56332608 599032257236687 5310442777436343490 n
1653381235 %e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e
สุขภาพ

เสื้อผ้าไซส์ S ไม่ไกลเกินเอื้อม! 7 ขั้นตอน 'เตรียมใจให้พร้อม' วางแผนหุ่นเป๊ะก่อนไดเอท (♥ω♥ ) ~♪

ถ้าใจเราผอม เราก็ผอมไปเกินครึ่งทางแล้วน้า ต่อสู้กับจิตใจตัวเองให้ได้ เพื่อเสื้อผ้าสวยๆ ที่รอเราอยู่ในตู้ ฮึบๆ!!


» » - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ตั้งตัวเลข 'น้ำหนักเป้าหมาย' ให้ชัดเจน

    • 2. เขียนตารางอาหาร (Meal Plan) ที่จะกิน อย่างละเอียด

    • 3. ลงทุนจ้าง 'เทรนเนอร์ส่วนตัว' (อย่างน้อยก็ในช่วงแรกๆ)

    • 4. จดอาหารที่กิน และการออกกำลังกาย 'ทุกวัน' เพื่อติดตามผล

    • 5. ตั้งระยะเวลาที่ 'เป็นไปได้จริง' กับน้ำหนักที่อยากได้

    • 6. เชื่อมั่นในตัวเอง ทุกเช้าจงส่องกระจก แล้วบอกว่า 'ฉันทำได้!'

    • 7. ตั้ง 'แรงบันดาลใจ' ที่คุ้มค่ากับการลดน้ำหนัก


    ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe คนอยากผอม หุ่นเพรียวทั้งหลาย!

    กว่าจะลดน้ำหนัก ตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนได้หุ่นสวย ใส่เสื้อผ้าไซส์ S ดีไซน์น่ารัก เซ็กซี่ ที่วาดฝันไว้นั้น ทุกคนคงรู้ว่าระหว่างทางต้องมีวินัยอย่างมาก ซึ่งขั้นตอนแรกของการคิดจะไดเอทก็คือ ' การเตรียมใจ ' เพราะถ้าใจไม่แข็งพอ ก็มีสิทธิ์แพลนล่มกลางคันได้ง่ายๆ เพราะการต้องงดกินอาหารที่ชอบ ต้องแบ่งเวลาไปฟิตเนสทั้งที่ปกติไม่เคยไป มันก็คือการทดสอบความอดทนดีๆ นี่เอง และไม่ใช่ทุกคนจะทนไหวจนถึงปลายทาง ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงมีแต่คนผอมแล้วล่ะค่ะ TT_TT

    การไดเอทเป็นการวิ่งมาราธอนระยะยาว มันไม่ใช่แค่อดกิน เลิกกินแป๊บๆ แล้วกลับไปกินใหม่ แต่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างถาวร ถ้าไม่อยากกลับไปหุ่นเดิม การวางแผนก่อนจะลดจริงจังจึงสำคัญ ลดไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ หรือตั้งความหวังที่เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ไม่ผอม! สาวซิสทุกคนที่เริ่มอึดอัดกับหุ่น เราขอให้อ่าน ' 7 ขั้นตอนเตรียมใจให้พร้อม ก่อนลดความอ้วน ' เป็นไกด์ไลน์คร่าวๆ ก่อน เพื่อเธอจะได้เป็นคนผอมอย่างยั่งยืนตลอดไป ไม่กลับมาอ้วนอีกนะคะ พร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเลย (*˘︶˘*).。.:*♡

    1. ตั้งตัวเลข 'น้ำหนักเป้าหมาย' ให้ชัดเจน

    จะคิดทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จในระยะยาว ต้องตั้ง ' เป้าหมายที่ชัดเจน ' ทุกครั้ง เพื่อจะได้มีใจจดจ่อ ไม่สับสนระหว่างทาง ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเลยค่ะ! สิ่งแรกที่ควรคิดคือ " อยากลดน้ำหนักไปเพื่ออะไร " คำตอบไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เธออาจแค่อยากดูดี สบายตัวขึ้น ใส่ชุดได้สวยขึ้น หรืออาจเป็นการลดเพื่องานที่ใช้รูปร่างหน้าตา ลดเพราะหมอสั่ง ก็ถือเป็นเหตุผลที่ดีทั้งนั้น

    จากสาเหตุที่เธออยากผอมนั้น ก็คิดทบทวนอีกขั้นตอนว่า ' แล้วต้องลดกี่กิโล ถึงจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ' ( ควรเป็นน้ำหนักที่สุขภาพดี อยู่ในค่า BMI ปกติ ไม่ใช่คิดจะลดจนเห็นกระดูก อันนั้นไม่ใช่ลดน้ำหนักแล้ว เรียกว่าทรมานตัวเองมากกว่า ) แล้วหักลบจากน้ำหนักปัจจุบันตั้งเป็นน้ำหนักเป้าหมาย ในความเป็นจริงเธออาจไม่ได้ตัวเลขนี้เป๊ะๆ หรอก แต่การกำหนดตัวเลขไปเลย จะช่วยตีกรอบ ย้ำเตือนสติว่าเราจะไม่หลุด ไม่เผลอกินจนเกิน range ที่ควรจะเป็นค่ะ

    2. เขียนตารางอาหาร (Meal Plan) ที่จะกิน อย่างละเอียด

    เมื่อได้เป้าหมายและตัวเลขน้ำหนักในฝันแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือวางแผน ' เตรียมอาหาร ' ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการไดเอท เพราะการลดที่สำเร็จ อาหารมีส่วนไปแล้วกว่า 70% การกะสารอาหาร พลังงานให้ดีในแต่ละมื้อ จึงชี้เป็นชี้ตายได้เลยว่า เธอจะอ้วนขึ้น เท่าเดิม หรือผอมลง จะเขียนลงกระดาษแล้วแปะบนตู้เย็นก็เห็นชัดเจนดี แต่ถ้าเธอไม่ค่อยอยู่บ้าน จดใส่ app ติดมือถือไว้ก็สะดวกกว่า

    ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำ Meal Plan อยู่ที่ครั้งละ 1 สัปดาห์ กำลังพอดี ไม่ต้องเสียเวลานั่งคิดวันต่อวัน หากมีปัจจัยอื่นแทรก เช่น น้ำหนักลดลง มีนัดกินเลี้ยงข้างนอก หรือกำลังเป็นรอบเดือน ก็สามารถปรับแก้ได้ทันท่วงที ถ้าจะทำแบบโฮมเมด เมนูที่อยากกินก็ใช้เป็นไกด์ไลน์เวลาไปจ่ายตลาด ซื้อของเข้าบ้านได้ด้วย เช่น อยากกินสมูทตี้กับขนมปังปิ้งเป็นมื้อเช้า ก็ต้องซื้อผลไม้สดกับขนมปังแถว เป็นต้น

    3. ลงทุนจ้าง 'เทรนเนอร์ส่วนตัว' (อย่างน้อยก็ในช่วงแรกๆ)

    ที่จริงคุมอาหารอย่างเดียว น้ำหนักก็ลดได้ แต่ถ้าสาวๆ ชอบหุ่นเฟิร์มกระชับ สุขภาพดี ระบบเผาผลาญดีในระยะยาว ยังไงก็ต้องออกกำลังกายควบคู่! คนส่วนใหญ่เวลาจะไดเอทมักคิดว่า " จะกินอะไรดี " แทนที่จะคิดว่า " จะออกกำลังแบบไหนดี " บางคนก็งดออกกำลังไปเลย เน้นกินน้อยๆ ผลลัพธ์คือได้หุ่นซูบ เนื้อเหลว ก้นเหลว ไม่กระชับเท่าที่ควร เธอคงไม่อยากมีหุ่นแบบนั้นหรอก

    หากอ่านความรู้ในอินเตอร์เน็ตแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ทำท่าไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน และพอมีงบอยู่บ้าง เราแนะนำให้จ้าง ' Personal Trainer ' หรือเทรนเนอร์ส่วนตัวมากำกับ มาสอนก่อนในช่วงแรก ให้เขาแนะนำว่าเราควรกินยังไง กินเท่าไหร่ ออกกำลังแบบไหนให้ตรงจุด เพราะบางบริเวณในร่างกาย ก็ต้องใช้ท่าเฉพาะเพื่อให้กระชับ เช่น ต้นแขน หน้าท้อง ถ้างมเอาเองอาจได้หุ่นที่ไม่สวยเท่าที่ควร ดังนั้นยอมลงทุนหน่อย เมื่อได้ความรู้ครบแล้ว ก็สามารถลุยเดี่ยวได้เองแล้วค่ะ

    4. จดอาหารที่กิน และการออกกำลังกาย 'ทุกวัน' เพื่อติดตามผล

    การตั้งเป้าหมายระยะยาว ถ้าทำแบบเอื่อย เฉื่อยแฉะ ขอไปที มีโอกาสสูงมากที่จะล้มระหว่างทาง เหมือนบางคนที่จะทำบัญชีรายรับรายจ่าย ทำไปได้สามวัน เลิก! ขี้เกียจ! ดังนั้นเพื่อเฆี่ยนตี กระตุ้นตัวเอง ต้องบังคับตัวเองให้ ' ติดตามผล ' ทุกมื้ออาหารที่กิน และการออกกำลังกายในทุกวัน เราจะได้รู้ progress ตัวเอง หากมีข้อผิดพลาด น้ำหนักไม่ลง เราจะเช็คได้ง่ายว่ามาจากตรงไหน ควรปรับอะไร ถ้าเธอเข้าคอร์สลดกับเทรนเนอร์ที่เคร่งๆ เขาก็จะบังคับให้ทำแบบนี้เหมือนกันค่ะ 

    จะจดใส่สมุดธรรมดา หรือใช้แอปพลิเคชั่นออนไลน์เพื่อไดเอทก็ได้ มีให้เลือกโหลดหลายแอปตามชอบ ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ ควรใช้แอพที่สามารถแนบรูปถ่ายอาหารมื้อนั้นได้ เพราะบางทีแค่ชื่อเมนู ผ่านไปนานๆ เรานึกภาพไม่ออกว่ากินอะไรเข้าไป มีส่วนผสมของอะไรบ้าง รูปภาพจะทำให้ประเมินได้ง่ายขึ้น แอปดีๆ จะมีให้กรอกเลยว่า เธอออกกำลังวันนี้กี่ชั่วโมง เผาไปกี่แคล ออกกำลังแบบไหน รวมถึงการดื่มน้ำว่าเพียงพอต่อวันไหม ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการไดเอททั้งสิ้น จดเก็บไว้เป็นหลักฐาน เผื่อได้ใช้ในอนาคตค่ะ

    5. ตั้งระยะเวลาที่ 'เป็นไปได้จริง' กับน้ำหนักที่อยากได้

    จะตั้งน้ำหนักเป้าหมาย ก็ต้องตั้งระยะเวลาที่ใช้อย่างสมเหตุสมผลด้วย อย่าตั้งอะไรเวอร์ๆ อย่างลด 10 กิโลใน 1 เดือน หรือลด 5 กิโลใน 2 วัน มันเป็นไปไม่ได้หรอกนอกจากจะตัดแขนขาทิ้ง ยิ่งทำให้ใจคนลดฝ่อซะเปล่าๆ ยิ่งตั้งเวลาให้ตรงกับความเป็นจริงได้มากเท่าไหร่ เธอก็มีโอกาสเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายขึ้นเท่านั้นค่ะ

    เธอกำลังสร้างไลฟ์สไตล์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เกมทรมานตัวเองแบบหย่อนระเบิดเวลา ทนไม่ไหวก็ระเบิดตู้ม! ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ระยะเวลาที่เหมาะ ไม่เสียสุขภาพที่สุดคือ ' ไม่เกิน 1 กิโลต่อสัปดาห์ ' และเผื่อเวลาไว้หลายๆ สัปดาห์หรือหลายเดือน การลดเร่งด่วนในไม่กี่วัน ไม่เรียกว่าลดน้ำหนัก เรียกว่ารีดน้ำออกจากร่างกายมากกว่า ถ้าจะลดให้ผอมยั่งยืน ยังไงก็ต้องใช้เวลา หนีไม่พ้น ทำใจและเอาชนะความอ้วนให้ได้!

    6. เชื่อมั่นในตัวเอง ทุกเช้าจงส่องกระจก แล้วบอกว่า 'ฉันทำได้!'

    เมื่อลดน้ำหนักไปสักพัก ไม่ได้กินของหวาน ของทอดที่ชอบติดต่อกันนานๆ หลายคนจะเริ่มมีปัญหากับสุขภาพจิต หม่นหมอง ซึมเศร้า ไม่มั่นใจในตัวเอง ยอมแพ้ กลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเก่า พอน้ำหนักขึ้นก็กลับมาลดอีก วนลูปไปเรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงมากมายอยู่ในวังวนไดเอททั้งชีวิต เพราะล่มก่อนจะถึงเป้าหมายทุกที ไม่ใช่ทุกคนที่จะหักห้ามใจตัวเองได้ และคนเหล่านี้ในใจลึกๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้นี่แหละค่ะ

    แต่ครั้งนี้ต้องไม่เป็นแบบนั้น! เธอต้องขุด ' ความเชื่อมั่นในตัวเอง ' ขึ้นมา ท่องย้ำซ้ำๆ มั่นใจว่าตัวเองทำได้ ทุกเช้าหลังตื่นนอน ให้เธอส่องกระจก ยิ้มให้ตัวเองแล้วพูดดังๆ ว่า " ฉันทำได้ ฉันต้องผอม! " ในทุกๆ วัน เป็นทริคทางจิตวิทยา สะกดจิตให้เธอบังคับตัวเองโดยอัตโนมัติ บอกเลยว่าไม่มีใครให้กำลังใจเรา ได้ดีไปกว่าตัวเราเองอีกแล้วค่ะ

    7. ตั้ง 'แรงบันดาลใจ' ที่คุ้มค่ากับการลดน้ำหนัก

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe