4yearsinmyheartฝันรักไม่ลืมตอนที่1
1586846445 icon color
นิยาย

[นิยาย] 4 Years In My Heart : ฝันรักไม่ลืม ตอนที่ 1

นิยายเมโลสุดติ่ง สะท้อนภาพชีวิต วัยรุ่นตอนปลายช่วงยุครอยต่อก่อนอินเตอร์เน็ต ทั้งปัญหาการเรียน ความรัก ความฝัน และแง่มุมของมิตรภาพ ทั้งในด้านร้ายและในด้านที่ดีงาม เป็นเรื่องราวของเด็กมหาวิทยาลัยช่วงปี 2540-2544 ในวิทยาลัยศิลปะ


» » »
Sistacafe button sharefb
Down
 
 

ตอนที่ 1 : รับน้อง


ตอนที่ 1


1 June 1995


เธอมาพร้อมสายฝนพรำจางๆ สะพายเป้ใบใหญ่


…กระดานสำหรับวาดภาพ และกล่องสีเก่าๆ


เธอคือคนแปลกหน้าที่ฉันเพิ่งได้เห็นครั้งแรก…ก็ในวันนั้นเอง
ตอนที่พวกเรานั่งร้องเพลงเชียร์อยู่ในหอประชุม
แม้ข้างนอกมีฝน…เธอก็ไม่สนใจที่จะเดินเข้ามา
เธอยืนอยู่ใต้ต้นไม้…ใต้ร่มเงานั้นสายตาของเธอมองขึ้นไปเบื้องบน
กลีบตาเบบูญ่าร่วงโรยลงมาปรกใบหน้าเธอ...     

         

“ใบหญ้า” เธอคือ…ช่องว่างที่หายไปสองวันในสมุดเช็คชื่อการรับน้อง


สาวผิวสีน้ำผึ้ง…ตัวผอมสูง ผมซอยสั้นยาวปรกคอกำลังยืนเก้กัง สอดสายตามองผ่านฝูงคนมากมายที่เดินขวักไขว่กันทั่วห้องโถงหอประชุม


“น้องๆ ปี 1 ใช่มั้ย มานี่เลย มานี่เร็วๆ” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนมาแต่ไกล


เนยมองเห็นเพื่อนๆปี 1 หลายคนกำลังจัดแถวตามกลุ่มอยู่ การปฐมนิเทศรับน้องครั้งนี้…ทางมหา’ลัยให้นักศึกษาใหม่เดินทางมาก่อนเปิดเรียนสามวัน เพื่อให้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องและเข้าพิธีบายศรีกับรุ่นพี่ เนยสังเกตเห็นว่าทุกคนสะพายเป้ใบใหญ่ บางคนแต่งตัวเป็นผู้ดี…บางคนแต่งตัวเซอร์แบบศิลปิน…บ้างก็แต่งตัวบ้าหลุดโลกถึงกับเอาหมวกฟางมาใส่เพื่อให้เข้ากับกางเกงขาก๊วยสีตุ่น แต่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเด็กหัวศิลป์ อะไรที่เขาหยิบจับหรือเลือกมาใส่ ล้วนมีความหมายบ่งบอกความตัวตนของพวกเขาที่ต้องการจะสื่อออกมาให้สังคมได้รับทราบ


เนยเดินช้าจนรุ่นพี่รำคาญต้องกระชากแขนแรงๆให้เดินเร็วขึ้น เธอโดนจับยัดเข้าไปในแถวหลังสุดเนื่องจากมาสาย แต่การที่ต้องอยู่หลังสุด ทำให้โลกทัศน์ของเธอกว้างไกลขึ้น การเฝ้าสังเกตผู้คนเป็นเรื่องสมควรทำเมื่อเราเหยียบย่างเข้าไปในต่างถิ่น เพราะจะทำให้ปรับตัวง่ายขึ้น…พ่อเคยสอนไว้อย่างนั้น

เนยไม่กล้าสบตาหรือยิ้มให้ใครมากนักกลัวว่าจะโดนเชิดใส่ และหากเป็นอย่างนั้น เธออาจหงุดหงิดไปทั้งวันก็เป็นได้ เธอไม่ชอบการโดนเหยียดหยามดูถูก แม้จะมาจากผู้ที่มีสถานภาพสูงกว่าก็ตาม


ระหว่างกำลังมองหาคนที่ดูว่าน่าจะเป็นมิตรเพื่อเข้าไปตีสนิทด้วย เสียงหวานๆของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น


“เธอ เธอจ๊ะ ขอนั่งด้วยคนนะ”


สาวน้อยหน้าตาน่ารัก ผิวขาวและดูบอบบางราวกระดาษเป็นคนถามเนย เธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพง และค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ค่อยเหมือนคนเรียนศิลปะคนอื่นๆ


สาวน้อยคนนั้น…มองป้ายชื่อของเนย ก่อนจะยื่นมาให้เช็คแฮนด์


“ยินดีที่ได้รู้จักนะเนย เราชื่อโบว์จ๊ะ”



ระหว่างที่ยื่นมือไปสัมผัสพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกความเป็นมิตร เนยมีลางสังหรณ์ว่านับจากนี้…โบว์จะกลายเป็นเพื่อนคนสนิทของเนยในช่วงเวลาตลอด 4 ปี...ซึ่งก็กลายเป็นความจริงเสียด้วย


เมื่อได้รู้จักโบว์แล้ว เนยก็ลอบสังเกตเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นบ้าง และสะดุดตาสองสาวที่ดูเหมือนจะโดดเด่นและเป็นที่จับตามองของรุ่นพี่ นั้นก็คือเมธาวี และ ปลายฟ้า 


เมธาวีสวยโดดเด่นที่สุดในรุ่น...ด้วยรูปร่างที่สูงเพรียวเหมือนนางแบบ ผิวที่ขาวเหมือนหยก ผมดำยาวตรงเรียบกริบกับใบหน้าเรียวรูปไข่  ตา จมูก ปาก…สมบูรณ์แบบไม่มีตกหล่นตามแบบฉบับนางเอกหนังฮ่องกง


แม้เมธาวีจะสวยกว่าคนชื่อปลายฟ้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ใบหน้าของปลายก็ดูหวานใสไร้เดียงสาเหมือนนางในวรรณคดี ดวงตาโต ผมดำมันขลับ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ยิ้มสวยและออกจะยิ้มง่ายกว่าเมธาวี


ปลายเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ชนิดที่ใครคุยด้วยก็คุยตอบ เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน...รวมทั้งเนย หลังจากคุยอย่างฉาบฉวยในวันแรก


และในขณะที่เนยกำลังสนทนากับปลายเรื่องโรงเรียนที่จบมา เสียงของอิ๋วก็ดังขึ้นขัดจังหวะ


อิ๋ว…เป็นสาวตัวเล็กผู้บ้าอำนาจ ใช้มาดทอมวางท่าเสียงดัง…กร่างไปทั่ว มีงานที่ไหน อิ๋วขอเสนอตัวเป็นแม่งานร่ำไป อาจเป็นเพราะเธอสนิทกับรุ่นพี่ เลยได้ขึ้นเป็นรองประธานรุ่น


อิ๋วมาวันแรก เสียงนินทาก็ระงมไปทั่ว เนื่องจากเป็นคนที่พยายามทำตัวเด่นจนเกินไป แต่พวกผู้ชายกลับชื่นชมอิ๋วมาก บอกว่าเป็นผู้หญิงที่ดูฉลาด มีความเป็นผู้นำกล้าแสดงออก แต่เนยคิดว่าเหตุผลแท้จริงที่ทำให้ผู้ชายชอบอิ๋วก็คงเพราะหน้าตาที่สวยน่ารักระดับรองๆจากเมธาวีและปลายฟ้านั่นเอง


เนื่องมาจากการมีไว้ซึ่งอำนาจและการได้รู้สึกว่ายืนเหยียบอยู่บนหัวคนคือยอดปรารถนาของมนุษย์ผู้มากด้วยกิเลศ ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ หรือในวัยเตรียมตัวก่อนออกไปเป็นผู้ใหญ่อย่างเด็กมหา’ลัย การทะเลาะเบาะแว้งเพื่อแย่งชิงความโดดเด่น และเพื่อให้ได้มาซึ่งการอยู่เหนือกันและกัน ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอหากพวกคนหัวรุนแรงมารวมตัวกัน


คนที่ดูจะเสนอความคิดเห็น และเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำกิจกรรมอีกคนก็คือ โอ 


หนุ่มโอเป็นเด็กเรียนใส่แว่น สอบเข้ามาเป็นที่หนึ่งของคณะ มีใบหน้าเคร่งเครียด และพยายามจะส่งเสียงดังประชันความเห็นกับอิ๋วตลอดเวลา


เวลาพวกเพื่อนๆทะเลาะกันแต่ละที เนยรู้สึกเหมือนกลับเข้าไปอยู่ในยุคแห่งการเรียกร้องประชาธิปไตย ปัญญาชนผู้มากด้วยสติปัญญาและอุดมการณ์อันแรงกล้าทั้งหลายกำลังโต้เถียงกันด้วยเรื่อง…จะทำอะไรขายในนิทรรศการคืนนี้เพื่อไม่ให้วาร์กเกอร์ด่า จะย่างกุ้งเผาขาย หรือ เล่นสาวน้อยตกน้ำดี


จอมผู้นำปัญญาชนอีกคนที่วางมาดนางพญา ที่เลียนแบบเมธาวีแต่หน้าตาไม่ค่อยให้คือ นิว


สาวนิวมักพูดจาฉะฉานเสียงดัง วางมาดนิ่งเย็นเฉียบ ตาตรงแน่วแน่ประมาณว่าชั้นมีอำนาจจิต เวลาพูดเพื่อนจะเงียบทั้งหมดเหมือนโดนมนต์สะกด แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะ เวลาเครียดๆ หน้าตาของนิวจะเหมือนยักษ์มาก ตาแทบถลนออกจากเบ้า เพื่อนเลยกลัวกันจนไม่กล้าแทรก


วันแรกที่มาถึงมหาวิทยาลัยนั้น…ดีมถูกเกณฑ์ให้เข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆเพื่อเตรียมตัวรับน้อง  ระหว่างนั้นสังเกตว่ามีรุ่นพี่ผู้หญิงสองคนกำลังมองเขาอยู่


แล้วรุ่นพี่คนหนึ่งก็เดินเข้ามาถามว่า... “น้องๆ ชื่อพลัมใช่มั้ย”


“เปล่าครับผมชื่อดีมต่างหาก”


รุ่นพี่คนนั้นเลยหันไปถามเพื่อนว่า... “อ้าว แล้วคนไหนล่ะพลัมที่เค้าบอกว่าหล่อๆ”


จากนั้นพี่สตาร์ฟทั้งสองคนก็คุยกระซิบกระซาบกันงึมงำ ก่อนจะหันมาถามเขาอีกครั้งว่า…


“ตกลงน้องชื่อดีมใช่มั้ย งั้นเดี๋ยวประกวดเดือนให้พี่หน่อยนะ”


พูดจบ…พวกรุ่นพี่ก็จดชื่อดีมลงไปในกระดาษ โดยไม่ยอมถามความเห็นเขาก่อนสักคำ


“เดี๋ยวสิครับ ผมยังไม่” ดีมพูดยังไม่ทันจบประโยค...รุ่นพี่คนนั้นก็หันไปคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นที่นั่งอยู่ข้างเขาซึ่งชื่อบอยกับโจ…ดีมรู้ได้จากป้ายชื่อที่แขวนคอเด็กปีหนึ่งไว้ทุกคน


“สองคนนี้เดี๋ยวประกวดเดือนให้พี่หน่อยนะ”


แล้วสองหนุ่มหล่อนั่นก็พยักหน้าตอบรับ...อย่างง่ายดาย


“แล้วคนชื่อพลัมอยู่ไหนล่ะเนี่ย” รุ่นพี่คนนั้นถามต่อ


“พลัม..ผมรู้จักครับ เค้าเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกับผม แต่คนละห้องกัน” คนชื่อบอยรีบตอบ


“ถ้าคนชื่อพลัมมา ฝากบอกว่าช่วยลงประกวดให้เดือนหน่อยนะ” รุ่นพี่กำชับแล้วลุกเดินจากไป


“คนชื่อพลัมนี่มันหล่อมากเลยเหรอ” ผู้หญิงท่าทางเป็นทอมที่ชื่ออิ๋วพูดขึ้น....ขณะนั้นเธอนั่งอยู่ข้างๆโจ


“หล่อไม่หล่อก็ไม่รู้ แต่ว่า...ตอนอยู่โรงเรียน คนๆนี้ได้ฉายาว่าเป็นจอมฟันดาวโรงเรียน” คนชื่อโจยิ้มหวานตอบ


พอฟังดังนั้น ดีมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเจ้าคนชื่อพลัมเลย...รู้สึกหมั้นไส้พิกล


“โน่นไง..พูดถึงก็มาพอดี” บอยชี้ไปที่ผู้ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา


แวบแรกที่เห็น...ดีมรู้สึกว่าคนที่ชื่อพลัมเป็นคนหล่อมากจริงๆอย่างคนอื่นว่า เขาเดินมานั่งข้างดีม และหันไปยิ้มให้ บอยกับโจเล็กน้อยเพราะเคยรู้จักกัน ก่อนจะนั่งเงียบไปและไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับใครอีก


ในยามนิ่ง...เขาดูสงบราวรูปสลักหินอ่อน ไม่มีวี่แววของคนเจ้าชู้อย่างที่บอยหรือโจพูดสักนิด เพราะดีมเอาแต่นั่งจ้องพลัม...พลัมก็รู้สึกตัวว่ามีคนมอง เขาหันมามองดีมที่นั่งอยู่ข้าง จ้องตากันสักพัก  พลัมก็ยักคิ้วให้ดีมอย่างกวนตีน


ยังไม่ทันที่ดีมจะพูดอะไรกับพลัม รุ่นพี่ก็มาสั่งให้พวกผู้ชายทั้งหมดลุกขึ้นเพื่อเข้าแถวเดินไปรับน้องที่หอประชุมประจำคณะ ระหว่างทางดีมเห็นผู้หญิงร่างสูงใส่หมวก เดินอยู่รั้งท้ายขบวนแถว พร้อมคุยกับเพื่อนสาวผมยาวไม่หยุดปาก


สาวร่างสูงคนนั้นสะพายเป้ใบใหญ่เก่ากึ้ก....มีรอยสติกเกอร์ถลอกๆเขียนว่า “ของสมนาคุมจาก...ร้านเจ๊ซ้วงวีดีโอ”


เดินอยู่ดีๆเธอก็เดินสะดุดฟุตบาทหกล้ม “โอ๊ย!”


“เป็นไรมั้ย”  เพื่อนของเธอที่เป็นสาวผิวขาวหน้าตาน่ารัก..รีบเข้ามาพยุงทันที


“ไม่เป็นไร เราซุ่มซ่ามแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว” เธอหันไปหัวเราะ คงพยายามกลบเกลื่อนความอาย


เวลายิ้มดูน่ารักดี...ดีมรู้สึกถูกชะตากับเธอขึ้นมาอย่างประหลาด


เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ... “ผมช่วยถือเป้ให้มั้ย เป้คุณใหญ่กว่าคนอื่น ท่าทางจะหนัก”


เสียงที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้เนยหันขวับไปมอง และได้เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำที่มีผมสีประกายแดดอ่อนๆเฉกเช่นเดียวกับสีตา


เนยรู้สึกวูบวาบในทันทีที่เห็นเขา สำหรับผู้หญิงธรรมดาๆที่เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอดอย่างเธอ เพิ่งเคยได้พบประสบเหตุการณ์คล้ายการ์ตูนตาหวานที่อ่านมาแต่เด็กก็ครั้งนี้เอง แล้วเขา...คนที่หยิบเป้ของเธอไปสะพายก็กลายเป็นเจ้าชายในดวงใจเธอนับตั้งแต่วินาทีนั้นเอง


ในเวลาอาหารเที่ยงของวันที่สองในกิจกรรมการรับน้องนั้น...อิ๋วจัดแจงเรื่องอาหารการกินของเพื่อนทุกคนเสร็จสรรพ...แถมยังสั่งเสียงเฉียบขาดราวกับเป็นแม่


“หวาน ปิงปอง ไปยกน้ำนะ ส่วนเธอสองสาวเอ๋อ” อิ๋วหันมาทางเนย กับ โบว์ “ไปยกน้ำมา”


นิวเองก็พยายามอย่างยิ่งที่จะออกความเห็นแข่งกับอิ๋ว


“ให้ผู้ชายไปยกน้ำดีกว่านะเพราะมันหนัก ส่วนผู้หญิงให้ไปเตรียม จานกับช้อนส้อม”


หวานกับปิงปองเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับนิว...แต่ไม่ค่อยกล้ามีปากเสียงเท่าไหร่ ได้แต่พยักหน้าเออออตามนิวไปเรื่อย


ปิงปอง…เป็นสาวเตี้ย ใส่แว่น เป็นผู้ตามที่แสนดีของนิว นิวว่าอย่างไร เธอว่าอย่างนั้น นิวพูดอย่างไร เธอคอยพูดเสริม ในสายตาคนอื่นคงคิดว่าปิงปองชื่นชมนิว แต่ที่เนยมองเห็นไปลึกกว่านั้นคือปิงปองคงเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง กลัวไม่มีเพื่อน เลยพยายามมเข้าหาคนที่ดูมีพาวเวอร์อย่างนิว กับ อิ๋ว  เพื่อที่จะได้รู้สึกว่าเป็นที่ยอมรับ


หวาน…สวยเหนือแสนซื่อ ขาว อ่อนหวาน ตาโต น่ารัก ดูน่าสงสารสุด เพราะต้องคอยทำตามที่เพื่อนสั่ง ไม่มีปากเสียงอะไรกับใคร แถมยังโดนคนขี้อิจฉาอย่างนิวคอยแขวะอีก

บทความที่เกี่ยวข้อง
Content quotation bg
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Content quotation bg


ดาวน์โหลดแอพ
ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
Icon ranking

อันดับบทความประจำวัน

(หมวดนิยาย)

Variety By SistaCafe

Icon feature 100x100

Feature

กิจกรรม SistaCafe