รีวิวเที่ยวฮ่องกงแบบรีบ ๆ ประหยัด ๆ ( ภาค 3 จากฮ่องกงข้ามไปมาเก๊า )

PAGE 4/6
» »
1545319360 000032 sis

จับรถเมล์มาถึง kowloon union church ก็หารถไปท่าเรือสปีดโบ๊ทค่ะ ตอนนี้กำลังลน ๆ จนทะเลาะกับแฟนเลย เพราะกลัวรถเมล์เที่ยวต่อไปจะไม่มา เลยคิดให้เร็วที่สุดว่าจะนั่งแท็กซี่ดีไหม เปิด google map อีกทีแนะให้นั่ง MTR ไปอีก ก็ตกลงไป ( เพราะกลัวว่าแท็กซี่แพง )

  
ข้ามถนนมา จะเจอสถานีรถไฟฟ้า MTR Jordan B2 จิ้มเลือกไปที่ Sheung Wan ค่ะ ( จากสถานี Jordan ไปลงที่ Central เดินออกมา หาขบวนสายสีน้ำเงิน ไปลงที่สถานี Sheung Wan ) แล้วเดินออกจากสถานีประมาณ 600 เมตร ก็จะเจอตึกที่เป็นทางเข้า Macau Ferry Terminal กดลิฟต์ขึ้นไป เช็คอินกับเค้าน์เตอร์ได้เลย เพราะจอง speed boat ผ่านแอพฯ Klook มาแล้ว 
 
1545320252 img 20181025 182012 sis

ตั๋วจะเป็นแบบนี้ค่ะ ยื่นตั๋วนี้พร้อมพาสปอร์ตให้กับเจ้าหน้าที่ ตม.ด้วยนะคะ ไม่ต้องกลัวค่ะ ตม.ที่นี่ใจดีกับคนไทยมาก เพราะคนไทยหลายคนข้ามฟากจากเกาลูนไปมาเก๊าเยอะมาก

  
1545320563 img 20181025 183636 sis

   
บรรยากาศภายในเรือสปีดโบ๊ทก็คล้าย ๆ กับเฟอร์รี่ค่ะ แต่เบาะจะคล้ายรถเมล์ มีแต่เหล่าอาจุมม่านักแสวงโชคคอยเสียงดังโช้งเช้ง ๆ ไปมา ตรงนี้จะใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงค่ะในการข้ามจากเกาลูนไปมาเก๊า ( ใครสะดวกจะนั่งรถทัวร์อาจไวกว่านี้ค่ะ ช่วงนั้นพี่อาร์ตกับแฟนมาทันช่วงที่เขาเปิดทางเชื่อมสำหรับคนใช้รถพอดี แต่เราไม่ได้จองตั๋วมาล่วงหน้า เลือกจองตั๋วเรือไปแล้ว ก็นั่งเรือข้ามไปละกัน )
 
พอมาถึงที่ปลายทาง ก็รีบถามประชาสัมพันธ์เลยค่ะว่า Public Bus ไปรอตรงไหน เพราะไปเห็นแต่ป้ายทางไปที่จอดรถของพวกทัวร์ ป้าย Public Bus ก็มี แต่ไม่แน่ใจว่ามันชี้ไปทางไหนอีก ก็ตั้งใจฟังเจ้าหน้าที่ชี้ อธิบาย รีบขอบคุณเขา แล้วก็งม ๆ ทางมาค่ะ ที่รอรถเมล์สาธารณะ ( Public Bus ) ถ้าหันออกมาจากประชาสัมพันธ์ จะอยู่ประตูซ้าย เดินเลาะ ๆ มาเรื่อย ๆ ค่ะจนถึงฟุตปาธที่เป็นที่คนรอรถเมล์อยู่ ก่อนจะขึ้นไปสายไหน เปิด Google Map ช่วยหาอีกทีค่ะว่า โรงแรมที่เราจะไปพักนั้นต้องนั่งรถเมล์เส้นไปไหนลงได้บ้าง ( ของพี่อาร์ตกับแฟน ต้องไปลงที่โรงแรม Sofitel ค่ะ เพราะมันอยู่ตรงข้ามกันพอดี )

ปล. รถเมล์ที่มาเก๊า จะเป็นภาษาจีนกับภาษาอะไรไม่รู้ค่ะที่เป็นตัวอักขระภาษาอังกฤษ แต่มีอักขระพิเศษเพิ่ม สายตาต้องไวพอควร ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาดนะคะ เปิด Google Map แล้ว ก็เอาชื่อเส้นทางภาษาอังกฤษมาเทียบกับรถเมล์ที่เราจะนั่งอีกทีว่ามันตรงกับภาษาบ้านเขาว่าอะไร ( ไอ้ที่เป็นอักขระพิเศษนั่นแหละค่ะ ) แล้วก็จับตาดูที่หน้าจอ LED ค่ะว่าขึ้นเตือนว่าจะถึงป้ายไหนแล้ว จอดป้ายไหนแล้ว การเดินทางที่นี่ลำบากหน่อยเพราะเขาไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษกันค่ะ )



 
1545494593 000034 sis

รถเมล์มาเก๊า คันแรกที่เราจะต้องไปโรงแรมทันทีเหยียบแผ่นดินมาเก๊า จอดรอแล้วค่ะ อย่าช้าค่ะ ถ้าเช็คแล้วชัวร์ก็รีบขึ้นไปเลย

 
พอถึงที่หมายปลายทาง ก็รีบข้ามถนน เข้ามาเช็คอินโรงแรมค่ะ โรงแรมที่นี่ราคาถูกสุดก็คืนละ 2,500 บาทโดยประมาณ ... อ่านไม่ผิดค่ะ คืนละอย่างต่ำ " สองพันห้าร้อยบาท " โดยประมาณ เหตุที่ราคาสูงกว่าฮ่องกงหลายเท่าตัว เพราะที่นี่ค่าครองชีพสูงกว่าเยอะค่ะ อีกทั้งที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักพนัน อะไร ๆ ก็ต้องทำให้ดูดี ดูเป็นระเบียบด้วย

ที่พักที่ที่อาร์ตกับแฟนพัก เป็นแบบต้องเข้ามาจ่ายตังค์ตอนเช็คอินค่ะ โดยทางโรงแรมจะเก็บค่าใช้จ่าย 2 ส่วนคือค่าห้องพักและค่ามัดจำคีย์การ์ด ( ใครจะจองโรงแรม อ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนจองนะคะ ตอนแรกก็ช็อค เกือบไม่มีจ่ายเพราะเงินสดมีอยู่แค่ไม่กี่ร้อยดอลลาร์ฮ่องกง ต้องเอาไปใช้วันต่อไปอีก แต่โชคดีที่เอาบัตรเครดิตไปด้วยแล้วรูดได้ค่ะ ^^ ) พอเช็คอินปุ๊บ ก็กระเตงกระเป๋าขึ้นบันไดไปค่ะ ห้องสะอาด ดูดี มีครบ สมราคาคืนละ 2,500 มาก ๆ มีอ่างอาบน้ำ มีไดร์เป่าผม มีแปรงสีฟันพร้อมยาสีฟัน มีรองเท้าสลิปเปอร์ มีหวีให้ด้วย ปลั๊กก็ไม่ต้องใช้ adapter แปลงหัวอีกทีเลย เพราะมีให้พร้อมทุกแบบ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปค่ะ เพราะมือถือแบตฯ จะหมด กล้องก็ยังถ่ายที่มืดไม่ได้ แสงน้อยเดี๋ยวมองอะไรแทบไม่เห็น

มื้อเย็นในวันนั้นที่ได้กินกันก่อนจะนอนก็เป็นอาหารง่าย ๆ ในร้านสะดวกซื้อตรงข้ามกับโรงแรมที่พักค่ะ ร้านสะดวกซื้อที่นั่นจะให้ลูกค้าบริการตัวเอง เวฟอาหารเอง และจะให้ถุงพลาสติกก็ต่อเมื่อของนั้นเป็นชิ้นใหญ่มาก ๆ หรือมีหลายชิ้น ถ้าชิ้นเล็ก ๆ ไม่ใส่ให้ เพื่อลดมลพิษเหมือนกับเกาะฮ่องกง ( ใครจะกินอะไร จ่ายตังค์ก่อนค่อยเวฟนะคะ พี่อาร์ตโดนอาจุมม่าพนักงานดุนิดนึง เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องจ่ายก่อน เห็นมีเตาไมโครเวฟอยู่ใกล้ ๆ ชั้นวางอาหารก็จัดการเวฟเองเลย เพราะนึกว่าเลือกของแล้วเวฟค่อยจ่าย 555 )


 
1545495698 000041 sis

แอบเอากล้องฟิล์มไปลองถ่ายระหว่างจะข้ามถนนไปซื้อข้าวกิน มืดตื้อเลยจ้า นี่ขนาดเปิดแฟลชนะ 555 ที่นั่นแสงสีนีออนเยอะจริง ๆ ค่ะ เป็นกลางคืนที่สว่างไสวกันทั่วมาก

 
ก่อนนอนก็เปิด google map อีกทีว่า ถ้าจะไปสนามบินมาเก๊าต้องนั่งรถเมล์สายไหน เที่ยวรถกี่โมง พอวางแพลนได้ปุ๊บก็รีบนอนค่ะ ตื่นอีกทีก็ประมาณ 6 โมงกว่าเลย ต้องรีบตื่น เพราะเดี๋ยวไม่ทันเที่ยวรถ แล้วเดี๋ยวจะตกเครื่อง กลับไทยไม่ทัน

รถเมล์สายที่จะไปสนามบินก็ไม่ยากเย็นเท่าสายอื่นค่ะ เพราะขึ้นแล้วยิงยาวไปจอดที่สนามบินเลย ( ระหว่างทางก็มีแวะจอดรับตามจุดของเขา เพียงแต่เราไม่ต้องไปหลายต่อแบบลงจากสายนี้แล้วขึ้นสายนั้นต่อไป อันนี้คือไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ ค่อยลงตอนที่หน้าจอบอกสถานีของเราเหมือนเดิม )


 

กิจกรรม SistaCafe