เปิด "คัมภีร์น้ำหอม" กลิ่นไหนที่ใช่ รู้ให้ลึกเกี่ยวกับกลิ่นต่างๆ ฉีดยังไงคนข้างๆ ไม่มึน

PAGE 2/3
» »

   ความเข้มข้นของหัวน้ำหอมจะมีผลต่อกลิ่นของน้ำหอมค่ะ ซึ่งถ้ามีปริมาณเข้มข้นมากก็จะกลิ่นแรงขึ้น และติดทนขึ้น ราคาก็จะสูงมากขึ้นด้วย โดยระดับความเข้มข้นก็จะแบ่งเป็น 5 ระดับ ซึ่งเราสามารถบอกกับพนักงานเวลาไปซื้อ เพื่อที่จะได้ความติดทนและความแรงของน้ำหอมตามความต้องการ โดยระดับก็มีดังนี้


Perfume : มีความเข้มข้นมากที่สุดในน้ำหอม มีหัวน้ำหอมเป็นส่วนประกอบถึง 20-30% ติดทน 8 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่าย เพราะมีแอลกอฮอล์น้อย และมีราคาที่ค่อนข้างสูง

Eau De Parfume [EDP] : เข้มข้นลองลงมาจาก Perfume เหมาะสำหรับคนแพ้ง่ายเช่นกัน แต่ความคิดทนน้อยลง ซึ่งอยู่ได้เกือบ 7 ชั่วโมง และมีราคาถูกกว่า Perfume

Eau De Toilette [EDT] : เป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุด เห็นได้บ่อยจากเคาท์เตอร์แบรนด์ ทนประมาณ 5-6 ชั่วโมง มีหลายราคาแต่ถูกกว่าแบบ EDP หลายคนมักเลือกใช้ในชีวิตประจำวันในช่วงเวลากลางวัน 

Eau De Cologue [EDC] : เข้มข้นน้อยอยู่ได้แค่ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า กลิ่นฟุ้ง มีแอลกอฮอล์ค่อนข้างเยอะ ค่อนข้างถูก เหมาะสำหรับการพรมระหว่างวัน

Eau Fraiche : กลิ่นอ่อน มีความฟุ้งกระจายอยู่ได้แค่เกือบๆ 2 ชั่วโมง ไม่มีแอลกอฮอล์ หัวน้ำหอมแค่ 1-3% ผสมกับน้ำเปล่า และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

อาการแพ้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำหอม


   อาการแพ้น้ำหอมอาจเกิดขึ้นได้เป็นปกติขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในน้ำหอมและโรคภูมิแพ้ส่วนตัว อาการแพ้ทั่วๆ ไปก็อาจมีอาการไอ จาม เมื่อได้กลิ่นจากน้ำหอม แต่ในบางคนที่มีอาการแพ้รุนแรงและจำเป็นต้องเลี่ยงการใช้น้ำหอม คือคนที่มีอาการดังต่อไปนี้ค่ะ

อาการคัน : เมื่อฉีดพรมน้ำหอมตามข้อมูล ข้อพับ หรือซอกคอซึ่งเป็นส่วนที่บอกบาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ค่ะ หากมีอาการแสบๆ คันๆไม่ควรใช้ต่อค่ะ เลี่ยงการฉีดที่ผิวหนังโดยตรงแล้วฉีดใส่เสื้อแทนนะคะ

เป็นสิว : เป็นผลจากเคมีในน้ำหอม คนที่ฉีดแล้วเกิดสิวบริเวณที่ฉีดควรหยุดใช้ทันที เป็นอาการที่พบได้บ่อยสำหรับคนที่ใช้น้ำหอมเกิน 1 เดือนขึ้นไป


ผื่นขึ้น : มีผื่นแดงขึ้นในบริเวณที่ฉีด มีอาการคันและแสบ นบางคนแพ้มากก็เป็นตุ่มใสๆ ขึ้นด้วย ควรพบแพทย์ค่ะเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคทางผิวหนังระยะยาว

แสบตาแสบจมูก : เนื่องจากน้ำหอมมีโมเลกุลที่เล็กมาก ถ้าเป็นแบบฉีดอาจมีละอองเข้าตา หรือจมูก เกิดอาการแสบร้อนที่ตาและจมูก อาการนี้ไม่น่าเป็นหวง ควรเปลียนวิธีฉีดให้ต่ำจากหัวไหล่ค่ะ

การเลือกน้ำหอมที่เหมาะกับผิวของเรา


ผิวมัน : คนที่มีสภาพผิวที่มัน มีน้ำมันที่ผิวมาช่วยทำให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาถือเป็นสภาพผิวที่เหมาะกับการใช้น้ำหอมมากค่ะ ทำให้กลิ่นน้ำหอมกระจายตัวได้ดีไม่จำเป้นต้องใช้น้ำหอมที่เข้มข้น และไม่เกิดการแพ้ง่าย ควรเลือกใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ อย่าง Eau de Toilette หรือ Eau de Cologne ก็พอแล้วค่ะ

ผิวแห้ง : ใครที่ผิวแห้งอาจต้องระวังการใช้น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูงสักนิด และเนื่องจากผิวแห้งจะทำให้กลิ่นน้ำหอมติดไม่ทนก็ควรเลือกน้ำหอมที่มีเปอร์เซ็นต์ของหัวน้ำหอมสูงหน่อย อย่าง Eau de Parfum อาจใช้ Eau de Toilette ในช่วงกลางวันแต่ควรพกแบบพกพาฉีดระหว่างวันบ่อยๆ ค่ะ


ผิวชื้นเหงื่อออกง่าย : เป็นสภาพผิวที่อาจเกิดการแพ้น้ำหอมได้ง่ายๆ เพราะเวลาที่เหงื่อออกจะทำใหรู้ขุมขนของเรากว้างขึ้น น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิว แสบร้อน ควรใช้น้ำห้องแบบ Eau de Parfume ฉีดแค่ข้อมือหรือต้นคอ หรือเลือกใช้เป็น Body mist แทนค่ะ

ทริคเล็กๆ สำหรับความหอม ได้กลิ่นแล้วต้องทัก เผลอรักทันทีทีได้ไกล้


เลือกตามไลฟ์สไตล์ : ถามตัวเองก่อนค่ะว่า ทุกวันนี้เราทำอะไรบ้าง ต้องพบปะผู้คน มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาไหม หรือนั่งอยู่ในห้องแอร์เฉยๆ ถ้าไลฟ์สไตล์ต้องออกกลางแจ้ง เจอผู้คนตลอดเวลาก็ควรใช้กลิ่นที่เพิ่มความสดชื่นอย่าง Fruity  Aquatic หรือ Citrus เพราะเป็นกลิ่นที่เหมาะกับอากาศร้อนๆ บ้านเรา ระหว่างวันเหงื่อออกก็ไม่ทำให้คนรอบข้างมึน

   แต่ถ้านั่งเฉยๆ อยู่ในห้องแอร์ไม่ค่อยขยับไปไหนก็สามารถเลือกกลิ่นหวานๆ พวก Floral Amber กลิ่นวานิลลา กลิ่นมักส์ เลือกใช้ได้ตามใจชอบเลยค่ะ เพราะกลิ่นพวกนี้จะเป็นกลิ่นโทนอุ่น ยิ่งอยู่ในอากาสเย็นๆ ก็จะติดทนมากขึ้น 



ความชอบเริ่มต้นจากตัวเองก่อน : ถามตัวเองก่อนว่ากลิ่นแบบไหนที่เราอยากได้กลิ่น แบบไหนที่คิดว่าคนรอบข้างน่าจะชอบ บุคลิกคนรอบข้างที่เราต้องพบปะเป็นแบบไหน อายุเท่าไร ลองซื้อแบบเทสเตอร์เล็กๆ มาทดลองก่อน หรือไปขอฉีดตามเคาท์เตอร์ก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อที่จะได้รู้ว่ากลิ่นนี้เหมาะกับเราหรือไม่ ดมเองแล้วไม่มึนก็ใช้ได้แล้วค่ะ ถ้าไม่แน่ใจก็ควรเลือกแบบที่เป็น EDT ทั้งนี้ก็ฉีดพรมแค่ 2-3 ครั้ง ให้ห่างจากตัว


กิจกรรม SistaCafe