม่อยากสุขภาพจิตพัง ( กว่านี้ ) เธอต้องรีบปรับสภาพแวดล้อมด่วน!!! ถ้ายังไม่ถึงขั้นต้องลาออก เพราะงานนี้เงินเดือนเยอะ เดินทางง่าย สมัครเข้ายากอะไรก็ตามแต่ ก็ต้องเปิดใจคุยกับหัวหน้าอย่างจริงจัง ทำรายงานเสนอว่าปัญหาคืออะไร จะมีทางออกอะไรให้บ้าง เจอกันครึ่งทางได้ไหม คุยปรึกษากับครอบครัวและเพื่อนๆ แต่ถ้าดูท่าแล้ว สังคมที่ทำงานนี้คนละแนวกับเรา ยิ่งเราพยายามแก้มันยิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิมแถมโดนเหม็น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทนอยู่ต่อไปค่ะ

บางทีการยื่นใบลาออก ก้าวออกจาก Comfort Zone ไปหาโอกาสงานใหม่ๆ แม้จะเงินน้อยลงบ้าง แต่สุขภาพจิตอาจดีขึ้นแบบก้าวกระโดดก็ได้ ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่ที่ทำงานเดียว ยังมีสังคมดีๆ ที่เห็นเราเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ทาสให้โขกสับอีกเยอะ! หลุดออกมาจากวงจรนี้ให้ได้นะคะ ถ้าเขาไม่ลงให้ ก็ต้องเป็นเราที่ถอย สุดท้ายอย่าลืมเลือกทางที่ตัวเองมีความสุขนะ งานก็ปวดหัวพอแล้วเนอะ เป็นกำลังใจให้สาวๆ วัยทำงานทุกคนค่ะ ( ´ ▽ ` ).。o♡

กิจกรรม SistaCafe