1582704678 cat health color
สุขภาพ

5 สิ่งที่ทำแล้วส่งผลเสียกับ 'ช่องปาก' ไม่อยากปากเหม็น ฟันเหลือง ต้องอ่าน!!

สาวๆ คนไหนที่อยากมีลมหายใจสดชื่น ฟันขาว แข็งแรง เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองล่ะก็ มาดู 5 สิ่งที่ทำแล้วส่งผลเสียกับ 'ช่องปาก' กัน


» » » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • 1. ใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไป

    • 2. แปรงฟันแรงเกินไป

    • 3. ละเลยอาการปวดในช่องปาก

    • 4. การแปรงฟันผิดเวลา

    • 5. กลัวหมอฟัน

     
    สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe

    การมีฟันที่สะอาดและแข็งแรง เป็นสิ่งที่สาว ๆ หลายคนปรารถนาซึ่งสุขภาพของช่องปากและฟันมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เพราะเราต้องใช้ฟันในการขบเคี้ยวอาหารในแต่ละวัน ถ้าเราไม่ดูแลช่องปากให้ดี ก็จะเกิดปัญหาตามมา อย่างเช่นฟันผุ มีกลิ่นปาก ทำให้สาวๆ ขาดความมั่นใจได้ มีสาวๆ หลายคนคิดว่าการกระทำอย่างนี้แล้วไม่ต้องไปหาหมอฟันก็ทำให้ฟันและช่องปากสะอาดได้

    เรามาดูกันว่า 5 สิ่งที่ไม่ควรทำกับช่องปากและฟันนั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ
      

    1. ใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไป

    แม้จะมีการโฆษณาเกี่ยวกับการใช้น้ำยาบ้วนปากว่าใช้แล้วปากสะอาด ขจัดคราบหินปูน หรือกลิ่นปากได้ อาจจะไม่จริงทั้งหมด เพราะในน้ำยาบ้วนปากมีสารช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรียในช่องปากไม่ให้มีกลิ่นปากก็จริง แต่ป้องกันได้ในระยะเวลาที่สั้นๆ ถ้าในระยะยาวอาจช่วยไม่ได้ เพราะถ้าในปากเรามีฟันผุ มีคราบหินปู น้ำยาบ้วนปากก็ช่วยเราไม่ได้

    การใช้น้ำยาบ้วนปากสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำจะมีโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งช่องปากมากอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มาบ้วนปาก ควรหาสมุนไพรอย่างใบสะระแหน่หรือผลไม้อย่างฝรั่ง มากินแทนการใช้น้ำยาบ้วนปากจะดีกว่า
     

    2. แปรงฟันแรงเกินไป

    การแปรงฟันแรงเกินไป สำหรับสาว ๆ บางคนอาจจะเข้าใจว่าจะทำให้ฟันสะอาดขึ้น เป็นวิธีการที่ผิดแต่กลับจะเป็นการทำร้ายผิวเคลือบฟันทำให้ฟันสึก และทำให้เหงือกร่นได้ ซึ่งจุดประสงค์ของการแปรงฟันที่แท้จริงนั้น นอกจากเป็นการเอาคราบที่ติดบนผิวฟันออกแล้ว ยังเป็นการแปรงเพื่อเอาคราบที่สะสมอยู่บนผิวเหงือกออกด้วย

    นอกจากนี้การเลือกแปรงสีฟันที่แข็งก็มีส่วนที่จะทำให้ฟันและผิวเคลือบฟันเสียได้ แปรงสีฟันที่ดีควรมีลักษณะขนแปรงอ่อนนุ่ม ช่วยขจัดคราบหินปูนและเศษอาหารจากฟัน หัวแปรงที่เล็กก็ช่วยได้เช่นกันเนื่องจากเข้าถึงทุกบริเวณในช่องปากได้ดี แต่ปัจจุบันนี้มีสาว ๆ หลายคนที่นิยมใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำความสะอาดฟันและช่องปากให้สะอาดหมดจน แต่แปรงไฟฟ้าก็มีราคาค่อนข้างสูงทีเดียว
     

    3. ละเลยอาการปวดในช่องปาก

    อาการปวดในช่องปาก เป็นสัญญาณว่ามีอะไรผิดปกติในปากแน่ๆ ไม่ควรละเลยการที่สาวๆ ปวดฟันหรือปวดในช่องปาก ไม่ได้หมายความว่าฟันจะผุอย่างเดียว อาจจะมาจากหลายสาเหตุก็ได้ อย่างปวดฟันด้านในสุดอาจจะเกิดจากฟันขึ้นไม่ได้หรือฟันคุด ปวดเหงือก เหงือกบวม หรือบางครั้งอาจจะมีเลือดปนมากับอาการปวดก็ได้

    บางคนคิดว่าแค่กินยาแก้ปวดแล้วเดี๋ยวก็หาย ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นความคิดที่ผิด ควรไปหาทันตแพทย์เพราะการปวดในช่องปากอย่างที่บอกว่ามีหลายสาเหตุ ควรให้หมอตรวจดูให้แน่ชัด หากปล่อยไว้นานจากแค่ปวดฟันหรือปวดช่องปากธรรมดาอาจจะเรื้อรังจนเชื้อโรคแพร่กระจายจนกลายเป็นโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง ทำให้การรักษายากขึ้นก็ได้
     

    4. การแปรงฟันผิดเวลา

    การแปรงฟันถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ตื่นมาตอนเช้าก็ควรจะแปรงฟัน และอีกครั้งก่อนนอน แล้วในระหว่างวันนั้นเราควรแปรงฟันหรือไม่ อยากจะบอกว่าในระหว่างวันนั้น เราไม่ต้องแปรงฟันทุกครั้งที่กินอะไรเข้าไปก็ได้ เพราะอาหารบางอย่างหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ผลไม้ดอง มะม่วงเปรี้ยว สัปปะรด ซึ่งอาหารที่มีรสเปรี้ยวจะมีกรดที่ทำลายสารเคลือบผิวฟันได้ การแปรงฟันทันทีมีโอกาสทำให้ผิวเคลือบฟันบางเร็วขึ้น

    รวมไปถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานๆ เพราะหากทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ จะทำให้ฟันผุได้ ในหนึ่งวันควรแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งฃ่วงเช้าและก่อนนอน ครั้งละ 2-3 นาที สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การแปรงลิ้น โดยการถูเบาๆ ที่บริเวณลิ้น ลดการสะสมของแบคทีเรียที่บริเวณลิ้น ช่วยให้ลดกลิ่นปากได้
     

    5. กลัวหมอฟัน

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe