1582704678 cat health color
สุขภาพ

หัวตื้อ เบลอ อารมณ์แปรปรวน! 7 สาเหตุของ 'ภาวะสมองล้า (brain fog)' โรคฮิตของสาวๆ ยุคออนไลน์

ทั้งนอนไม่หลับ สมองตื้อ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตื่นมาไม่สดชื่นเลย รู้สึกดิ่งๆ ดาวน์ๆ ยังไงไม่รู้ อย่านิ่งนอนใจไป เพราะอาจเป็นอาการเริ่มต้นของ 'Brain Fog Syndrome' หรือภาวะสมองล้า มันคืออะไร มาหาคำตอบในบทความนี้กันค่ะ


» » - - - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ความเครียด

    • 2. อาหารการกิน

    • 3. โรคภูมิแพ้

    • 4. นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่พอ

    • 5. ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง / ฮอร์โมนภายในไม่สมดุล

    • 6. ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค

    • 7. กำลังป่วย มีโรคประจำตัว / อยู่ในระหว่างการรักษาตัว

     

    ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe ยุคโซเชียลทั้งหลาย 

    [[ คนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงานกับหน้าจอแทบจะ 24 ชั่วโมง ซ้ำยังมีงานนอก งานในให้ต้องทำจนหัวหมุน ต้องทนทรมานกับการจราจรแย่ๆ รถติดเป็นแพกว่าจะถึงบ้าน กลับมาก็ต้องเคลียร์งานต่อ กว่าจะนอนก็นู่น ตี 1 ตี 2 อาหารการกินก็เลือกมากไม่ได้ ต้องซื้อจากมินิมาร์ทหรือของเซลล์ถูกๆ เพื่อประหยัดและจะได้ไม่ไปทำงานสาย ออกกำลังกายเหรอ? อย่าว่าแต่ไปฟิตเนส แค่ออกไปเดินรอบหมู่บ้านยังไม่มีเวลาเลยจ้า... ]]

    เชื่อว่าสาวๆ ยุคโซเชียลทั้งนักเรียน นักศึกษาหรือคนวัยทำงาน ต้องเจอปัญหานี้กันมาแทบทุกคน นานๆ เข้าก็หัวตื้อ เบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก จำอะไรไม่ค่อยได้ แถมอารมณ์ก็ขึ้นๆ ลงๆ จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ อาการนี้ไม่ใช่การมโนไปเองนะคะ แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่เรียกว่า ' สมองล้า ( Brain Fog Syndrome ) ' แถมคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นกันเยอะแต่ไม่รู้ตัวด้วยค่ะ .__.

    อย่าคิดว่า แค่หัวตื้อๆ ล้าๆ เอง ไม่ต้องไปสนใจมันมากเดี๋ยวก็หายเอง เพราะถ้า ' สมอง ' ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดสั่งการได้ไม่เต็มที่ ทุกอย่างในชีวิตของเธอก็จะพังเป็นโดมิโนอยู่ดี เพราะทุกอย่างมาจากสมองสั่งการ จริงไหม? ดังนั้นอย่าละเลย และรู้เท่าทันภาวะนี้ด้วยการสืบไปถึงต้นตอของ ' ภาวะสมองล้า ' กันดีกว่า ว่ามันเกิดจากอะไร และจะมีวิธีป้องกัน ยับยั้งให้สมองกลับมาสดใส หัวโล่ง คิดอะไรได้ราบรื่นเหมือนเดิมบ้าง มาค่ะ ไปดูกัน!

    1. ความเครียด

    สาเหตุอันดับต้นๆ เรียกว่าเป็นท็อปลิสต์อันดับหนึ่งในการเกิดภาวะสมองล้า ก็คือ ' ความเครียด ' ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะความเครียดคือต้นเหตุของภาวะผิดปกติหลายอย่างในร่างกายค่ะ เช่น เพิ่มความดันโลหิต, กระตุ้นให้โรคซึมเศร้ารุนแรงขึ้น หรือทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนลงจนติดเชื้อได้ง่าย

    สาเหตุของความเครียด นอกจากคลื่นแม่เหล็กจากหน้าจอที่เราต้องจดจ่อกับมันทั้งวัน ก็จะเกี่ยวกับภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติด้วยเช่นกัน ( สังเกตง่ายๆ เดือนไหนเครียด เมนส์มักมาเลทหรือหายไปดื้อๆ เพราะระบบภายในมีปัญหานั่นเองค่ะ ) เมื่อเครียด สมองจะสั่งการได้ไม่ดีเท่าที่ควร เหมือนสมองถูกบล็อกการใช้งาน จึงทำให้คิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ หรือใช้สมาธิได้ยากขึ้น ส่งผลให้เครียดมากขึ้นอีก ( เพราะคิดงานไม่ออก ) กลายเป็นวงจรอุบาทว์ไปซะงั้น

    เราสามารถบรรเทาความเครียดได้ง่ายๆ ด้วยการเลี่ยงทุกอย่างที่มีคาเฟอีน, แอลกอฮอล์และนิโคติน ง่ายๆ คือเลี่ยงชากาแฟ ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ค่ะ นอกจากจะช่วยเรื่องสุขภาพกายได้แน่นอนแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุขภาพใจให้เฮลตี้ หัวสมองปลอดโปร่งอีกด้วย ยิ่งถ้าได้ออกกำลังกาย หาเพื่อนคุยช่วยระบายความเครียด ทำสมาธิ รู้จักบริหารจัดการเวลาให้สมดุลได้ ก็จะยิ่งกำจัดความเครียดได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นค่ะ

    2. อาหารการกิน

    ถ้าจะบอกว่า คนรุ่นใหม่เลือกกินอาหารได้แย่ลงก็คงจะจริง! ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ต้องออกจากบ้านให้ทันเวลา จะมากินอาหารสุขภาพเป็นเซ็ตๆ นั่งกินชิลล์ๆ ก็คงไม่ใช่ สุดท้ายก็ลงเอยที่แซนด์วิช เบอร์เกอร์หรือข้าวกล่องตามร้านแผงทั่วไปหรือมินิมาร์ท ที่ราคาถูก อิ่มท้องและประหยัด แต่สารอาหารเข้าขั้นวิกฤติ บางทีมีแต่คาร์โบไฮเดรตกับเนื้อติดมัน ไขมันทรานส์ ไหนจะของปิ้งๆ ย่างๆ ที่ติดไหม้ ซึ่งส่วนไหม้ๆ นั่นแหละเป็นสารเคมีก่อมะเร็งได้ สรุปทั้งอ้วน ทั้งป่วยเลยจ้า

    หากสาวๆ ได้รับอาหารที่มีวิตามิน B12 ไม่เพียงพอ จะเกิด ' ภาวะสมองล้า ' ได้ง่ายมากๆ และอาจส่งผลต่อโรคเกี่ยวกับสภาพจิตใจและระบบประสาทอื่นๆ อีกด้วย โดยมีงานวิจัยออกมาว่า วัยผู้ใหญ่เกือบ 40% ขาดวิตามินชนิดนี้เลยทีเดียว! ซึ่งวิตามินนี้จะพบได้ในเนื้อสัตว์ค่ะ ( คนเป็นมังสวิรัติจึงมีแนวโน้มเป็นโรคนี้ง่าย ถ้าไม่กินอาหารเสริมช่วย ) อีกทั้งยังไม่ควรขาดวิตามิน D และโอเมก้า 3 เพราะกรดไขมันจะช่วยทำให้สมองสั่งการและใช้สมาธิได้ดี ซึ่งหาได้ในอาหารจำพวกปลาทะเล นม ไข่แดง ตับ เป็นต้น

    อาหารที่สาวๆ ควรลด ละ เลิก ( แม้จะยากมากก็ตาม ) คือรสหวานจากน้ำตาล, คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ข้าวขาว ขนมปังขาว เพราะยิ่งกินยิ่งกระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดสวิง ทำให้หิวบ่อย กินจุกจิก อ้วนขึ้น แถมหัวตื้อ เพลีย นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนอีกด้วย ดังนั้นถ้าอยากหัวโปร่งๆ ' อย่าเสพติดน้ำตาล ' เป็นอันขาด #เตือนแล้วนะเออ!

    3. โรคภูมิแพ้

    โรคภูมิแพ้ในที่นี้หมายถึง ' ภูมิแพ้อาหาร ' ค่ะ ถ้าสาวๆ มีประวัติแพ้อาหารชนิดไหนอย่างรุนแรง หรือกินแล้วร่างกายจะเกิดเซนซิทีฟ หรือแสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ถั่วต่างๆ ข้าวโพด งาดำ ข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม ( dairy products ) หรือแอสปาแตมจากน้ำตาลเทียม หากเผลอกินอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ก็อาจเกิดภาวะสมองล้าได้เช่นกัน บางคนมีอาการแพ้รุนแรงที่หมอตรวจพบตั้งแต่เด็กๆ แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ เพราะไม่ได้ส่งผลรุนแรงต่อร่างกายขนาดแอดมิต แต่ส่งผลแบบผิดปกตินิดๆ หน่อยๆ เช่นสมองล้า หัวตื้อ นอนไม่หลับ คนส่วนใหญ่เลยปล่อยผ่าน แต่ที่จริงอาหารนั่นแหละสาเหตุ!

    ถ้าเธอแอบสงสัยว่าแพ้สิ่งที่กินหรือไม่ ลองงดของกินทุกชนิดที่มีส่วนผสมเป็นของต้องสงสัยนั้นสัก 2 สัปดาห์ ( เป็นเวลาโดยประมาณที่ร่างกายจะขับสารพิษออกจนหมด ) หากอาการดีขึ้น ก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นเพราะอาหารชัวร์! แต่ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าแพ้อะไร ก็แนะนำให้ปรึกษาหมอดีกว่าค่ะ

    4. นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่พอ

    การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอนเนี่ย เป็นบ่อเกิดของความผิดปกติหลายๆ อย่างในร่างกายเลยล่ะค่ะ เพราะอย่างที่เรียนกันมาแต่เด็กว่า เราทุกคนต้องนอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ หากนอนน้อย ร่างกายก็ซ่อมได้ไม่เต็มที่ ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ก็ต้องยอมรับว่ามีคนบางประเภทที่นอนน้อยแค่ 3-4 ชั่วโมง ก็สุขภาพดีปกติ แต่ต้องเป็นคนมียีนชนิดพิเศษซึ่งหายากมากๆ ให้คิดก่อนเลยว่าไม่ใช่พวกเราอย่างแน่นอน!

    คนทั่วไปต้องการพักผ่อน 8-9 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่ดี หากนอนน้อยกว่านั้น ผลเสียจะตกอยู่กับสมองของเธอนั่นแหละ นานเข้าก็จะเกิดอาการ brain fog สมองล้า ความจำสั้น สมาธิแย่ลง หรือที่เรียกกันว่า ' อ๊องๆ ' นั่นแหละ เวลาล้อเพื่อนเหมือนจะขำ แต่ถ้าเป็นเองบอกเลยว่าไม่สนุกนะ ฟีลเหมือนคนเมาตลอดเวลาน่ะค่ะ สุดท้ายตื่นเช้าก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเวลาที่ตื่นก็ทำงานไม่ได้อยู่ดี

    ดังนั้นหากเป็นไปได้ พยายามจัดการเวลาให้เข้านอนได้เร็วที่สุด นอนแต่หัวค่ำ ใส่ชุดนอนสบายๆ ปิดผ้าม่านให้มืด ดื่มนมอุ่นๆ กินเมลาโทนิน ทำวิธีไหนก็ได้ให้หลับลึก เราไม่แนะนำให้เปิดทีวีกล่อม หรือหลับคาหน้าจอคอม เพราะแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอเหล่านี้จะลดจำนวนเมลาโทนินในร่างกาย ทำให้เวลาตื่นจะตาค้างยิ่งกว่าเดิม ทางที่ดีไม่ควรทำอะไรเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนเลยจะดีที่สุด ให้อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงแจ๊ส เพลงคลาสสิกให้เคลิ้มๆ จะหลับง่ายกว่า

    5. ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง / ฮอร์โมนภายในไม่สมดุล

    บางครั้งการที่เราคิดอะไรไม่ออก สมองไม่แล่นก็มาจากการที่ ' ฮอร์โมนสวิง ' หรือฮอร์โมนแปรปรวน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องมีประจำเดือนทุกเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโพรเจสเทอโรนจะไม่เสถียร ขึ้นๆ ลงๆ ได้ตลอด สาวๆ บางคนจึงอาจเคยเจอกับภาวะ ' ความจำระยะสั้นขาดหาย ' ลืมไปเฉยๆ ว่าเมื่อเช้าทำอะไร กินข้าวกับอะไร หรือความจำในแง่อื่นๆ ก็อาจแย่ลงด้วยเช่นกัน

    หากสาวๆ ตั้งครรภ์ กำลังจะมีเจ้าตัวน้อย หรือมีคุณแม่ คุณน้า คุณป้าที่กำลังจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ( menopause ) ก็ไม่ต้องแปลกใจที่พวกเขาจะเริ่มความจำแย่ลง เป็นเรื่องปกติ แต่สามารถบำรุงให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์นะคะ

    6. ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe