89853084 140137744017902 6608961497974247780 n
Articles love2
ความรัก

คิดแบบนี้ คบไปก็เลิก! 7 ’ความเชื่อผิดๆ ในการคบกัน' ที่ทำความสัมพันธ์พังทลาย! #เป็นเศร้า

ไปเอามาจากไหน!? ไม่เกี่ยว ไม่จริง อย่าหาทำเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากเลิกกับแฟน!


» » - - - » »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ผู้ชายไม่ชอบสาวแข็งแกร่ง ต้องทำตัวอ่อนแอ แก้ปัญหาไม่เป็น ถึงได้ใจผู้!

    • 2. เล่นตัวอยู่นั่น งอนอะไรก็ไม่บอก ตกลงรักแฟนจริงๆ รึเปล่า

    • 3. ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเสียสละเสมอ ยอมๆ ไปแล้วกัน

    • 4. เราต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง ห้ามขัด ไม่งั้นจะคบกันทำไม?

    • 5. ทำไมแฟนเป็นคนที่ 'เพอร์เฟกต์' ให้เธอไม่ได้?

    • 6. เห็นครั้งแรก ไม่รู้สึกปิ๊งปั๊งเลย คนนี้คงไม่ใช่หรอก เดี๋ยวก็เลิก!

    • 7. ฝืนทำตัวเป็น 'แฟนในอุดมคติ' ทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อย


    เซย์ไฮค่าาา สาวๆ SistaCafe ที่สถานะ " ไม่โสด " ทุกคน ^^

    เมื่อผู้หญิงและผู้ชายตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ได้คุยกัน จนพัฒนามาขอคบกันเป็นแฟน จากสถานะคนคุยก็จะเปลี่ยนเป็น ' คู่รัก ' ซึ่งไม่พ้นที่สาวๆ อย่างเราจะเพิ่มความคาดหวังในการคบกันทันที เชื่อว่าผู้ชายต้องเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงต้องเป็นแบบนี้ ต้องทำแบบนี้ความรักถึงจะไปรอด แต่สุดท้ายก็จบด้วยน้ำตา ใครเคยมีอดีตประมาณนี้ ลองย้อนกลับไปทบทวนตัวเองดูซิว่า เธอพลาดไปตรงไหนกัน??

    การประคับประคองความสัมพันธ์ มันก็มีหลักที่ควรทำตามอยู่แหละ ถ้าปล่อยเมินเฉยไม่สนใจความรู้สึกกันก็คงไม่รอด แต่ ' ความเชื่อผิดๆ ' ที่สาวๆ ปักใจเชื่อจากญาติผู้ใหญ่บ้าง หนังรักโรแมนติก หรือสังคมที่อยู่นี่แหละ ที่ทำให้ความรักพังทลายได้ง่ายๆ แม้จะทำด้วยเจตนาดีก็เถอะ แต่บางครั้งก็สร้างความอึดอัดให้ผู้ชายหนีได้เหมือนกันค่ะ บทความนี้เราจึงขอเสนอ ' 7 ความเชื่อผิดๆ ในการคบกันของคู่รัก ที่นำทางไปสู่หายนะ ' ใครที่กำลังทำแบบนี้กับแฟนอยู่ เลิกซะก่อนสายเกินไป!!

    1. ผู้ชายไม่ชอบสาวแข็งแกร่ง ต้องทำตัวอ่อนแอ แก้ปัญหาไม่เป็น ถึงได้ใจผู้!

    แค่เริ่มต้นมาก็ผิดแล้ว! สาวๆ บางคนอาจจะดูหนังรัก ซีรีส์เกาหลีประเภทนางเอกบอบบาง น่าทะนุถนอม ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องให้ผู้ชายเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยตลอด เลยคิดว่าถ้ารับบทแบบนั้น ความรักของตัวเองจะได้โรแมนติก ใสซื่อบริสุทธิ์ให้เพื่อนอิจฉา แต่เธอขา ผู้ชายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเขาก็ชอบช้างเท้าหลังแหละ แต่บางคนก็อยากให้แฟนแกร่งพอๆ กัน ความรู้ทันกันเพื่อก้าวไปด้วยกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ภรรยาอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ มิเชล โอบาม่า, ราชินีหรือเจ้าหญิงของประเทศต่างๆ หรือแ้แต่ภรรยานักธุรกิจใหญ่ในไทย ก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นชื่อว่าสาวเก่งทั้งนั้น ต้องดูแลทั้งเรื่องที่บ้าน ทั้งช่วยงานสามี และยังครองรักมานานถึงปัจจุบัน

    ที่จริงความคิดแบบต้องให้ผู้ชายมาดูแลตลอด เริ่มจะเป็นแนวคิดที่เอาท์แล้วในคนรุ่นใหม่ เพราะมันบ่งบอกถึงค่านิยมชายเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นพิษต่อทั้งผู้หญิงและตัวผู้ชายเอง ( toxic masculinity ) ที่บังคับให้ผู้ชายต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ ทั้งที่ผู้ชายก็เป็นคน มีความรู้สึกเหมือนกัน และไม่ใช่หนุ่มๆ ทุกคนที่จะมีภาวะผู้นำด้วย ถ้าเธอเป็นคนแกร่ง และแฟนอยากเป็นผู้ตามมากกว่า ตกลงกันได้ คนนอกก็ไม่เกี่ยวแล้วค่ะ มันอยู่ที่การตกลงกันล้วนๆ เลย

    2. เล่นตัวอยู่นั่น งอนอะไรก็ไม่บอก ตกลงรักแฟนจริงๆ รึเปล่า

    การเล่นเกมมันจะสนุกต่อเมื่อเป็นเกมจริงๆ ไม่ใช่เล่นกับความรู้สึกของคนรักค่ะ! บางคนเชื่อมาจากค่านิยมไทยสมัยโบราณว่า " ต้องเล่นตัวเข้าไว้ มีอะไรต้องเก็บไว้ห้ามบอก เดี๋ยวผู้ชายจะหาว่าเราเป็นคนใจง่าย " กลายเป็นว่า ชอบก็ไม่บอก โกรธก็ไม่บอก เกลียดก็ทำเฉย แต่หน้านี่บูดเป็นก้นลิงเลยจ่ะ ผู้ชายเองพอตามง้อหลายๆ ครั้งเข้า ก็ขี้เกียจจะเดาใจ ปล่อยดีกว่า พอไม่ง้อก็ระเบิดลงอีกว่าทำไมไม่ถาม เอ้า แล้วทำไมไม่พูดแต่แรกล่ะแม่คุณ?

    คิดจะคบกันเป็นแฟนน่ะ มันต้องเปิดใจคุยกันให้มากๆ เลิกเล่นเกมปั่นประสาท มีความลับต่อกันได้แล้ว การเล่นตัวแบบไม่มีเหตุผล จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ถึงทางตันได้ง่ายๆ ที่จริงมีงานวิจัยออกมาด้วยว่า คนที่ชอบเล่นตัว มีความลับ ไม่เผยความในใจ ผู้ชายจะไม่คบเป็นแฟนในระยะยาว ถ้ายังอยากเป็นฝ่ายเอาชนะในความสัมพันธ์อยู่ เราว่าเธออาจจะไม่เหมาะกับการมีแฟนก็เป็นได้

    3. ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเสียสละเสมอ ยอมๆ ไปแล้วกัน

    สาวซิสบางคนก็ยังติดค่านิยมเก่าๆ ว่า " อยากให้ความสัมพันธ์ไปรอด ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายยอมผู้ชาย ต้องคอยดูแล ปรนนิบัติทุกอย่าง เขาจะได้ไม่หนีจากเราไปไหน แต่ไม่ต้องไปหวังนะว่าเขาจะดูแลเรากลับ ก็เขาเป็นผู้ชายนี่นา " โอ้โห... ค่านิยมแบบย้อนกลับไปรัชกาลที่ 5 สุดๆ แต่นี่ปี 2020 แล้วนะคะซิส หญิงชายเท่าเทียมกันแล้ว เราไม่จำเป็นต้องรับบทคนใช้ คนดูแลตลอดก็ได้ วันนี้เราดูแล พรุ่งนี้ก็ปล่อยให้เขาได้ดูแลเราบ้าง จะผลักภาระมาให้เราฝ่ายเดียวได้ยังไง ก็คนเหมือนกัน!

    จะคบกันได้ยืด ต่างฝ่ายก็ต้องประคับประคองไปด้วยกัน ให้นึกภาพก็เหมือนเราแบกก้อนหินที่กำลังจะทับทั้งคู่อยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเขาไม่มาช่วยแบกเลย ยืนดูเฉยๆ สักวันเราก็จะอ่อนแรงจนแบกไม่ไหว สักวันก้อนหินนั้นก็คงตกลงมาทับตายกันทั้งคู่ ดังนั้นต้องแบ่งหน้าที่การดูแลให้ผู้ชายบ้าง เขาจะได้รู้ด้วยว่า การต้องเอาใจใส่คนคนหนึ่งนั้น มันเหนื่อยและใช้พลังใจมากแค่ไหน ทำให้เขาเข้าใจเรา มองในมุมเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วยค่ะ  (*¯︶¯*)

    4. เราต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง ห้ามขัด ไม่งั้นจะคบกันทำไม?

    เดี๋ยวก่อนน เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า? การคบเป็นแฟนกัน ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทุกเรื่องเด้อ! สาวๆ บางคนคิดว่า " เธอเป็นแฟนฉัน เธอก็ต้องเห็นด้วยกับฉันทุกเรื่องสิ ไม่งั้นจะคบกันไปทำไม " คือเรามีแฟนเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนกัน ไม่ใช่คนรับใช้หรือลูกน้องที่ต้องมาเออออกับเราตลอด ทุกคนมีความคิดของตัวเอง ถ้าเธอไปเจอผู้ชายที่ไม่ขัดอะไรเธอเลย เธอจะทำอะไรแย่ๆ เขาก็ไม่ขัด นี่จะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ เหรอ ลองคิดดูให้ดีนะคะ

    ทั้งเธอและแฟนต่างก็มาจากคนละครอบครัว คนละภูมิหลัง ย่อมมีแนวคิด ทัศนคติที่ต่างกัน ( แม้จะมีจุดที่ตรงกันอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้มาคบกัน ) ดังนั้นจงยอมรับความแตกต่างนั้น และมองว่ามีคนคอยเบรก ดีกว่าเราเผลอทำเรื่องแย่ๆ ลงไปโดยไม่มีคนเตือน เรื่องความชอบก็เช่นกัน ไม่มีใครที่ชอบเหมือนกัน 100% หรอก ลองปรับมุมมองสิว่า เรื่องที่ชอบตรงกันเรารู้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่ต่างกัน เปิดใจกว้างๆ แล้วให้เขาลองแนะนำเราดูก่อน อย่าเพิ่งปิดประตูใส่ ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นเรื่องที่เธอชอบในอนาคตก็ได้

    5. ทำไมแฟนเป็นคนที่ 'เพอร์เฟกต์' ให้เธอไม่ได้?

    โลกนี้ไม่ใช่เทพนิยายดิสนีย์ ไม่ใช่ซีรีส์เกาหลีที่พระเอกจะต้องเหมือนเจ้าชาย หล่อเหลา สูงสง่า ผอม หุ่นดี รวยล้นฟ้า ความสามารถเพียบพร้อมทุกด้าน ความเป็นจริงคือคนเราก็มีข้อเสียกันทุกคน แม้แต่เธอเองก็ใช่ว่าจะดี 100% ถูกไหม ดังนั้นอย่าคาดหวังผู้ชายจนกลายเป็นความกดดัน แต่รักเขาในแบบที่เขาเป็นจะดีกว่า ลองคิดในทางกลับกันว่า ถ้าแฟนชอบเธอ แค่เพราะเธอหน้าสวย หุ่นดีเหมือนดารา แต่ไม่ได้สนใจตัวตนของเธอเลย เธอจะยังมีความสุขอยู่เหรอ?

    การที่เขารักเธอ ดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี จำได้ว่าเธอชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไม่ทอดทิ้งเธอไปไหนเวลาที่มีอุปสรรคหรือปัญหา ก็ถือเป็นความเพอร์เฟกต์ที่สุดแล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะเจอคนดีๆ แบบนี้เด้อ รักษาเขาไว้ให้ดี แต้มบุญเยอะนะเรา

    6. เห็นครั้งแรก ไม่รู้สึกปิ๊งปั๊งเลย คนนี้คงไม่ใช่หรอก เดี๋ยวก็เลิก!

    โอยย ดูหนังเยอะไปที่แท้จริง! มันก็มีบ้างแหละ อารมณ์รักแรกพบแบบ Love at first sight หรือแค่มองตาอีกฝ่ายก็รู้สึกถึงความเคมีตรงกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคู่จะเป็นแบบนั้น มีคู่รักมากมายที่ผู้ชายก็มาจากความเป็นรุ่นพี่ เป็นเพื่อนร่วมงาน ตอนเจอกันครั้งแรกก็เฉยๆ ไม่ได้ " ปิ๊งปั๊ง " ใดๆ ใส่กันเลย แต่เพราะความใกล้ชิด การได้อยู่ด้วยกัน จากพี่ชาย เพื่อนสนิท ก็พัฒนาไปเป็นแฟนได้เหมือนกัน

    เพราะในที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์คือการดูแลกันในระยะยาว ระหว่างทางต่างหากคือตัวพิสูจน์ แม้เธอจะเลือกหนุ่มที่มีเคมีตรงกัน ก็ใช่ว่าจะได้แต่งงานกันในตอนสุดท้าย มีหลายเคสที่เรื่องความรัก เรื่องบนเตียงดีมาก แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันสักอย่าง แถมผู้ชายก็เจ้าชู้ ไม่เคยดูแล ไม่เคยใส่ใจ แบบนี้ยังไงตอนจบก็คือเลิกกันอยู่ดี ดังนั้นเคมีก็ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตรักหรอกค่ะ

    7. ฝืนทำตัวเป็น 'แฟนในอุดมคติ' ทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อย

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดความรัก)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe