121668902 342245750216832 4203510371507762382 n
Articles makeup
ความงาม

ใช้ผิดวิธี ซื้อแพงก็เสียของเปล่า! 7 ทริคใช้ 'มอยส์เจอไรเซอร์' ให้ผิวเนียนเด้ง ได้ผลลัพธ์เหมือนคำเคลม 100%

จะซื้อครีมบำรุงผิวยี่ห้อดีราคาแพง ก็ต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วยน้า ไม่งั้นก็เหมือนลดประสิทธิภาพครีมตัวเอง ซื้อมาหลักพัน ได้ผลจริงหลักสิบ ไม่คุ้มเด้อออ


» » - » » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. เลือก 'ส่วนผสมหลัก' ที่มอบความชุ่มชื้นให้ผิวให้ถูกต้อง

    • 2. หากทาหลายตัว ต้องเรียงลำดับ 'ประเภทครีมที่จะทา' ให้ถูกต้อง

    • 3. ปรับสกินแคร์ตามสภาพผิว/ ฤดูกาล 'ทีละตัว' ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งเซ็ต!

    • 4. 'ช่วงเวลาที่ทา' ก็สำคัญ ช่วงที่ผิวยังชื้นๆ รีบทาครีมทันที!

    • 5. 'ปริมาณครีมที่เหมาะสมต่อครั้ง' ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับผิวแต่ละคน

    • 6. อย่าหลงลืม 'ส่วนลำคอและอก' อย่าทาแต่ผิวหน้าอย่างเดียว!

    • 7. ลูบไล้ครีมในทิศทาง 'จากล่างขึ้นบน' หน้าจะได้ไม่เหี่ยวไว!


    สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe คนสวยทุกคน (❤ω❤)

    กุญแจหลักสู่ความสวยของผู้หญิง ร้อยทั้งร้อยคือต้องมี ' ผิวหนังที่ชุ่มชื้น ' ไว้ก่อน เพราะทั้งแต่งหน้าง่าย ดูเด็กกว่าวัย เป็นสัญญาณของสุขภาพผิวที่ดี โชว์หน้าสดก็ยังรอด จึงไม่แปลกที่สกินแคร์จำพวก ' มอยส์เจอไรเซอร์ ' จะเป็น a must ของสาวๆ ทุกช่วงอายุ มีไลน์สำหรับเด็กถึงสูงวัย และเรนจ์ราคาตั้งแต่ดรักสโตร์ถึงเคาน์เตอร์แบรนด์แพงลิบลิ่ว แต่ก็ยังมีสาวๆ บางส่วนที่ซื้อครีมหลักหมื่น สรรพคุณเริ่ดสิบกระโหลก แต่ใช้จริงแล้วก็ยังงั้นๆ ก็ไม่แย่หรอก แต่ไม่ได้ว้าวเหมือนที่เคลมไว้ แบบนี้จะเรียกว่าโฆษณาเกินจริงได้ไหมนะ??

    ก่อนจะโวยวายว่าโดนหลอก ลองเช็คพฤติกรรมการใช้ครีมบำรุงผิวของเธอก่อนว่า ใช้ครีมเหล่านี้อย่างถูกวิธีแล้วหรือยัง ไม่ใช่แค่เลือกสรรยี่ห้อครีม แต่ต้องย้อนไปถึงดูส่วนผสมของครีมอย่างละเอียด, การลงสกินแคร์ให้ถูกขั้นตอน, ช่วงเวลาที่ทา และช่วงผิวที่สาวๆ มักละเลย ทำให้ผิวดูไม่สดใสเท่าที่ควร แต่หากสาวๆ ได้ลองทำตาม ' 7 ทริคใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ' อย่างในบทความนี้ อาจจะได้ผลลัพธ์เป็นผิวหน้าใสสวยเด้ง เหมือนที่คำเคลมของแบรนด์บอกไว้ก็ได้ ใครจะรู้ ว่าแล้วก็มาเรียนรู้วิชา Moisturizer 101 ให้ผิวเป๊ะเวอร์! กันเลยดีกว่าค่า ( ´ ▽ ` ).。o♡

    1. เลือก 'ส่วนผสมหลัก' ที่มอบความชุ่มชื้นให้ผิวให้ถูกต้อง

    คิดจะเลือกซื้อครีมยี่ห้อไหนก็ตาม ต้องเริ่มจากการดู ' Ingredients ' หรือส่วนผสมหลักเป็นอันดับแรก อย่าเห็นแค่เป็นครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ชื่อดังก็ซื้อเลย เพราะครีมตัวนั้นอาจไม่เหมาะกับสภาพผิวของเธอ หรือไม่ได้มีส่วนผสมหลักที่ให้ความชุ่มชื้นอย่างจริงจังก็เป็นได้ แพทย์ผิวหนังแนะนำว่า ให้เธอมองหาส่วนประกอบหลัก ( คือมีชื่อขึ้นเป็นชื่อแรกๆ ตรงแถบส่วนผสม ) ประเภท ' humectants ' ที่ทำให้เวลาทาครีมเข้าผิว ผิวจะชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้นกว่าปกติ 

    ศัพท์ที่ใช้ทั่วไปในวงการครีมก็คือ กลีเซอริน ( glycerin ), กรดไฮยาลูรอนิก ( hyaluronic acid ) และโพรพิลีน กลีคอล ( propylene glycol ) เป็นต้น เช็คทุกครั้งก่อนจะซื้อครีมบำรุงผิวสักชิ้น ไม่ว่าจะสำหรับผิวหน้าหรือผิวกาย ต้องมีสารชื่อเหล่านี้อย่างน้อย 1 ตัว จึงถือว่าผ่านค่ะ!

    2. หากทาหลายตัว ต้องเรียงลำดับ 'ประเภทครีมที่จะทา' ให้ถูกต้อง

    สาวๆ หลายคนซื้อสกินแคร์มาครบทุกประเภท ทั้งโทนเนอร์ ครีมเจล ครีมเนื้อเข้มข้น เซรั่ม อิมิลชั่น มาส์ก แต่ไม่รู้ลำดับขั้นตอนการใช้ที่ถูกต้อง เลยตัดสินใจทาโปะทับๆ กันไปเลย เน้นสะดวก ทาเนื้อครีมก่อน เสร็จแล้วมาส์กหน้าทับ เอ้าลืมทาเจล งั้นทาเจลโปะทับไปอีกรอบ เละไปหมด หยุดหาทำ เสียของมากๆ ค่ะซิสขาาา

    การทาสกินแคร์ที่ถูกวิธี ต้องค่อยๆ เรียงลำดับจาก ' ความเข้มข้นต่ำสุด-สูงสุด ' เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ 100% โดยเริ่มจากโทนเนอร์และเซรั่มที่มีลักษณะเหมือนน้ำเปล่าที่สุด ตามด้วยออยล์ หลังจากนั้นจึงตามด้วยครีม แต่หากทาช่วงกลางวันหรือก่อนออกจากบ้าน จะมีข้อยกเว้นคือให้ทา ' ครีมกันแดด ' เป็นขั้นตอนสุดท้าย ไม่ว่ากันแดดจะเป็นเนื้ออะไรก็ตาม ถ้าทากันแดดแล้วอย่าโบกครีมอื่นทับอีก เพราะกันแดดจะไปบล็อกการดูดซึมของผิว ทำให้ครีมที่ลงหลังจากนั้นซึมเข้าไม่ถึงหรือซึมยากขึ้นนั่นเอง

    3. ปรับสกินแคร์ตามสภาพผิว/ ฤดูกาล 'ทีละตัว' ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งเซ็ต!

    เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง เช่น เข้าหน้าร้อน ผิวมันขึ้น หรืออากาศเย็นในหน้าหนาวทำให้ผิวแห้ง ตกสะเก็ด ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเซ็ตสกินแคร์ทั้งกรุ เปลืองเงินเปล่าๆ แค่ปรับบางตัวที่ตอบโจทย์ผิวที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่พอสัก 1-2 ตัวก็เพียงพอ เช่น หน้าร้อนเธอใช้โลชั่นน้ำตบเนื้อบางเบา ครีมเจลเนื้อใสๆ ทาแป๊บเดียวซึมหายหมด แต่เมื่อเข้าหน้าหนาว ก็ปรับมาใช้โลชั่นที่เนื้อเข้มข้นมากขึ้น ครีมบำรุงผิวหน้าที่เนื้อแน่นมากขึ้น ล็อคผิวให้ชุ่มชื้นยาวนานยิ่งขึ้น

    ถ้ามีผิวแห้งมากเป็นพิเศษ ก็เพิ่มขั้นตอนเซรั่มหรือเฟซออยล์ลงไปด้วย โดยแนะนำให้เลือกส่วนผสมหลักเป็น hyaluronic acid หรือออยล์ประเภท jojoba oil, argan oil, หรือ rosehip oil เพราะเป็นออยล์จากธรรมชาติ ช่วยเติมน้ำให้ผิว ลดผิวคล้ำเสียจากแดด กระตุ้นคอลลาเจนชั้นใต้ผิว และช่วยฟื้นฟูรอยแผลเป็นเล็กน้อยบนผิวหน้า ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นอีกด้วยค่ะ ^ ^

    4. 'ช่วงเวลาที่ทา' ก็สำคัญ ช่วงที่ผิวยังชื้นๆ รีบทาครีมทันที!

    ช่วงเวลาที่ทาครีมก็สำคัญ! ถ้าอยากทาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ต้องทาตอนที่ผิวยังหมาดๆ ชื้นๆ หลังอาบน้ำเสร็จ หรือหลังล้างหน้าเสร็จทันที เพื่อล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวอย่างยาวนาน ย้ำว่าผิวต้องหมาดๆ เพราะถ้าหน้าเปียกเกินไป โลชั่นหรือครีมที่ทาก็จะหลุดลอกออก ทำให้ผิวไม่ซึมซับสารอาหารเข้าผิวเท่าที่ควรค่ะ

    เวลาที่แนะนำคือ หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนิ่มซับหน้า 1 ครั้ง แล้วลงโทนเนอร์หรือโลชั่นทันที หากสาวซิสเคยดู Vlog บิวตี้บล็อกเกอร์หรือดาราเซเลบที่ทำ Skincare Routine หลายคนจะวางสกินแคร์ทั้งเซ็ตไว้ในห้องน้ำเลย เพราะใช้ง่าย สะดวก ให้ความชุ่มชื้นผิวได้ทันท่วงที เพราะบางคนผิวแห้ง กว่าจะใส่เสื้อผ้าเสร็จผิวก็แห้งแล้ว ถึงลงครีมหลังจากนั้น ประสิทธิภาพก็ไม่ 100% แล้วล่ะค่ะ

    5. 'ปริมาณครีมที่เหมาะสมต่อครั้ง' ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับผิวแต่ละคน

    เวลาดูบิวตี้บล็อกเกอร์ทาครีม อย่าไปจำปริมาณที่เขาใช้กับหน้าหรือผิวกายตัวเองเป๊ะๆ เพราะไม่มีเกณฑ์บังคับว่าครีมตัวนี้ควรใช้แค่ 1 ปั๊มหรือ 2 ปั๊ม ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน ที่เราเห็นในเว็บไซต์ว่าให้ใช้แค่ปลายนิ้วก้อย หรือหยดออกมาเท่าเหรียญสิบบาท นั่นเป็นแค่เกณฑ์กลางๆ ในการทดลองว่าใช้แบบนี้จะได้ประสิทธิภาพตรงกับที่บอกไว้ แต่จะได้ถึง 100% ไหมก็ต้องดูอีกทีว่าผิวมัน ผิวแห้งกว่าผู้ทดลองแค่ไหน ( ส่วนใหญ่คนที่ทดลองจะผิวปกติอยู่แล้ว )

    ถ้ารู้สึกว่าบีบออกมาล้นเกินไป ทาไม่หมด พยายามโปะยังไงผิวก็ไม่ดูดซึมเพิ่มแล้ว นั่นเพราะผิวของเธอไม่ได้ต้องการครีมเยอะขนาดนั้น ในทางกลับกัน คนที่บีบออกมาเท่าที่เกณฑ์บอกแล้ว แต่รู้สึกว่าผิวยัง ' ไม่อิ่ม ' ทาหมดแล้วผิวก็ยังแห้งผาก แปลว่าเธอควรเพิ่มปริมาณต่อครั้งให้มากขึ้น อย่ายึดคนอื่นเป็นหลัก ให้ยึดผิวตัวเองเป็นหลักนะคะซิส 

    6. อย่าหลงลืม 'ส่วนลำคอและอก' อย่าทาแต่ผิวหน้าอย่างเดียว!

    สาวๆ หลายคนละเลยจุดนี้ไปเยอะมาก โบกครีมซะดีเชียว แต่โบกแค่ส่วนผิวหน้าเท่านั้นนะ คอยังแห้งผากอยู่เลย โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีอายุ การไม่ทาคอเลยถือว่าอันตรายมาก นึกภาพว่าทาครีม anti-aging แค่ส่วนหน้าแต่เว้นคอ ทำแบบนี้ต่อเนื่องหลายๆ ปี ผิวหน้าอาจดูเด็ก แต่คอรอยเหี่ยวย่นเพียบ ใส่เสื้อโชว์คอไม่ได้เลย เดี๋ยวเขารู้ว่าแก่ หน้ากับคอไม่สัมพันธ์กันเวอร์ เหมือนภาพตัดต่อ แค่คิดก็สยองแล้วจ้าแม่

    เวลาทาครีม ให้ทาเลยมาถึงส่วนกราม อก และหลังมือ เพราะผิวหนังบริเวณนั้นจะบ่งบอก ' อายุที่แท้จริง ' ถ้ากลัวเปลืองก็ใช้ครีมลดรอยสองตัว ตัวที่ราคาสูงหน่อยก็ใช้หน้า ตัวที่ราคาถูกลงมาก็ใช้ที่คอ หน้าอกและมือแทน ทั้งนี้ขอเตือนว่า อย่างก เอาครีมทาตัวไปทาหน้าเป็นอันขาด! อาจทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดรูขุมขนอุดตันได้ แม้เธอจะเถียงว่าเคยใช้แล้วไม่เห็นเป็นไร แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะบอบบางและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น จากที่ไม่แพ้อาจจะแพ้ในสักวันก็ได้ และถ้าหน้าพังตอนอายุเยอะล่ะก็ ซ่อมกลับคืนยากมาก! อย่าเสี่ยงแต่แรกจะดีกว่า

    7. ลูบไล้ครีมในทิศทาง 'จากล่างขึ้นบน' หน้าจะได้ไม่เหี่ยวไว!

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดความงาม)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe