1582704678 cat health color
สุขภาพ

กินเยอะแล้วรู้สึกผิด! โรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ "Binge Eating Disorder"

กลัวอ้วนสุดๆ จำกัดแคลอรี่ต่อวันจนต่ำเตี้ยติดดิน แต่เมื่อทนไม่ไหวก็กินทุกอย่างที่ขวางหน้า จากนั้นก็รู้สึกผิด เศร้ามากเลยกินอีก วนลูบใหม่อีกรอบ ชัดเลย! เธอเป็นโรค Binge Eating Disorder แล้วล่ะค่ะ...


» » - - »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • Binge Eating Disorder คืออะไร

    • ลองเช็คดูซิ.. เธอเป็นโรค Binge Eating Disorder หรือเปล่า???

    • สัญญาณ / อาการของ Binge Eating Disorder

    • พฤติกรรมที่แสดงออก

    • สภาพจิตใจ

    • สาเหตุของการเป็น Binge Eating Disorder

    • ผลกระทบของการเป็น Binge Eating Disorder

    • วิธีรักษา / ฟื้นฟูตัวเองจากโรค

    • 1. สร้างพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

    • ความสำคัญในการตัดสินใจว่าจะ " ไม่อดอาหาร "

    • 2. หาวิธีอื่นในการ " เยียวยาจิตใจ " นอกเหนือจากการกิน

    • แยกให้ได้ว่า " หิวจริงๆ " หรือ " แค่อยากกิน "

    • เรียนรู้ที่จะอดทนต่อ " แรงกระตุ้น " ที่จะก่อให้เกิด binge eating

    • 3. ควบคุมตัวเองต่อ " ความอยาก "

    • 4. เปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็น " การกินเพื่อสุขภาพ " แทน

    • บทความที่เกี่ยวข้อง


    สวัสดีค่ะสาวๆ SistaCafe ทุกคนนนน //ส่งจูบ

    อย่างที่รู้กันเนอะว่า ผู้หญิงกับอาหารน่ะเป็นของคู่กัน ก็ผู้หญิงกินเก่งน่ะน่ารักจะตาย ประเทศไทยก็เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยของกิน คาเฟ่ขนมหวาน หรือร้านอาหารติดอันดับดาวกระจายทั่วประเทศ ไม่แปลกหรอกที่จะกินเยอะเกินความจำเป็นไปบ้าง ก็มันอร่อยนี่นา งื้ดดดดดดดดดด~

    แต่เดี๋ยวก่อน! เธอเคยมีอาการ " กินไม่หยุดแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ ", " กินเสร็จแล้วจะรู้สึกผิดมาก " หรือเปล่าเอ่ย? เพราะนั่นไม่ใช่พฤติกรรมปกติแล้ว เธออาจเป็น " Binge Eating Disorder " หรือ " พฤติกรรมการกินผิดปกติ " ได้นะ อย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องเล่นๆ ลองสำรวจตัวเองดีๆ ว่าเธอควบคุมไม่ได้เพราะมันน่ากินม้ากกกกกกกก หรือเพราะเธอควบคุมสมองตัวเองไม่ได้จริงๆ ถ้าเป็นอย่างหลัง เลื่อนลงมาอ่านบทความข้างล่างนี่ด่วน!!!

    แต่ไม่ต้องกลัวไปนะสาวๆ เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้ เธอแค่ต้องหยุดวงจรการกินแบบผิดปกตินี้ซะ แล้วกลับมาทำความเข้าใจกับอาหารใหม่ เพื่อความสวยสุขภาพดีที่ยั่งยืนค่ะ

    ถ้าพร้อมแล้ว...เลื่อนลงมาอ่านเล้ย

    Binge Eating Disorder คืออะไร


    เรามารู้จักความหมายของโรคนี้กันก่อน " Binge Eating Disorder " คือชื่อโรคที่เรียกพฤติกรรมการกินที่ " ผิดปกติ " ค่ะ โดยมีอาการหลักๆ คือควบคุมการกินของตัวเองไม่ได้ กินเยอะผิดปกติ หลังกินเสร็จจะรู้สึกผิด เศร้า ซึ่งต่างจากโรคบูลิเมีย เพราะบูลิเมียจะอาการหนักกว่า ทั้งไปล้วงคอออก อดอาหารและออกกำลังกายอย่างหนัก

    Binge Eating จะเกิดขึ้นในวัยรุ่นตอนปลาย-วัยผู้ใหญ่ตอนต้นเป็นส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นหลังไดเอทครั้งใหญ่ ( ไดเอทที่น้ำหนักลดฮวบมากๆ หรือหุ่นเปลี่ยนไปเลย ) คนเป็นโรคนี้อาจกินทั้งที่ไม่รู้สึกหิว แม้อิ่มแล้วก็ยังกินต่อได้เรื่อยๆ หรือบางรายกินเร็วมากจนไม่รู้ว่าตัวเองกินหรือลิ้มรสอะไรก็มี

    พฤติกรรมแบบนี้จะรู้สึก " ฟิน " แค่ชั่วขณะเดียว หลังจากนั้นจะรู้สึกผิดอย่างหนักว่า " ฉันกินอะไรเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย!? " และรู้สึกเกลียดตัวเอง นำไปสู่การที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นและเป็นโรคอ้วน ( ทำให้เกลียดหุ่นตัวเองเพิ่มเข้าไปอีก )

    สรุปคือ Binge Eating เป็นพฤติกรรมการกินที่วนลูป : กินให้รู้สึกดีขึ้น > กินเสร็จแล้วรู้สึกผิด > เศร้า > กินอีกรอบ #แบบนี้ไม่โอเคเลยนะเนี่ย

    ลองเช็คดูซิ.. เธอเป็นโรค Binge Eating Disorder หรือเปล่า???

    นั่นกินหรือสูบน่ะเฮ้ยยยยยย


    > กินอะไรสักอย่างแล้วหยุดไม่ได้
    > คิดถึงเรื่อง " อาหาร " ตลอดเวลา
    > แอบกินอาหารในซอกหลืบ ไม่อยากให้ใครเห็น
    > กินจนกว่าจะท้องอืด ปวดท้อง เดินไม่ไหว ฯลฯ
    > กินเพื่อหนีเรื่องกังวล กินคลายเครียด กินเพื่อทำให้ตัวเองผ่อนคลาย
    > รู้สึกขยะแขยง / รังเกียจตัวเอง / อับอายทุกครั้งหลังกินเสร็จ
    > ควบคุมการกินของตัวเองไม่ได้ แม้นึกอยากจะหยุดก็ทำไม่ได้

    ยิ่งตอบว่า " ใช่ " หลายข้อมากเท่าไหร่ แปลว่าเธอมีแนวโน้มจะเป็น " Binge Eating Disorder " มากขึ้นเท่านั้นค่ะ

    สัญญาณ / อาการของ Binge Eating Disorder

    สีฟ้าก็น่ากิน สีชมพูก็น่าอร่อย อย่ากระนั้นเลย กินมันทั้งคู่นี่แหละ!


    อย่างที่บอกไปข้างต้น ผู้ป่วยโรค Binge Eating Disorder จะรู้สึกอับอาย ละอายใจตัวเองสุดๆ กับพฤติกรรมการกินของตัวเอง ทำให้คนเหล่านี้จะแอบกินอาหารในที่ลับๆ เช่น ในห้องส่วนตัว, ในห้องน้ำ, แอบกินตอนที่คนอื่นไม่เห็น บางรายแอบกินแบบ " เนียนๆ " จนพ่อแม่หรือเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าพวกเขาป่วยอยู่ 

    ไม่ใช่คนอ้วนทุกคนจะเป็น Binge Eating เพราะดูจากรูปร่างภายนอกไม่ออก บางรายอาจเป็นผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แต่บางรายก็มีน้ำหนักตามเกณฑ์ทั่วๆ ไปค่ะ

    สัญญาณหนึ่งที่จะรู้ได้ว่าคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้หรือเปล่า ให้สังเกตว่ามีห่อ / กล่องอาหารจำนวนมากถูกทิ้งไว้ในถังขยะ, คนคนนั้นซื้ออะไรมาเยอะๆ ใส่ตู้เย็น แล้วหายแว้บ! ไปใน 2-3 วันหลังซื้อมาหรือเปล่า, ซื้อแต่อาหารขยะ ( จั๊งค์ฟู้ด ) หรืออาหารแคลอรี่สูง ไขมันสูงหรือเปล่า ถ้ามีสัญญาณที่ว่ามานี้ครบทุกข้อ เตรียมระวังไว้ได้เลยค่ะ

    พฤติกรรมที่แสดงออก


    > หยุดกินไม่ได้, คุมประเภทอาหารที่ตัวเองจะกินไม่ได้
    > กินอาหารปริมาณมากๆ ในเวลาอันรวดเร็ว
    > กินไปเรื่อยๆ แม้จะอิ่มแล้ว
    > ซ่อนอาหารไว้ในตู้ ในกล่อง แล้วแอบนำมากินในที่ลับที่ไม่มีใครเห็น
    > อยู่กับคนทั่วไปก็กินปกติ แต่ลับหลังเรียกได้ว่า " สวาปามจนกว่าพุงจะแตก "
    > กินได้เรื่อยๆ ทั้งวัน ไม่มีมื้ออาหารแน่นอน 

    สภาพจิตใจ


    > รู้สึกเครียด ทรมาน ( ผ่อนคลายได้ด้วยการกินเท่านั้น )
    > ละอายใจกับปริมาณมหาศาลของอาหารที่กินเข้าไป
    > รู้สึกมึนๆ งงๆ เบลอๆ เวลากินเยอะ เหมือนไม่มีสติ
    > ไม่รู้สึกพอใจจริงๆ สักที แม้จะกินเยอะขนาดไหนก็ตาม
    > รู้สึกผิด ขยะแขยงตัวเอง ซึมเศร้าหลังจากกินเยอะ
    > น้ำหนักเพิ่มขึ้น คุมน้ำหนักตัวเองไม่ได้ คุมพฤติกรรมการกินของตัวเองไม่ได้

    สาเหตุของการเป็น Binge Eating Disorder


    มีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้เป็นโรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม สภาพอารมณ์และประสบการณ์ สิ่งแวดล้อมในชีวิตค่ะ เช่น

    แรงกดดันในสังคมและวัฒนธรรม : " วัฒนธรรมคลั่งผอม " ส่งผลให้รู้สึกผิดหลังจากกินเยอะ พ่อแม่บางรายใช้อาหารเป็นตัวล่อให้ลูกรู้สึกดี ผ่อนคลาย เป็นของรางวัลเวลาลูกทำดี ทำให้เกิดอาการ Binge Eating โดยไม่รู้ตัว เด็กๆ บางคนถูกวิจารณ์ร่างกายและน้ำหนักอย่างเปิดเผย, ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้จิตใจบอบช้ำ นำมาสู่โรคนี้

    สภาพจิตใจ : อาการซึมเศร้ามักก่อให้เกิดโรคนี้ *ขีดเส้นใต้ตัวโตๆ* บางรายรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง มีความนับถือในตัวเองต่ำ ( low self-esteem ) เหงาหงอยไม่มีใครให้คุยด้วย หรือไม่พอใจในร่างกายของตัวเอง 

    สภาพทางกาย : บางรายอาจเป็นจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ เช่น ต่อมไฮโปทาลามัสที่ช่วยควบคุมความหิวไม่ทำงาน ทำให้แยกความหิวกับความอิ่มออกจากกันไม่ได้ นักวิจัยบางคนพบว่ายีนบางตัวเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เสพติดอาหาร! หรือสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกันค่ะ

    ผลกระทบของการเป็น Binge Eating Disorder


    โรคนี้ก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย ทั้งทางกาย ทางจิตใจ และปัญหาเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เพราะจะเกิดโรคมากมาย เช่น ความเครียด นอนไม่หลับ หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติ มีอาการของโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือใช้สารเสพติดบางอย่าง แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ไปถึงขั้นนั้น แค่น้ำหนักเกินแบบคุมไม่ได้เสียมากกว่า

    วิธีรักษา / ฟื้นฟูตัวเองจากโรค

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดสุขภาพ)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe